ทัวร์เวียดนาม BANANA HANOI HALONG 4D3N

เส้นมางท่องเที่ยวเวียดนามตอนเหนือบินตรงจากเชียงใหม่ เที่ยวได้ครบไฮไลท์  ฮานอย ฮาลอง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทางวัฒนธรรม ทางประวัติศาสตร์ ไม่พลาดกับการล่องเรือชมมรดกโลก “ฮาลองเบย์”

 

วันแรก            เชียงใหม่ ฮานอย ฮาลอง

11.30 น. คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่อาคารผู้โดยสารขาออกประตู 8 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง จากนั้นนำท่านเช็คอินเคาน์เตอร์ สายการบินสายการบินไทยแอร์เอเชีย

11.30 น. คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่อาคารผู้โดยสารขาออกประตู 8 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง จากนั้นนำท่านเช็คอินเคาน์เตอร์ สายการบินสายการบินไทยแอร์เอเชีย

13.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงฮานอย เวียดนาม โดยสายการบินสายการบินไทยแอร์เอเชียเที่ยวบินที่ FD 870

14.50 น.    เดินทางถึง กรุงฮานอย นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร นำท่านเดินทางสู่ ฮาลอง อ่าวฮาลองเป็นอ่าวที่มีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะ โผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน ด้วยความสวยงามและความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของอ่าวฮาลองทำให้ที่นี่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโกในปีค.ศ.1994 ให้ท่านชมทัศนียภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเวียดนามสองข้างทาง

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NEW STAR HALONG 2 HOTEL,HALONG หรือเทียบเท่า

   http://www.newstarhalonghotel.com/

(หมายเหตุ: การเดินทางไปเมืองฮาลองจะแวะพักรถให้ทุกท่านผ่อนคลายอิริยาบถที่ร้านขายของที่ระลึกระหว่างทาง 1 ครั้ง)

 

วันที่สอง  ฮาลอง – ล่องเรืออ่าวฮาลอง – ฮานอย – ชมการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ

เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน ล่องเรือ สัมผัสบรรยากาศอันแสนโรแมนติกของ อ่าวฮาลอง ซึ่งได้รับสมญานามว่า “กุ้ยหลินแห่งเวียดนาม” ชมความงามของเกาะที่มีหินน้อยใหญ่ตั้งตระหง่านเสียดยอดเรียงรายกว่า 2,000 เกาะ บนเนื้อที่ 1,500 ตารางกิโลเมตร ที่ธรรมชาติบรรจงสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นรูปลักษณ์แห่งจินตนาการ เช่น เกาะไก่ชน เกาะสุนัข เกาะแมว

เป็นต้น และที่ขาดไม่ได้สำหรับการเดินทางมาที่อ่าวฮาลองคือการเดินชมความงามของถ้ำหินงอกหินย้อยอันตระการตาใน “ถ้ำสวรรค์” หรือ Paradise Cave นั่นเอง

กลางวัน          รับประทานอาหารกลางวัน บนเรือ

บ่าย        นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนามที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 1,000 ปี จากนั้นนำท่านชม การแสดงหุ่นกระบอกน้ำ ศิลปะการละเล่นพื้นเมืองของชาวนายามว่างจากการทำไร่ทำนา เป็นศิลปะที่หาชมได้ยาก เป็นการแสดงที่บอกเล่าเรื่องราวของตำนาน ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตท้องถิ่นของชาวเวียดนาม ประกอบการบรรเลงดนตรีพื้นเมือง เพื่อให้เกิดความบันเทิงและได้อรรถรสในการชมมากยิ่งขึ้น

  ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก FLOWER HOTEL, HANOI หรือเทียบเท่า

              http://www.flowerhotel.com.vn/

              (หมายเหตุ: การเดินทางกลับเมืองฮานอยจะแวะพักรถให้ทุกท่านผ่อนคลายอิริยาบถที่ร้านขายของที่ระลึกระหว่างทาง 1 ครั้ง)

 

วันที่สาม  ฮานอย – สุสานโฮจิมินห์ – ทำเนียบประธานาธิบดี – บ้านพักโฮจิมินห์ – เจดีย์เสาเดียว – ทะเลสาบคืนดาบ – วัดหง็อกเซิน – ช้อปปิ้งถนน 36 สาย

เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านสู่จัตุรัสบาดิ่งห์ ชม สุสานโฮจิมินห์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1973 และเสร็จในปี ค.ศ.1975 ซึ่งบรรจุร่างอาบน้ำยาของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ซึ่งนอนอยู่บนแท่นในห้องเย็น (หมายเหตุ การเข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ ไม่นำกล้องและกระเป๋าสะพายเข้าไป **สุสานโฮจิมินห์จะปิดทุกวันจันทร์และวันศุกร์ แต่สามารถชมภายนอกได้ และในเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี รัฐบาลจะปิดสุสานเพื่อนำรางของประธานาธิบดีโฮจิมินห์มารักษาสภาพให้สมบูรณ์ เพื่อให้ประชาชนได้เคารพสืบไป)

ชม ทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งให้เป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ชม บ้านพักโฮจิมินห์ ซี่งเป็นบ้านไม้ยกพื้น ชมห้องทำงาน ห้องนอน และห้องต่าง ๆ ที่เรียบง่าย แล้วนำท่านชม เจดีย์เสาเดียว สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง เป็นศาลาเก๋งจีนหลังเดียวขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนเสาต้นเดียวกลางสระ ภายในศาลาเป็นที่ประดิษฐานของรูปเจ้าแม่กวนอิมปางแสดงอภินิหาร 10 กร แต่ละมือถือของมงคลรวม 8 อย่าง สร้างโดยกษัตริย์เล ไท โต ในปี ค.ศ.1049 ตามพระสุบินที่เจ้าแม่กวนอิมทรงนั่งในดอกบัวมาประทานพระโอรส เมื่อได้พระโอรสตามพระสุบินแล้ว จึงสร้างเจดีย์นี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และชม ทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งให้เป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

จากนั้นชม พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ เป็นอาคารคอนกรีตขนาดมหึมาสร้างเมื่อครบรอบวันเกิดของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ มีการจัดแบ่งเป็นห้องต่างๆ เพื่อรวบรวมงานศิลปะ ภาพถ่ายขาวดำ และแสดงเรื่องราวของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ครั้งยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งกอบกู้เอกราชสำเร็จ

กลางวัน          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร SEN TAY HO

              เมนู : บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ อาทิ อาหารเวียดนาม ไทย จีน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น

นำนำท่านชม ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลสาบที่มีทัศนียภาพสวยงามใจกลางกรุงฮานอย ซึ่งมีประวัติว่า พระเจ้าเล ไท โต ได้รับดาบวิเศษที่พระองค์ใช้ในช่วง 10 ปีที่ต่อสู้กับราชวงศ์หมิงของประเทศจีน หลังจากปลดปล่อยประเทศให้เป็นอิสระแล้ว พระองค์ทรงลงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบวิเศษแก่เต่าศักดิ์สิทธิ์ กล่าวกันว่าเต่าขึ้นมาคาบดาบไปจากพระหัตถ์ของพระองค์แล้วหายลงไปในทะเลสาบ จากนั้นนำท่านข้ามสะพานแสงอาทิตย์ สะพานไม้สีแดงสดเพื่อชม วัดหง็อกเซิน หรือวัดเนินหยก ที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆในทะเลสาบ เชิญท่านนมัสการองค์กวนอูและเจ้าแม่ทับทิมที่ประดิษฐานอยู่ด้านใน วัดนี้สร้างเพื่ออุทิศให้แม่ทัพ เจิ่น ฮึง ด่าว ผู้กล้าชาวเวียดนามที่สามารถกอบกู้เอกราชจากกองทัพมองโกลในสมัยศตวรรษที่ 13 จากนั้นอิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้านานาชนิด อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของที่ระลึกใน ย่านเมืองเก่า(ถนน 36 สาย) เป็นต้น

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก FLOWER HOTEL,HANOI หรือเทียบเท่า

                  http://www.flowerhotel.com.vn/

 

วันที่สี่      ฮานอย – วัดเฉินก๊วก – วิหารวรรณกรรม – สนามบินนอยไบ – เชียงใหม่

เช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

             นำท่านชม วัดเฉินก๊วก หรือ เจดีย์เฉินก๊วก เป็นเจดีย์พุทธศาสนาที่เก่าแก่สุดในกรุงฮานอย สร้างโดยกษัตริย์เลนามเดอ ครั้งเมื่อมีการสร้างเมืองขึ้นใหม่ เจดีย์นี้โดดเด่นทรงสูง มีต้นศรีมหาโพธิ์ อันเป็นของขวัญจากอินเดียปลูกไว้ อยู่ที่ทะเลสาบทางตะวันตก รอบๆวัดเป็นย่านเมืองใหม่ที่ได้ชื่อว่า ‘เบฟเวอรี่ฮิลล์ของฮานอย’ ต่อมาดัดแปลงนำเรือมาทำเป็นร้านอาหาร บรรยากาศดูดี หากมองจากด้านนอกจะเห็นเจดีย์ทรงสูง ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น มองวิวทะเลสาปผ่านต้นไม้และพุ่มไม้ เชิญเที่ยวชมความสวยงามของ “วัดเฉินก๊วก” กันแบบใกล้ชิด

จากนั้นนำท่านชม วิหารวรรณกรรม หรือ วันเหมียว Van Mieu สร้างขึ้นใน พ.ศ. 1613 รัชสมัยของพระเจ้าหลีไทโตง เพื่ออุทิศให้แก่ขงจื้อ วิหารนี้อยู่ติดกับกว๊อกตื่อยาม โรงเรียนของพวกขุนนาง และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม ต่อมาในสมัยราชวงศ์ตรัน ได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นกว็อกช็อกเวียน ตรงบริเวณหัวมุมทางเข้าด้านหน้า จะมีซุ้มแผ่นป้ายทำด้วยหินสลักข้อความ ขอให้ผู้มาเยือนลงจากหลังม้าก่อนที่จะเข้าข้างใน  บริเวณวิหารวรรณกรรมแบ่งออกเป็นบาน มีกำแพงล้อมรอบ 5 แห่งด้วยกัน ประตูทางเข้าด้านหน้าทำเป็น 2 ชั้น มีประตูทางเข้าใหญ่ 1 ประตูทำเป็นรูปวงโค้งมีประตูเล็กอยู่ 2 ข้างประตูใหญ่ ชั้นที่ 2 ทำเป็นรูปคล้ายเก๋งจีนซ้อนกัน 2 ชั้น มีประตูรูปวงโค้ง  3 ประตู สลักชื่อวิหารวรรณกรรมอยู่ชั้นบนสุด ทางเดินปูลาดด้วยหินเป็นแผ่นๆ สองข้างมีบ่อน้ำสี่เหลี่ยมขนาดเล็กอยู่ 2 บ่อ เมื่อมาถึงอาคารที่ชื่อตึกดาวลูกไก่ เคววันกั๊ก สถานที่นักอักษรศาสตร์มาท่องบทกวีของพวกเขา และมีประตูกำแพงใหญ่ได๋แถงห์โมน อันเป็นสัญลักษณ์ของกรุงฮานอย กับสระน้ำขนาดใหญ่ตรงกลางลานอยู่ด้านหลังประตูใหญ่มีชื่อว่า สระแสงงาม เทียนกวางติงห์  เพราะเวลาแสงจากพระอาทิตย์สาดส่องจะสะท้อนเข้าสู่ประตูใหญ่ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง บริเวณสองข้างสระแสงงามมีอาคารชั้นเดียวอยู่ 5 หลัง ภายในประดิษฐานแผ่นหินจารึกรวม 82 แผ่น ที่หลงเหลืออยู่จากของเดิมที่มีถึง 117 แผ่น แผ่นหินเหล่านี้จะตึ้งอยู่บนหลังเต่าทำด้วยหิน จารึกชื่อ ผลงาน ประวัติทางวิชาการของผู้ที่สอบผ่านการศึกษาหลักสูตร 3 ปี ในระหว่าง ปี พ.ศ. 1985- 2322 หลายคนเรียกว่า แผ่นหินจารึกชื่อจอหงวน  ผ่านตรงนี้เข้าไปจะพบกับวิหาร ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานของรูปเคารพขงจื้ออันศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งศิษย์ เพื่อใช้เป็นสถานที่บูชาขงจื้อ เป็นที่ศึกษาของพระโอรสของกษัตริย์และพวกขุนนาง ทางเดินเข้าจะผ่านประตูมีชื่อต่างๆมีความหมายเป็นคติ เช่น คุณธรรม และความสามารถ ประดับด้วยธง 5 สี มีอักษรจีนเขียนไว้อ่านว่า เหวิน ถ้าอ่านแบบเวียดนามว่า วัน หรือว่าน แปลว่า วรรณคดี วรรณกรรม ภาษา ส่วนคำว่า เหมียว หรือมิว แปลว่า วัด

กลางวัน          รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย        สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินนอยไบ เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับ

15.20 น.        เดินทางกลับเชียงใหม่ การบินเวียดนามแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ FD 871

16.55 น.        เดินทางถึง ท่าอากาศยานเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ