เที่ยวอะคิตะ เมืองแห่งธรรมชาติและวัฒนธรรมโทโฮคุ ที่ห้ามพลาด

จังหวัดอะคิตะ หรือ Akita เป็นหนึ่งในจังหวัดที่น่าสนใจที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ด้วยความงามของธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์ วัฒนธรรมดั้งเดิมที่เก่าแก่ และบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ที่ทำให้หลายคนหลงรัก หากคุณกำลังวางแผนทัวร์ญี่ปุ่นและมองหาจุดหมายปลายทางที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ที่พลุกพล่าน อะคิตะคือคำตอบที่ลงตัว

ทำความรู้จักอะคิตะ

อะคิตะตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของภูมิภาคโทโฮคุ มีพรมแดนติดกับทะเลญี่ปุ่น จังหวัดแห่งนี้โดดเด่นด้วยมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า เทศกาลประเพณีที่มีชื่อเสียง และสุนัขพันธุ์อะคิตะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยเฉพาะจากภาพยนตร์เรื่อง “ฮะจิโคหมาผู้ซื่อสัตย์”

การเดินทางมายังอะคิตะสะดวกสบายด้วยรถไฟชินคันเซ็นสายอะคิตะที่วิ่งตรงจากโตเกียวใช้เวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง ทำให้หลายโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นเริ่มนำอะคิตะเข้ามาเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอะคิตะ

1. ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa)

ทะเลสาบทาซาวะเป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่มาเยือนอะคิตะ ด้วยความลึกถึง 423.4 เมตร จึงเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น น้ำในทะเลสาบมีสีฟ้าคราม่าสวยงาม สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ

ไฮไลท์ที่สำคัญคือรูปปั้นสีทองของ “ทัตสึโกะ” หญิงสาวในตำนานที่ขอพรให้มีความงามนิรันดร แต่กลับถูกสาปให้กลายเป็นมังกรจมอยู่ใต้ทะเลสาบ นักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ นั่งเรือชมทิวทัศน์ หรือเพียงแค่นั่งพักผ่อนชมบรรยากาศอันเงียบสงบ

การเดินทาง: จากสถานีอะคิตะขึ้นรถไฟชินคันเซ็นไปยังสถานีทาซาวะโกะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

2. เมืองคาคุโนดาเตะ (Kakunodate) – เกียวโตจิ๋วแห่งมิจิโนะคุ

คาคุโนดาเตะเป็นเมืองปราสาทที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยเอโดะ ได้รับฉายาว่า “เกียวโตจิ๋วแห่งมิจิโนะคุ” เพราะยังคงรักษาบรรยากาศและสถาปัตยกรรมโบราณไว้ได้อย่างดี บ้านซามูไรโบราณเรียงรายอยู่ตามท้องถนน กำแพงสีดำตัดกับต้นซากุระสีชมพูในฤดูใบไม้ผลิ สร้างภาพที่สวยงามจนต้องแชะภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์และร้านค้าขายงานฝีมือพื้นเมือง เช่น เปลือกไม้เชอร์รี่ที่ใช้ทำภาชนะต่างๆ ซึ่งเป็นหัตถกรรมท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง

การเดินทาง: จากสถานีอะคิตะใช้เวลาประมาณ 45 นาทีด้วยรถไฟชินคันเซ็น

3. เทือกเขาชิราคามิ (Shirakami-Sanchi) – มรดกโลก

เทือกเขาชิราคามิเป็นมรดกโลกแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ขึ้นทะเบียนในปี 1993 ป่าบีชญี่ปุ่น (บุนะ) ที่ยังคงความบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ กินพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดอะคิตะและอาโอโมริ

นักท่องเที่ยวสามารถเดินป่าในเส้นทางที่กำหนดไว้ ชมธรรมชาติอันงดงาม และสัมผัสบรรยากาศของป่าดงดิบที่มีอายุหลายร้อยปี สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเดินป่า ยังสามารถนั่งรถไฟ Resort Shirakami ชมทิวทัศน์ของเทือกเขา ทะเล และพระอาทิตย์ตกได้อย่างสบายๆ

4. หมู่บ้านออนเซ็นนิวโตะ (Nyuto Onsen)

หมู่บ้านออนเซ็นนิวโตะเป็นกลุ่มออนเซ็นที่ตั้งอยู่กลางภูเขา มีที่พักออนเซ็น 7 แห่งที่แต่ละแห่งมีต้นน้ำและลักษณะน้ำที่แตกต่างกัน บรรยากาศสงบเงียบ รายล้อมด้วยธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนและชาร์จพลัง

นักท่องเที่ยวสามารถตระเวนแช่ออนเซ็นหลายแห่ง (Onsen Hopping) เพื่อสัมผัสความแตกต่างของแต่ละแห่ง ทั้งออนเซ็นน้ำนม ออนเซ็นน้ำสีเหล็ก และออนเซ็นกลางแจ้ง

การเดินทาง: จากสถานีทาซาวะโกะมีรถบัสไปยังหมู่บ้านออนเซ็นนิวโตะ

5. คาบสมุทรโอกะและพิพิธภัณฑ์นามาฮาเกะ (Oga Peninsula & Namahage Museum)

คาบสมุทรโอกะยื่นออกไปในทะเลญี่ปุ่น มีประเพณี “นามาฮาเกะ” ที่มีชื่อเสียง นามาฮาเกะคือปีศาจในตำนานที่จะมาเยี่ยมบ้านในช่วงปีใหม่เพื่อตักเตือนเด็กที่เกียจคร้าน

ที่พิพิธภัณฑ์นามาฮาเกะ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมา ชมการแสดงนามาฮาเกะ และสามารถสวมชุดนามาฮาเกะถ่ายรูปได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ GAO และหมู่บ้านออนเซ็นบริเวณใกล้เคียง

6. ช่องแคบดาคิกาเอริ (Dakigaeri Gorge)

ช่องแคบดาคิกาเอริมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เส้นทางเดินเขาแคบและชันมาก จนเวลาคนเดินสวนกันต้องเดินชิดกันจนเกือบกอด จึงเป็นที่มาของชื่อ “ดาคิกาเอริ” ที่แปลว่า “กอด”

ลำธารสีฟ้าใสไหลผ่านหุบเหว ต้นเมเปิลเรียงรายสองข้างทาง ในฤดูใบไม้ร่วง (ต้นตุลาคม-ต้นพฤศจิกายน) จะมีเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมการแสดงและพิธีชงชา

เทศกาลประจำปีที่น่าสนใจ

เทศกาลคันโต (Kanto Festival)

จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เป็นหนึ่งในสามเทศกาลที่สำคัญของภูมิภาคโทโฮคุ นักแสดงจะใช้หน้าผาก ไหล่ และสะโพกพยุงเสาไม้ไผ่สูงที่แขวนโคมไฟหลายสิบดวง แสดงฝีมือและความสมดุลอันน่าทึ่ง

เทศกาลดอกไม้ไฟโอมาการิ (Omagari Fireworks Festival)

จัดในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม ได้ชื่อว่าเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น นักประดิษฐ์ดอกไม้ไฟจากทั่วประเทศมาประชันฝีมือ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับดอกไม้ไฟนับหมื่นนัดที่ระเบิดบนท้องฟ้า

หลายโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนจะจัดให้มีการเที่ยวชมเทศกาลนี้โดยเฉพาะ

โยโคเตะคามาคุระ (Yokote Kamakura)

เทศกาลหิมะที่จัดในเดือนกุมภาพันธ์ ชาวบ้านจะสร้างอิกลูหิมะขนาดใหญ่หลายร้อยหลัง จุดเทียนไขในโคมกระดาษ สร้างบรรยากาศโรแมนติกและอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็น

อาหารพื้นเมืองที่ห้ามพลาด

คิริทันโป๊ะ (Kiritanpo): ข้าวปั้นห่อไม้ย่างไฟ นำมาต้มในหม้อไฟร้อนๆ กับไก่ ผัก และเห็ดพื้นเมือง

อินานิวะอุด้ง (Inaniwa Udon): เส้นอุด้งบางพิเศษที่มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ทำด้วยฝีมือโบราณมากว่า 300 ปี

โชตสึรุ (Shottsuru): น้ำปลาที่ทำจากปลาฮาตาฮาตะหมักดอง ใช้ปรุงอาหารพื้นเมือง

ข้าวอะคิตะโคมาจิ: ข้าวชั้นดีที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ข้าวเหนียวนุ่ม หวานธรรมชาติ

พบกับสุนัขอะคิตะตัวจริง

สุนัขอะคิตะเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัด ข้างสถานี JR โอดาเตะมี “ศูนย์สุนัขอะคิตะ” ที่นักท่องเที่ยวสามารถพบสุนัขอะคิตะตัวจริงที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดูแลศูนย์ท่องเที่ยว สามารถถ่ายรูปและเล่นกับน้องหมาได้

วิธีการเดินทาง

จากโตเกียว: ใช้รถไฟชินคันเซ็นสายอะคิตะ ระยะเวลา 3-4 ชั่วโมง

จากเซนได: ใช้รถไฟโคมาจิชินคันเซ็นถึงโมริโอกะ แล้วเปลี่ยนขบวน Akita Shinkansen

การเดินทางภายในจังหวัด: มีรถบัสท้องถิ่น รถไฟ JR และรถไฟท้องถิ่น หากต้องการความสะดวก แนะนำให้เช่ารถหรือใช้บริการแท็กซี่ท่องเที่ยว

เคล็ดลับสำหรับการวางแผนทริป

  • ระยะเวลาที่แนะนำ: 3-4 วันสำหรับการเที่ยวชมอะคิตะอย่างครบครัน
  • ฤดูกาลที่เหมาะสม:
    • ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) ชมซากุระที่คาคุโนดาเตะ
    • ฤดูร้อน (สิงหาคม) ร่วมงานเทศกาลคันโตและดอกไม้ไฟโอมาการิ
    • ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดาคิกาเอริ
    • ฤดูหนาว (กุมภาพันธ์) ร่วมงานโยโคเตะคามาคุระและชมปีศาจหิมะ
  • JR East Pass Tohoku Area: หากวางแผนทัวร์ญี่ปุ่นครอบคลุมภูมิภาคโทโฮคุ แนะนำให้ซื้อพาสนี้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

สรุป

อะคิตะเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อย่างดี และดื่มด่ำกับบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ที่เป็นเอกลักษณ์

ไม่ว่าคุณจะวางแผนทัวร์ญี่ปุ่นด้วยตัวเอง หรือเลือกใช้บริการทัวร์จัดโปรแกรม อะคิตะคือจุดหมายที่จะสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่างและน่าประทับใจให้กับคุณอย่างแน่นอน