เฉิงตู l Chengdu l 成都市 เฉิงตูไม่ได้มีแค่แพนด้า

การเดินทางครั้งที่แล้วจากเฉิงตู เริ่มต้นทริปที่  หย่าเฉิน การ์ l ཡ་ཆེན་སྒར་ l Yarchen Gar Monastery สถาบันพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก

และเดินทางต่อไปยัง 四姑娘山 l Siguniangshan l ซื่อกู่เหนียง  

 ถึงเวลาเข้าเมืองเฉิงตูแบบจริงๆจังๆแล้วเรามีเวลาเที่ยวเฉิงตู 2 วันเต็มๆ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เริ่มจากถนนโบราณจิ๋นหลี่ (Jinli 锦里古街) ถนนคนเดินโบราณนี้เป็นที่รู้จักดีในหมู่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าใครมาเฉิงตูนี้ก็จะต้องไม่พลาดอย่างแน่นอน

ถนนโบราณนี้เรียกได้ว่ามีทุกอย่าง ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแบบเราๆ ของกิน ร้านคาเฟ่สมัยใหม่ สตาร์บัค และคาเฟ่สมัยเก่า ร้านกาแฟ-ชา ร้านอาหาร สตรีทฟู๊ด ของฝากของที่ระลึก งานฝีมือ

รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและ ชาวจีนเองเยอะแยะเต็มไปหมดค่ะ

สังเกตุได้ว่าคนเดินจะเยอะหน่อยนะคะ 

สิ่งล่อตาล่อใจที่สุดของที่นี่คือของกินค่ะ เยอะแยะมากมาย

แค่เมนูก็สนุกแล้ว..ดูสิคะ การสั่งก็ง่ายๆ เราแค่ใช้วิธีชี้ไปที่อันที่เราอยากกินเลยค่ะ ไม่ก็ชี้จากโต๊ะข้างๆที่เค้ากินกันอยู่ ^^

ร้านอาหารนี่มีแทบจะทุกแบบค่ะ ตกแต่งสวยงามตามท้องเรื่อง

เดินไปเดินมาทนกลิ่นหอมไม่ไหว ได้นี่มาค่ะ ปลาหมึกราดด้วยพริก และต้นหอม อร่อยเผ็ดๆหวานๆได้ใจ (แต่แอบแพง ราคาประมาณ 20 หยวนได้ค่ะ) แต่ไม่เป็นไรเนาะเรามาซื้อประสบการณ์

ข้างในจะมีสวนร่มรื่นค่ะ หาที่นั่งตามใจชอบได้เลย

เดินเล่นไปเรื่อยๆค่ะ เหนื่อยก็พัก มาจนถึงจุดนี้เป็นเหมือนที่ๆคนในเมืองนี้มพักผ่อนทำกิจกรรมกันค่ะ

มีเด็กๆมาวาดรูปด้วยนะคะ จากตรงนี้เราจะไปต่อที่ Tianfu Square 天府广场 จตุรัสเทียนฟู่ ค่ะซึ่งวันนี้เราจะเที่ยวเฉพาะในเมืองกันค่ะ แต่เนื่องจากตรงจุดนี้ระยะทางจะห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินหน่อยค่ะ

ดูจากแผนที่แล้วค่อนข้างไกลเราจึงอยากใช้รถสาธารณะอื่นนอกจากรถไฟใต้ดิน เราเลยลองใช้บริการนี่ รถสามล้อค่ะ หน้าตาคล้ายรถเก๋งบวกกับตุ๊กๆ พอเข้าไปนั่งแล้วคันเล็กมากๆเลยค่ะ ถ่ายรูปแทบไม่ทัน^^

และแล้วเราก็มาถึง Tianfu Square 天府广场 เป็นลานจตุรัสใจกลางแยกใหญ่ของเมือง มีอนุสาวรีย์ท่านประธานเหมาอยู่เด่นชัดเลยค่ะ

ตรงจุดนี้จะมีผู้คนมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ กันเยอะเลยค่ะ อากาศกำลังดีช่วงเย็น ทั้งเล่นสเก็ตบอร์ด นั่งพูดคุย รวมถึงถ่ายรูป

เริ่มมืดถ่ายรูปสวยเลย ที่สำคัญจตุรัสเทียนฟู่นี้มีใต้ดินค่ะ เหมือนห้างดีๆนี่เอง มีทั้ง Mcdonal Miniso Starbucks ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าเต็มไปหมด

แน่นอนค่ะ จากตอนที่ผ่านๆมาเราอยู่นอกเมืองตอนนี้เราดูตื่นเมืองกันมาก เห็น Mcdonal ก็อยากกิน เอาเป็นว่าเราฝากท้องมื้อเย็นนี้กับที่นี่แล้วกันนะคะ

สำหรับราคาเราเริ่มรู้สึกว่าแพงไปซะทุกอย่าง ก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะก่อนหน้าเราอยู่นอกเมืองค่าครองชีพก็จะถูกกว่าย่อมเป็นธรรมดา

จากนั้นเราจะเข้าที่พัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจตุรัสเทียนฟู่ นั่งใต้ดินไปเพียง 1 สถานีเองค่ะ พักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้นะคะ

เช้านี้ฝนตกปรอยๆ เรายังรู้สึกตื่นเมืองอยู่ลืมตาตื่นมาก็อยากกาแฟ หลังจากที่ไม่ได้เจอกาแฟมาหลายวัน

ขอเสพกาแฟสักหน่อย และร้านกาแฟที่น่าสนใจที่สุด ใกล้ที่สุดคือ Starbucks ย่านควานจ่าย Kuanzhai 宽窄巷子 

มาถึงถนนควานจ่ายแล้วโอ้โห สไตล์คล้ายๆกับถนนคนเดินเมื่อวานค่ะ แต่ดีกว่าเงียบสงบ ฝนปรอยนิดๆได้บรรยากาศที่ต่างออกไปอีกแบบค่ะ

 

อันนี้น่าเดินค่ะ ตอนนี้ถือว่าอากาศเย็นเลยทีเดียว

และแล้วก็เจอร้านสตาร์บัคส์ อันนี้ชอบมากสาขานี้สวยค่ะ

วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เฉิงตู ดังนั้นแพลนของเราคือจะเที่ยวกันทั้งวัน จากนั้นจะเดินทางกลับไฟล์ตีสองค่ะ โดยที่จะฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อนดึกๆค่อยกลับมาเอาค่ะ

เราตั้งใจจะไปเมืองโบราณลั่วไต้ Luodai Ancient Town 洛带古镇 เดินทางโดยรถบัสออกนอกเมืองเฉิงตูไปนิดหน่อยค่ะ ตอนนี้เริ่มไม่กังวลอะไรกับการเดินทางรถโดยสาธารณะในจีนแล้วค่ะ ยิ่งในเมืองนี่ไม่มีอะไรยากเลย 

แต่ตอนอยู่บนรถบัสก็แอบกังวลอยู่เพราะไม่รู้ว่าถึงรึยัง บัสคล้ายๆกับเมืองอื่นๆที่ขึ้นจากข้างหน้าแล้วหยอดเงินลงในตู้ข้างๆคนขับรถ ระหว่างทางแต่ละจุดจอดต่างๆก็จะมีประกาศบนรถบัสว่าชื่อสถานีอะไร อันนี้ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ 

มันยากตรงที่ชื่อสถานีที่ประกาศเป็นภาษาจีน ดังนั้นเราต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ปรากฏว่าที่เราต้องลงเป็นสถานี Bus Terminal สถานีปลายทางนั่นเอง งั้นขากลับง่ายเลยที่นี้

ความยากอีกอย่างคือหาถนนโบราณนี่ค่ะ เหมือนว่าส่วนใหญ่คนที่มีที่นี่จะเป็นคนที่พักอยู่แถวนี้ หรือไม่ก็เป็นนักท่องเที่ยวค่ะ เพราะเมื่อมาถึงจะมีรถสามล้อมารอรับ และถามว่าไปไหน ซึ่งหนึ่งในสถานที่ๆคุณลุงถามคือ Luodai ค่ะ 

เราหาข้อมูลมาแล้วว่าไม่ไกลดังนั้นเราจะเดินค่ะ ปัญหามันอยู่ตรงที่แผนที่ๆเราใช้มันพามาผิดทางค่ะเดินไปไกลมากสุดท้ายเลยใช้วิธีถามชาวบ้านค่ะ กลายเป็นว่าใกล้สถานีรถบัสนิดเดียว เราเดินกันไปตั้งไกล

ที่นี่พื้นที่ค่อนข้างใหญ่นะคะ จะเดินทั่วคงไม่ไหว แต่เอาจริงๆที่นี่่น่าเดินที่สุดแล้วอาจจะเป็นเพราะว่าคนเดินไม่เยอะ และบรรยากาศมีความโลคอลสุดๆค่ะประมาณว่ามีคุณลุง คุณป้านั่งขายผัก ผลไม้ กับพื้นกันเลย อันนี้เราเรียกว่าร้านขายขนมพริกค่ะ เพราะมีพริกกระป๋องแบบกินได้เลยด้วย ตอนชิมที่ร้านอร่อยดี ซื้อกลับมาไทยด้วยนะคะ มาถึงไทยแล้วไม่อร่อยเลยค่ะ

อันนี้ร้านเดียวกันเราเรียกว่าบราวนี่พริกค่ะ

ร้านของกินเต็มไปหมด ถนนโบราณ Luodai เค้าทำดีค่ะ ด้วยความที่พื้นที่ใหญ่จึงมีป้ายบอกตลอดว่าแต่ละทางปลายทางคืออะไร เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาเดินหลงค่ะ

ส่วนร้านนี้เค้าขายเสี่ยวหลงเปาค่ะ คนยืนรอซื้อเต็มหน้าร้านเลยค่ะ ทำให้เราสนใจขึ้นมาไม่รอช้าค่ะ ต่อแถว…

เป็นเสี่ยวหลงเปายักษ์ค่ะ ราคาไม่ธรรมดา 20 หยวนค่ะ (เงินไทยตอนนั้นก็ประมาณ 80 บาทค่ะ)

มาถึงนี่เราขอแนะนำพวกร้านทีขายไส้กรอกแบบข้างทางน่ะค่ะ แบบอันละ 1-2 หยวนค่ะ อร่อยมาก เค้าจะเอามาราดด้วยผงปรุงรสก่อนค่ะ หากมีโอกาสลองดูนะคะ

ร้านนี้ก็น่าสนใจทำกันให้เห็นสดๆเลยค่ะ

ทำออกมาแล้วหน้าตาประมาณนี้ค่ะ มันคล้ายๆกับเส้นบะหมี่ทอด ซึ่งไส้ข้างในเป็นหมูสับใส่ต้นหอมค่ะ พอทานได้ค่ะ แต่มันอมน้ำมันไปหน่อย

ที่สำคัญ มาถึงแล้วต้องไปคือ อันนี้ค่ะ หน้าตาด้านนอกเป็นแบบนี้ ส่วนด้านในเค้าทำดีมาก

ซึ่งที่นี่จะเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ ที่เก็บเรื่องราววัฒนธรรมและข้าวของเครื่องใช้ และบ้านเรือน ของชาวจีนโบราณ (Hakka culture)

รูปแบบด้านในสวยมากค่ะ ดูยิ่งใหญ่ มีคนใส่ชุดจีนโบราณมาถ่ายแบบที่นี่ด้วยนะคะ

ตอนเราไปพิพิธภัณฑ์ ห้องแสดงเค้าให้เราเข้าฟรีนะคะ

เราเดินเล่นกันไปเรื่อยๆ ที่เห็นชัดคือมีคนท้องถิ่นออกมาเดินเล่นเต็มไปหมดค่ะ

เหมือนเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจค่ะ เด็กๆเต็มไปหมด

เหมือนที่บอกค่ะจะมีคนมาถ่ายรูปกับชุดจีนสมัยก่อนเยอะมากค่ะ

ส่วนอันนี้ตอนแรกเราไม่รู้ว่ามัคืออะไร พอนั่งดูเหตุการณ์ซักพัก เหมือนเป็นรถรับจ้างให้เด็กๆขี่เล่นค่ะ ดูการแต่งรถสิคะ แจ่มไหม

สังเกตุเห็นน้องหมีที่โดนผูกไว้หน้ารถสิคะ น่าสงสาร จากที่นี่เราไปต่อกันที่ใน“สยามของเฉิงตู” กลับเข้าเมืองกันอีกทีค่ะ

เดินทางมาที่นี่โดยรถไฟใต้ดิน พอโผล่ออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดินปุ๊บ โอ้โห…อิเซตันก็มา

เรารู้กันอยู่แล้วก่อนมาว่าที่นี่เปรียบเสมือนสยามของเมืองเฉิงตู แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ เห็นอะไรไกลๆที่ตึกขวามือไหมคะ เป็นแพนด้ายักษ์กำลังปีนป่ายตึกอยู่ค่ะ

รูปนี้น่าจะเห็นชัดค่ะ ปีนขึ้นไปจนเห็นแต่ตูดแพนด้ายักษ์ละค่ะ ผู้คนนี่ดูดีกันทุกคนเลยค่ะ ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง

เราตัดสินใจกันว่าจะลองกินแบบอาหารที่ไปที่ไหนๆก็มี เลยตกลงไปที่ KFC เรามาดูกันว่า KFC ที่เฉิงตูจะเป็นยังไง 

หืม..พูดถึงราคาก่อนอย่างแรก แพง(สำหรับเรา) อาจเป็นเราะที่นี่ค่าครองชีพค่อนข้างสูง เรายกตัวอย่างให้เห็นชัดนะคะ ปกติเรากิน KFC บ้านเรา ในราคาสองร้อยกว่าบาทเนี้ยจะอิ่มเลยสำหรับ 2 คน แต่นี่คือ ได้ไก่ป๊อบอันเล็ก มันบด น้ำ และไก่ทอด 2 ชิ้นเองค่ะ(บอกเลยไม่อิ่ม555)

หลังจากที่วันนี้เราออกมาตะลอนข้างนอกทั้งวันแล้วถึงเวลาพักผ่อนซักที แต่… วันนี้เราจะไม่มีที่พักเพราะเราต้องกลับไทยไฟล์ตีสอง 

ดังนั้นเราเลยตัดสินใจกันว่าจะไปหาร้านกาแฟนั่งชิวๆกันแถวที่พักย่าน  Kuanzhai เพราะวันนี้เราเที่ยวกันเต็มที่แล้ว จากความประทับใจในถนนสายนี้เมื่อเช้า เราได้กลับมาที่นี่อีกรอบ พอตกกลางคืนที่นี่เปลี่ยนไปค่ะ คนเยอะเต็มไปหมด เราสังเกตุได้ว่าคนที่นี่ชอบนั่งจิบชาคุยกัน ฟังเพลง เราเลยอยากลองดูบ้าง จัดไปค่ะ..

ได้เวลาอันสมควรแล้วนี่ก็สีทุ่มแล้ว ไปที่พักเพื่อเอากระเป๋าแล้วไปหาที่นอนสนามบินกันค่ะเมื่อถึงสนามบินก็จับจองหาที่นอนได้เลยค่ะ เดจาวูอีกครั้งนั่นเพราะเราเคยนอนมาแล้วครั้งนึ่งขามาไงคะ เราก็เลยมีประสบการณ์การนอนสนามบินแล้ว แต่ๆๆๆที่สำคัญก่อนกลับ.. แบงค์หยวน และเหรียญ เราต้องจัดการให้หมดค่ะ 

ตามจริงที่ไทยสามารถรับแลกเงินหยวนทุกแบงค์ค่ะ ไม่จำกัดว่าแบงค์เล็กใหญ่ แต่ขอเพียงให้อยู่ในสภาพดี (เอาแบบง่ายๆคือแบงค์ที่เมือนพลาสติกลื่นๆน่ะค่ะ ไม่ใช่แบงค์กระดาษ) *อันนี้เราแลกกับ Xone นะคะ ส่วนเหรียญแน่นอนว่าใช้ให้หมดค่ะ ไม่ต้องเอากลับไทยค่ะ แลกคืนไม่ได้^^ 

สนามบินเฉิงตูพอถึงเที่ยงคืนร้านค้าจะเริ่มปิดแล้วค่ะ เราจะนอนพักเพื่อรอเวลาเช็คอิน และกลับไทยตอนตี 2 ค่ะ ถึงไทยก็แต่เช้า การเดินทางไฟล์แบบนี้ไม่แย่ค่ะ เวลาบินเราอาจจะเหนื่อยนะคะ แต่บอกว่าไฟล์บินแบบนี้ทำให้เรามีเวลาเที่ยวคุ้มค่ะ 

การเดินทางมาจีนครั้งแรกของเราโดยเริ่มจากเส้นทางสุดทรหดนี้พอเรามานั่งนึกถึงทุกครั้ง เราจะคิดเสมอว่าไม่น่าเชื่อว่าเราจะมาได้ไกลขนาดนี้…

การเดินทางครั้งนี้จบลงแล้วให้อะไรกับเราเยอะมาก ในที่ๆภาษาไม่ได้สำคัญอีกต่อไปหากเราต้องการจะสื่อสารกันจริงๆ

“เรารู้สึกตัวเล็กลงทุกครั้งที่ออกเดินทาง ให้รู้ว่าธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน”