ทะเลสาบบิวะ มนต์เสน่ห์แห่งทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

หากคุณกำลังวางแผนทัวร์ญี่ปุ่นและต้องการสัมผัสความงามของธรรมชาติที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ ทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) ในจังหวัดชิงะ คือคำตอบที่ลงตัว ห่างจากเกียวโตเพียง 10 นาทีโดยรถไฟ ทะเลสาบแห่งนี้ไม่เพียงเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น แต่ยังมีอายุกว่า 4 ล้านปี ถือเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ทำไมต้องเลือกทะเลสาบบิวะในโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น

ทะเลสาบบิวะครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 670 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นหนึ่งในหกของพื้นที่จังหวัดชิงะทั้งหมด ชื่อของทะเลสาบมาจากรูปร่างที่คล้ายกับเครื่องดนตรีญี่ปุ่นโบราณชื่อว่า “บิวะ” ซึ่งเป็นเครื่องสายคล้ายพิณ ทะเลสาบแห่งนี้ไม่เพียงมีความสำคัญทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ให้บริการผู้คนกว่า 14 ล้านคนในภูมิภาคคันไซ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เลือกทัวร์ญี่ปุ่นแบบครบวงจร ทะเลสาบบิวะเสนอกิจกรรมหลากหลายตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือชมวิว ว่ายน้ำ พายเรือคายัค หรือแม้กระทั่งเล่นสกีในฤดูหนาว

ไฮไลท์ท่องเที่ยวรอบทะเลสาบบิวะ

1. ศาลเจ้าชิราฮิเงะ (Shirahige Shrine) – ประตูโทริอิลอยน้ำ

ศาลเจ้าชิราฮิเงะมีอายุกว่า 2,000 ปี เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคโอมิ จุดเด่นคือประตูโทริอิสีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่ในน้ำทะเลสาบ สร้างภาพที่สวยงามเหมือนศาลเจ้าอิสึกุชิมะในฮิโรชิมา ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือตอนพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เมื่อแสงสีทองสะท้อนกับผิวน้ำและประตูโทริอิ สร้างบรรยากาศที่มหัศจรรย์

การเดินทางมายังที่นี่สามารถลงรถไฟที่สถานี Omitakashima แล้วเดินประมาณ 30 นาที หรือหากคุณจองแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นที่มีรถตู้ส่วนตัว ก็จะสะดวกสบายยิ่งขึ้น

2. Biwako Terrace – ชมทะเลสาบจากมุมสูง

ลิฟต์กระเช้าที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่นจะพาคุณขึ้นสู่ระดับความสูง 1,100 เมตรในเวลาเพียง 5 นาที เมื่อถึงจุดชมวิว Biwako Terrace คุณจะได้ชื่นชมทัศนียภาพพาโนรามา 360 องศาของทะเลสาบบิวะและภูเขาโดยรอบที่สวยงามตระการตา

มีเทอเรซ 2 แห่งคือ Grand Terrace และ North Terrace ทั้งคู่มีคาเฟ่และร้านอาหาร ให้คุณนั่งจิบกาแฟชมวิวอันสวยงามได้อย่างผ่อนคลาย ในฤดูหนาวสถานที่แห่งนี้เปลี่ยนเป็นสกีรีสอร์ท Biwako Valley ซึ่งเหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบกิจกรรมหิมะ

3. เกาะจิคุบุ (Chikubushima Island) – เกาะศักดิ์สิทธิ์กลางทะเลสาบ

เกาะจิคุบุถือเป็นสถานที่ที่เทพเจ้าสถิตอยู่ บนเกาะมีวัดโฮโงจิ (Hogonji Temple) และศาลเจ้าสึคุบุสุมะ (Tsukubusuma Shrine) ที่เป็นที่ประดิษฐานของเทพีเบนเท็น หนึ่งในเทพีเบนเท็นสามแห่งที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น

การเดินทางไปเกาะสามารถล่องเรือจากท่าเรือนางาฮามะหรือท่าเรืออิมาซึ นักท่องเที่ยวที่เลือกทัวร์ญี่ปุ่นในภูมิภาคคันไซมักนิยมเพิ่มกิจกรรมล่องเรือชมเกาะแห่งนี้ในโปรแกรม

4. ปราสาทฮิโกเนะ (Hikone Castle) – มรดกแห่งชาติ

ปราสาทฮิโกเนะเป็นหนึ่งในเพียง 12 ปราสาทดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในญี่ปุ่น และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยงามและได้รับการอนุรักษ์ดีที่สุด ปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเลสาบบิวะฝั่งตะวันออก มีสวนญี่ปุ่นที่งดงามชื่อ Genkyuen Garden ประกอบด้วย

การเดินทางจากเกียวโตมาที่ปราสาทฮิโกเนะใช้เวลาประมาณ 50 นาที ค่าเข้าชมปราสาทและสวน 1,000 เยน ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น

5. Ukimido Temple – หอลอยน้ำที่โรแมนติก

Ukimido เป็นหนึ่งในห้าอาคารของวัด Mangetsu-ji ที่ตั้งอยู่บนทะเลสาบบิวะ หอลอยน้ำแห่งนี้เชื่อมต่อกับฝั่งด้วยสะพานไม้ เป็นหนึ่งในทัศนียภาพที่โดดเด่นที่สุดของทะเลสาบ สร้างขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของนิกาย Rinzai ในพุทธศาสนาเซน

วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่และบูรณะสองครั้งในปี 1937 และ 1982 สามารถเดินทางโดยรถบัสจากสถานี JR Katata หรือจอดรถยนต์ที่ลานจอดรถฟรีใกล้ ๆ

กิจกรรมบนทะเลสาบบิวะ

ล่องเรือชมวิว (Lake Biwa Cruise)

ล่องเรือชมทะเลสาบบิวะด้วยเรือ Michigan Cruise ซึ่งเป็นเรือกลไฟจักรพายที่ยิ่งใหญ่ พร้อมบริการอาหาร ความบันเทิง และดาดฟ้าชั้นบนสำหรับชมวิวทะเลสาบที่กว้างใหญ่ คุณสามารถเลือกเรือล่องในเวลาต่าง ๆ รวมถึงเรือล่องชมพระอาทิตย์ตกดินในช่วงฤดูร้อน

นอกจากนี้ยังมี South Lake Cruise ที่เป็นเรือขนาดเล็กกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการล่องเรือระยะสั้น ทั้งสองเรือออกจากท่าเรืออ็อตสึ (Otsu Port)

กิจกรรมกีฬาทางน้ำ

ทะเลสาบบิวะเป็นสวรรค์สำหรับคนรักกิจกรรมกลางแจ้ง ที่ BSC Watersports Center ในเมืองอ็อตสึ คุณสามารถเช่าเรือคายัค เรือแคนู ลองเล่น Stand Up Paddle Board หรือเรียนรู้การแล่นเรือใบและวินด์เซิร์ฟได้ นอกจากนี้ยังมีแคมป์สกีสำหรับเด็กในช่วงฤดูหนาว

ว่ายน้ำและตั้งแคมป์

หาด Omimaiko เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมในฤดูร้อนจากเกียวโต มีหาดทรายขาวและต้นสนที่ให้ร่มเงา การเดินทางสามารถใช้รถไฟสาย JR Kosei Line ลงที่สถานี Omi-Maiko แล้วเดินไปหาดเพียง 5 นาที

สำหรับผู้ที่ชอบแคมป์ปิ้ง Okubiwako Campground ทางตอนเหนือของทะเลสาบเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม มีบริการเช่าเต็นท์หรือลองกลัมปิ้ง (Glamping) ในกระท่อมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้

พิพิธภัณฑ์ทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa Museum)

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในวันฝนตก มีทัวร์สองภาษาอธิบายประวัติศาสตร์ของทะเลสาบและสัตว์ป่าที่หลากหลาย อุโมงค์กระจกใสให้ประสบการณ์แบบดื่มด่ำท่ามกลางสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่หายากของทะเลสาบ

พิพิธภัณฑ์มีโมเดลขนาดเต็มที่นำประวัติศาสตร์ของพื้นที่มาสู่ชีวิต และนิทรรศการเชิงโต้ตอบที่จะทำให้เด็ก ๆ สนใจเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับครอบครัวที่มาเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น

ที่พักรอบทะเลสาบบิวะ

ทะเลสาบบิวะมีที่พักให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่โฮสเทลราคาประหยัดไปจนถึงรีสอร์ทหรูหรา โรงแรมส่วนใหญ่มีบ่อน้ำพุร้อน หลายแห่งมีวิวตรงไปยังทะเลสาบ  พื้นที่ Ogoto Onsen ทางฝั่งตะวันตกเป็นย่านน้ำพุร้อนยอดนิยม มีทั้งเรียวกังขนาดเล็กและโรงแรม ซึ่งส่วนใหญ่เปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวรายวันด้วยค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย

การเดินทางไปทะเลสาบบิวะ

ทะเลสาบบิวะตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดชิงะ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีจากสถานีเกียวโต การเดินทางสะดวกสบายมาก:

  • จากเกียวโต: นั่งรถไฟสาย JR Tokaido Main Line จากสถานีเกียวโตไปยังสถานีอ็อตสึ (Otsu Station) ที่ปลายทางใต้ของทะเลสาบ หรือต่อไปยังสถานีฮิโกเนะเพื่อเข้าถึงด้านตะวันออกของทะเลสาบ
  • จากสนามบินคันไซ: รถไฟด่วน Haruka Limited Express ไปถึงอ็อตสึในเวลาเพียง 80 นาที
  • จากนาโกย่า: มีเส้นทางตรงเชื่อมต่อกับบริเวณทะเลสาบ

หากคุณจองทัวร์ญี่ปุ่นแบบครบวงจร บริษัททัวร์ส่วนใหญ่จะจัดรถรับส่งสะดวกสบายพร้อมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น

เมื่อไหร่ควรไปทะเลสาบบิวะ

ทะเลสาบบิวะสวยงามตลอดทั้งปี แต่ละฤดูมีเสน่ห์แตกต่างกัน:

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม): ชมดอกซากุระบานรอบทะเลสาบและปราสาท
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม): เหมาะสำหรับว่ายน้ำ กีฬาทางน้ำ และงานพลุไฟ Biwako Great Fireworks Festival ที่ดึงดูดผู้คนกว่า 300,000 คน
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน): ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามรอบทะเลสาบและภูเขา
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์): เล่นสกีที่ Biwako Valley พร้อมวิวทะเลสาบอันสวยงาม

ของฝากและอาหารท้องถิ่น

เมื่อมาเยือนทะเลสาบบิวะ อย่าลืมลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและซื้อของฝาก ขนม Ubaga Mochi เป็นขนมพื้นเมืองที่ผลิตด้วยวิธีการดั้งเดิมที่ส่งต่อกันมากว่า 400 ปี ทำจากโมจิที่ห่อไส้ถั่วแดงหวานน้อย โรยหน้าด้วยถั่วขาวและมันเทศ

ปลาซิจิมิ (Seta Clam) เป็นอาหารพิเศษจากทะเลสาบที่คุณไม่ควรพลาด และเนื้อวัว Omi Beef ซึ่งเป็นเนื้อวัวชั้นเลิศจากภูมิภาคนี้ สามารถลิ้มรสได้ในร้านอาหารรอบเมืองฮิโกเนะและโอมิฮาจิมัง

เคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว

  1. JR West Pass: หากคุณวางแผนทัวร์ญี่ปุ่นในภูมิภาคคันไซ ควรพิจารณาซื้อ JR West Pass ที่ให้คุณเดินทางไม่จำกัดบนรถไฟ JR รวมถึงเส้นทางรอบทะเลสาบบิวะ
  2. เช่ารถจักรยาน: หลายสถานีรอบทะเลสาบมีบริการเช่าจักรยาน เหมาะสำหรับการปั่นชมวิวรอบทะเลสาบ
  3. ดาวน์โหลดแอป Safety Tips: แอปพลิเคชันนี้ให้ข้อมูลฉุกเฉินและคำแนะนำด้านความปลอดภัยเป็นหลายภาษา
  4. จองล่วงหน้า: สำหรับกิจกรรมยอดนิยมเช่นล่องเรือหรือ Biwako Terrace โดยเฉพาะช่วงวันหยุดและฤดูกาล ควรจองล่วงหน้า

สรุป

ทะเลสาบบิวะคือสมบัติแห่งธรรมชาติที่ผสมผสานระหว่างความงดงามทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และกิจกรรมที่หลากหลาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสมิติใหม่ของญี่ปุ่นนอกเหนือจากเมืองใหญ่ ด้วยทำเลที่ใกล้เกียวโตและสะดวกในการเดินทาง ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดในโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นของคุณ

ไม่ว่าคุณจะชอบธรรมชาติ วัฒนธรรม กิจกรรมผจญภัย หรือแค่ต้องการผ่อนคลายในบรรยากาศสงบริมทะเลสาบ ทะเลสาบบิวะมีทุกอย่างที่จะทำให้การเดินทางของคุณน่าจดจำและประทับใจไม่รู้ลืม วางแผนทัวร์ญี่ปุ่นของคุณและมาค้นพบมนต์เสน่ห์แห่งทะเลสาบบิวะด้วยตัวเองครับ!