หากคุณกำลังมองหาจุดหมายปลายทางสำหรับทัวร์ญี่ปุ่นที่แตกต่างจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า เกาะอิชิงะคิ (Ishigaki Island) คือคำตอบที่ลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความงามของทะเลเขตร้อนและบรรยากาศแบบเกาะสุดชิลล์ในประเทศญี่ปุ่น
เกาะอิชิงะคิคืออะไร
เกาะอิชิงะคิเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโอกินาว่า และเป็นประตูสู่หมู่เกาะยาเอยามะ (Yaeyama Islands) ตั้งอยู่ห่างจากเกาะหลักของโอกินาว่าไปทางทิศใต้ประมาณ 400 กิโลเมตร หรือประมาณ 2,000 กิโลเมตรจากโตเกียว เกาะแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสีฟ้าเขียว แนวปะการังที่สวยงามสมบูรณ์ และท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทำให้กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับทัวร์ญี่ปุ่นแบบพักผ่อนและดื่มด่ำธรรมชาติ
จุดเด่นของการท่องเที่ยวเกาะอิชิงะคิ
1. อ่าวคาบิระ (Kabira Bay) – ทัศนียภาพที่ไม่ควรพลาด
อ่าวคาบิระได้รับการจัดอันดับ 3 ดาวใน Michelin Green Guide Japan และถือเป็นหนึ่งใน 100 ทัศนียภาพที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น น้ำทะเลที่นี่มีสีฟ้าและเขียวใสสะอาด เกาะเล็กๆ 9 เกาะกระจัดกระจายอยู่ในอ่าว ทรายขาวละเอียด และท้องฟ้าสีครามผสมผสานกันอย่างลงตัว
แม้ว่าจะไม่อนุญาตให้ว่ายน้ำในบริเวณนี้ แต่คุณสามารถเพลิดเพลินกับความงามใต้ทะเลผ่านการนั่งเรือท้องกระจก ชมปลาเขตร้อนและแนวปะการังหลากสีสันได้อย่างใกล้ชิด ทัวร์เรือใช้เวลาประมาณ 30 นาที
2. หาดสวยงามที่ต้องไป
หาดโยเนะฮาระ (Yonehara Beach) – หาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะ ตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของเกาะ เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการดำน้ำดูปะการังทั้งแบบสน็อกเกิ้ลและสกูบาไดฟ์ มีแคมป์ไซต์ใกล้เคียง บรรยากาศคึกคัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
หาดฟุซากิ (Fusaki Beach) – อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองอิชิงะคิ โดดเด่นด้วยพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม มีตาข่ายกั้นแมงกระพรุนในช่วงฤดูร้อน ทำให้เหมาะสำหรับการว่ายน้ำอย่างปลอดภัย
หาดซุคุจิ (Sukuji Beach) – ตั้งอยู่ในมุมตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ เป็นหาดที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เพราะน้ำตื้นและพื้นทรายเรียบ มีตาข่ายกันแมงกระพรุนเช่นกัน
หาดชิราโฮะ (Shiraho Beach) – หาดที่มีทรายขาวละเอียดที่สุดบนเกาะ อยู่ใกล้อ่าวคาบิระ ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบเงียบสงบ
3. ถ้ำสีฟ้า (Blue Cave Ishigaki)
จุดดำน้ำยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด ภายในถ้ำมีแสงสีฟ้าอันน่าอัศจรรย์ที่เกิดจากแสงแดดสะท้อนผ่านน้ำทะเล เหมาะสำหรับการดำน้ำดูปะการังและถ่ายรูปสวยๆ
4. ถ้ำหินงอกหินย้อย (Ishigaki Island Stalactite Cave)
ถ้ำธรรมชาติที่เกิดจากแนวปะการังที่ยกตัวขึ้น ยาว 3.2 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชม 600 เมตร ใช้เวลาเดินชมประมาณ 30 นาที ภายในมีการจัดไฟไลท์อัพที่สวยงาม เหมาะสำหรับถ่ายรูปลงโซเชียล ยิ่งไปกว่านั้น เป็นจุดท่องเที่ยวที่เที่ยวได้แม้ในวันฝนตก
5. ภูเขาสองยอดน่าปีน
Mt. Omoto – ภูเขาสูงกว่า 500 เมตร ตั้งอยู่เหนือหาดโยเนะฮาระ ใช้เวลาปีนขึ้นไปประมาณ 60-90 นาที จากจุดชมวิวบนยอดเขา คุณจะได้มองเห็นวิวพาโนรามาของทั้งเกาะ แนวปะการัง และเกาะโดยรอบ
Mt. Nosoko – อยู่บนคาบสมุทรฮิราคุโบะทางตะวันออกเฉียงเหนือ แม้จะไม่สูงมากแต่ก็ให้วิวที่สวยงาม เหมาะสำหรับการเดินเขาแบบสบายๆ
6. แหลมชมวิว
แหลมโอกันซากิ (Oganzaki) – ตั้งอยู่ปลายทางทิศตะวันตกของเกาะ มีวิวทะเลกว้างไกล
แหลมฮิราคุโบะซากิ (Hirakubozaki) – ปลายสุดทางเหนือของคาบสมุทรฮิราคุโบะ มีประภาคารสีขาวตั้งเด่น และระเบียงชมวิว Tamatorisaki Tembo-dai
7. วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
หมู่บ้านยาเอยามะ (Ishigaki Yaima Village) – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จำลองบรรยากาศโอกินาว่ายุคโบราณ สามารถสวมชุดผ้าทอดั้งเดิม ชมการแสดงเครื่องดนตรีซันชิน และเพลงพื้นเมือง หรือลองทำขนมโดนัทสไตล์โอกินาว่า “ซาตาอันดากิ”
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหมู่เกาะยาเอยามะ – จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของหมู่เกาะ มีเครื่องมือพื้นบ้าน ผ้าทอ และงานเซรามิก ค่าเข้าชม 200 เยน (ปิดวันจันทร์)
หมู่บ้านซามูไรมิยาระดันจิ (Miyara Dunchi) – ที่อยู่อาศัยของซามูไรสมัยอาณาจักรริวกิว สร้างในปี 1819 เป็นอาคารที่รอดพ้นจากสงครามมาได้ เปิดชมรอบนอกและสวนหย่อม ค่าเข้าชม 200 เยน (ปิดวันอังคาร)
สุสานโทจินบากะ (Tojinbaka) – สุสานของคนงานชาวจีนกว่า 300 คนที่ถูกสังหารในปี 1852 ตกแต่งอย่างสวยงาม เปิดให้เข้าชมฟรี 24 ชั่วโมง
กิจกรรมยอดนิยมบนเกาะอิชิงะคิ
ดำน้ำดูปะการัง
เกาะอิชิงะคิเป็นจุดหมายในฝันของนักดำน้ำทั้งมือใหม่และมือโปร ด้วยภูมิประเทศใต้ทะเลที่สลับซับซ้อน แนวปะการังหลากสี และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล รวมถึงกระเบนราหูที่อ่าวคาบิระ มีร้านอุปกรณ์ดำน้ำที่ให้บริการเป็นภาษาอังกฤษหลายแห่ง
ชมท้องฟ้ายามค่ำคืน
เกาะอิชิงะคิได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจุดชมดาวที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น สามารถมองเห็นกลุ่มดาวถึง 84 กลุ่มจากทั้งหมด 88 กลุ่มดาว ชาวเกาะเรียกกลุ่มดาวลูกไก่ (Pleiades) ว่า “มุริคาบุชิ” และมีตำนานเรื่องราวมากมายที่เกี่ยวข้อง
พายเรือคายัคในแม่น้ำ
กิจกรรมสำรวจธรรมชาติแบบสบายๆ มีทัวร์ช่วงเช้าและช่วงบ่าย ราคาประมาณ 6,500 เยน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง
ลิ้มรชาดอาหารท้องถิ่น
เกาะอิชิงะคิมีชื่อเสียงในเรื่องเนื้อวัวพันธุ์ญี่ปุ่นสีดำ (Japanese Black Cattle) ที่มีต้นกำเนิดจากจีนในสมัยโบราณ ลองชิมเบอร์เกอร์เนื้ออิชิงะคิที่ร้าน Heart Land Kabira หรืออาหารทะเลสดๆ ที่ตลาดท้องถิ่น
การเดินทางไปเกาะอิชิงะคิ
ทางเครื่องบิน
จากภายในญี่ปุ่น:
- จากสนามบินนาฮา (Naha Airport): ใช้เวลา 1 ชั่วโมง มีเที่ยวบินบ่อยมาก
- จากสนามบินฮาเนดะ โตเกียว: ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที (เที่ยวบินตรง)
- จากสนามบินโอซาก้า: ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที
- จากสนามบินนาโงย่า: ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที
- จากสนามบินฟุกุโอกะ: ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
จากต่างประเทศ:
- จากไต้หวัน: ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (เที่ยวบินตรง)
- จากฮ่องกง: ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (เที่ยวบินตรง)
หากคุณวางแผนทัวร์ญี่ปุ่นที่รวมทั้งโตเกียวและเกาะอิชิงะคิ สามารถเลือกบินเที่ยวบินตรงจากโตเกียวได้สะดวก หรือถ้าเดินทางจากเมืองใหญ่อื่นๆ อาจต่อเครื่องที่นาฮาก่อน
การเดินทางภายในเกาะ
รถบัส – มีรถบัสจากสนามบินไปยังสถานีขนส่งกลางเมือง ใช้เวลา 35-50 นาที ค่าโดยสาร 540 เยน บัสออกทุก 15 นาที สายที่แนะนำคือ Kabira Line ที่วิ่งผ่านหาดโยเนะฮาระและอ่าวคาบิระ (ค่าโดยสาร 720 เยน หรือตั้ว 1 day pass ราคา 1,000 เยน, 5 days pass ราคา 2,000 เยน)
เช่ารถ – วิธีที่แนะนำที่สุดสำหรับการเที่ยวชมเกาะ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ห่างจากกัน จากใจกลางเมืองสามารถขับไปยังจุดท่องเที่ยวได้ภายใน 30-45 นาที
เรือข้ามเกาะ – จากท่าเรืออิชิงะคิ (Ishigaki Port Remote Island Terminal) สามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะอื่นๆ ในหมู่เกาะยาเอยามะได้ ตั๋วสามารถซื้อได้ในวันเดินทาง หรือจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ที่จะได้ส่วนลด
ช่วงเวลาที่เหมาะในการเดินทาง
ช่วงที่ดีที่สุดคือ เดือนเมษายน – พฤศจิกายน อุณหภูมิอยู่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส อากาศอบอุ่นเหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท โดยเฉพาะการดำน้ำและเล่นน้ำ
หากต้องการหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดือนตุลาคม เป็นช่วงที่เหมาะมาก อากาศยังคงดี นักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงฤดูร้อน
สำหรับผู้ที่วางแผนจองทัวร์ญี่ปุ่นควรจองล่วงหน้าในช่วงฤดูท่องเที่ยวเพื่อความคุ้มค่าและสะดวกสบาย
เคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว
- ระวังแมงกระพรุน – ในช่วงฤดูร้อนมีแมงกระพรุนฮาบุ เลือกหาดที่มีตาข่ายกั้นอย่างฟุซากิหรือซุคุจิจะปลอดภัยกว่า
- เตรียมอุปกรณ์กันแดด – แสงแดดจัดมาก ควรมีครีมกันแดดกันน้ำ หมวก และแว่นกันแดด
- จองที่พักล่วงหน้า – โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว โรงแรมและรีสอร์ทมักเต็มเร็ว
- เช่ารถตั้งแต่แรก – ช่วยประหยัดเวลาและเที่ยวได้อิสระมากขึ้น
- นำเงินสดไปพอสมควร – ร้านค้าบางแห่งอาจไม่รับบัตรเครดิต
- เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น – ชาวเกาะมีวัฒนธรรมและประเพณีเฉพาะตัว การทำความเข้าใจจะทำให้การท่องเที่ยวมีความหมายมากขึ้น
แผนการเที่ยว 2 คืน 3 วัน
วันที่ 1
- เช้า: เดินทางถึงสนามบินไพนุชิมะอิชิงะคิ เช่ารถ
- กลางวัน: อาหารกลางวันที่ตัวเมือง เช็คอินโรงแรม
- บ่าย: เที่ยวถ้ำหินงอกหินย้อย
- เย็น: ชมพระอาทิตย์ตกที่หาดฟุซากิ
- ค่ำ: อาหารค่ำที่ร้านอาหารในตัวเมือง
วันที่ 2
- เช้า: ออกทริปดำน้ำที่ถ้ำสีฟ้า
- กลางวัน: อาหารกลางวันที่หาดโยเนะฮาระ
- บ่าย: เที่ยวอ่าวคาบิระ นั่งเรือท้องกระจก
- เย็น: ชิมเบอร์เกอร์เนื้ออิชิงะคิที่ Heart Land Kabira
- ค่ำ: ชมดาวบนเกาะ
วันที่ 3
- เช้า: ปีน Mt. Omoto
- กลางวัน: พักผ่อนที่หาดชิราโฮะ
- บ่าย: ช้อปปิ้งของฝากที่ตัวเมือง
- เย็น: เดินทางกลับ
สรุป
เกาะอิชิงะคิคือจุดหมายที่ลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ทัวร์ญี่ปุ่นแบบสบายๆ ผสมผสานระหว่างความงามของธรรมชาติ ชายหาดเขตร้อน กิจกรรมดำน้ำที่น่าตื่นเต้น และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักผจญภัย ครอบครัว หรือคู่รักที่มองหาที่พักผ่อน เกาะแห่งนี้มีทุกสิ่งที่จะตอบสนองความต้องการของคุณ
การวางแผนทัวร์ญี่ปุ่นที่รวมเกาะอิชิงะคิไว้ในแผนการเดินทาง จะช่วยให้คุณได้สัมผัสมิติใหม่ของญี่ปุ่นที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว น้ำทะเลใสสะอาดที่คุณสามารถมองเห็นแนวปะการังได้ชัดเจน หรือบรรยากาศเกาะสุดชิลล์ที่ทำให้คุณลืมความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน
เริ่มวางแผนทัวร์ญี่ปุ่นของคุณวันนี้ และอย่าลืมใส่เกาะอิชิงะคิไว้ในลิสต์ รับรองว่าจะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและคุ้มค่าแน่นอน!


