เซ็นได (Sendai) เมืองหลวงของจังหวัดมิยางิ ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งต้นไม้” (City of Trees) จากต้นเคยากิที่เรียงรายตลอดแนวถนนในเมือง เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ ห่างจากโตเกียวเพียง 90 นาทีด้วยรถไฟชินคันเซ็น ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับทัวร์ญี่ปุ่นที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทำไมต้องเที่ยวเซ็นได?
เซ็นไดเป็นเมืองที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างลงตัว มีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหารชื่อดัง สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม การวางผังเมืองที่เป็นระเบียบทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในเมืองทำได้สะดวกสบาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย
สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
1. ปราสาทอาโอบะ (Aoba Castle)
ร่องรอยของปราสาทในยุคสมัยของไดเมียว ดาเตะ มาซามูเนะ เมื่อ 400 ปีก่อน ปัจจุบันเหลือเพียงซากกำแพงหินและหอรักษาความปลอดภัย แต่ที่นี่กลับกลายเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองเซ็นไดและแม่น้ำฮิโรเสะได้แบบ 360 องศา มีรูปปั้นสำริดของดาเตะ มาซามูเนะบนหลังม้าเป็นจุดเช็คอินยอดนิยม
2. ศาลเจ้าโอซากิ ฮะชิมังกุ
ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ปกป้องชาวเมืองเซ็นได มีสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโบราณที่งดงาม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองให้ความเคารพนับถือมายาวนาน บรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการมาขอพรและถ่ายรูป
3. ช่องเขานาโตริ (Naruko Gorge)
ช่องเขาที่สวยงามซึ่งปกคลุมไปด้วยหินขนาดยักษ์และมีรูปร่างแปลกประหลาด จากการที่ถูกแม่น้ำนาโตริกัดเซาะ เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามในฤดูใบไม้ร่วง
4. กินซัง ออนเซ็น (Ginzan Onsen)
หมู่บ้านออนเซ็นเล็กๆ กลางหุบเขาที่มีประวัติย้อนหลังไปกว่า 100 ปี บรรยากาศเหมือนย้อนเวลากลับไปยุคเอโดะ ด้วยบ้านโบราณสไตล์ไม้ริมธารน้ำและหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว ถือเป็นหนึ่งในออนเซ็นที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น
5. ภูเขาซาโอะ (Mt. Zao)
ภูเขาที่ห่างจากตัวเมืองเพียง 1 ชั่วโมง สามารถพบกับปีศาจหิมะหรือ “จุเฮียว” (Snow Monster) ที่เกิดจากต้นไม้ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่อลังการ นอกจากนี้ยังมีกระเช้าลอยฟ้า Zao Ropeway สำหรับชมวิวพาโนรามา
6. อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay)
หนึ่งในสามทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น มีเกาะเล็กๆ กระจายอยู่มากกว่า 260 เกาะ สามารถล่องเรือชมวิวหรือเดินเยี่ยมชมวัดต่างๆ บนเกาะได้
อาหารพื้นเมืองห้ามพลาด
ลิ้นวัวย่าง (Gyutan)
ลิ้นวัวย่างเป็นเมนูพิเศษยอดนิยมของเมืองเซ็นได เนื้อนุ่ม หนึบ หนับ อร่อยเด็ด โดยเฉพาะแบบหมักมิโสะ มีร้านอาหารมากมายให้เลือกทั้งในย่านสถานีและย่านช้อปปิ้งใจกลางเมือง
ผักเซริ นาเบะ (Seri Nabe)
อาหารหม้อไฟพื้นเมืองที่ใช้ผักเซริซึ่งมีรากกรอบอร่อย เป็นอาหารฤดูหนาวประจำถิ่นที่ควรลอง
ซูซันเดะ (Zunda)
ขนมหวานทำจากถั่วแระบดผสมน้ำตาล มีสีเขียวอ่อนสวยงาม ทานคู่กับโมจิหรือไอศกรีมก็อร่อย
การเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวก
การเดินทางสู่เซ็นได
- จากโตเกียว: รถไฟชินคันเซ็นสาย Tohoku ใช้เวลาประมาณ 90 นาที
- เครื่องบิน: สนามบินเซ็นไดมีเที่ยวบินเชื่อมต่อจากเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น รวมถึงเส้นทางระหว่างประเทศบางเส้นทาง
การเดินทางในเมือง
Loople Sendai Bus
รถบัสท่องเที่ยวที่จะจอดที่จุดท่องเที่ยวสำคัญของเซ็นได ซื้อตั๋ว One Day Pass ราคาผู้ใหญ่ 620 เยน สะดวกและคุ้มค่าสำหรับการท่องเที่ยวทั่วเมือง
รถไฟใต้ดิน
มี 2 สายคือ Namboku Line และ Tozai Line เชื่อมต่อจุดสำคัญในเมือง
Sendai Area Pass
บัตรโดยสารที่ใช้ได้ทั้งรถบัส รถไฟ JR หลายสาย เหมาะสำหรับการเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวรอบนอกเมือง
ช่วงเวลาที่เหมาะในการเที่ยว
- ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน): ชมดอกซากุระบานสะพรั่งตามสวนสาธารณะและริมแม่น้ำ
- ฤดูร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม): งานเทศกาล Tanabata Matsuri ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
- ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน): ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม
- ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์): เล่นสกี ชมปีศาจหิมะ และแช่ออนเซ็น
เคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว
- จองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงเทศกาล Tanabata (ต้นเดือนสิงหาคม)
- ซื้อ JR East Pass ถ้าวางแผนทัวร์ญี่ปุ่นในภูมิภาคโทโฮคุหลายเมือง จะประหยัดค่าเดินทางมาก
- เตรียมตัวรับมือกับอากาศหนาว โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อุณหภูมิอาจติดลบ
- ดาวน์โหลดแอปแปลภาษา แม้ป้ายจะมีภาษาอังกฤษแต่การสื่อสารอาจต้องใช้
- แวะชิมอาหารท้องถิ่น ในตลาดโชเทนไก (Shotengai) ถนนคนเดินที่มีร้านค้าท้องถิ่นมากมาย
สรุป
เซ็นไดเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่าง ไม่วุ่นวายเหมือนโตเกียวหรือโอซาก้า แต่มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยธรรมชาติ วัฒนธรรม และอาหารพื้นเมืองที่น่าประทับใจ หากคุณกำลังวางแผนทัวร์ญี่ปุ่นสายธรรมชาติและวัฒนธรรม เซ็นไดคือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะมาแบบทัวร์ญี่ปุ่นจัดโปรแกรมหรือเที่ยวเองก็สนุกและประทับใจได้ไม่ต่างกัน
พร้อมแล้วก็เตรียมกระเป๋าไปสัมผัสความงดงามของเมืองแห่งต้นไม้แห่งนี้กันเถอะ!


