ทัวร์ยุโรปตะวันออก สาธารณรัฐเชค เยอรมนี ออสเตรีย สโลวาเกีย ฮังการี 10วัน 7คืน

 

เส้นทางสุดคลาสสิคโซนยุโรปตะวันออก เยอรมนี ออสเตรีย ฮังการี สโลวาเกีย สาธารณรัฐเชค เปิดประสบการณ์เที่ยวยุโรป ผสมผสานทั้งมนต์ขลังของเมืองเก่า และความทันสมัยของเมืองใหญ่ เต็มอิ่มด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และช้อปปิ้ง

 

 

วันแรก

สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ
21.30 น. คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาท์เตอร์ D สายการบินไทย

วันที่ 2

กรุงเทพฯ – มิวนิค (เยอรมนี) TG 924 (00.50 – 07.05) – ฟุซเซ่น – ชมเมืองฟุซเซ่น – ชวานเกา – สะพานมาเรียน – เข้าชมปราสาทนอยชวานสไตน์ – โอเบอร์อัมเมอร์เกา – มิวนิค

เดินทางสู่เมืองฟุซเซ่น ใช้เวลาประมาณ 1.40 ชม.

ชมเมืองฟุซเซ่น
เมืองเล็กๆ สุดทางสายโรแมนติก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปปราสาทเป็นเมืองท่องเที่ยวธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนชื่นชอบ ทั้งบรรยากาศที่เงียบสงบ บ้านเมืองที่ดูน่ารัก ชาวเมืองที่รอต้อนรับอย่างอบอุ่น และการตกแต่งทั้งโรงแรมและร้านอาหารให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ชวานเกา
นั่งรถท้องถิ่นนำท่านเดินทางขึ้นสู่ตัวปราสาทระหว่างทางชมวิวทิวทัศน์อันงดงาม
ของตัวปราสาทที่โดดเด่นและมีทะเลสาบล้อมรอบ

สะพานมาเรียน
สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แด่พระมารดาของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ซึ่งพาดผ่านโตรกผาพอลเล็ทสูง 200 เมตร เหนือทะเลสาปแอลป์เซ เป็นจุดชมวิวมุมกว้างที่งดงามและน่าประทับใจที่สุดของปราสาท สามารถชมปราสาทโฮเฮนชวานเกาที่ตั้งอยู่บนหน้าผาเหนือทะเลสาบแอลป์เซเป็นอีกมุมที่น่าเก็บภาพเช่นเดียวกัน

ปราสาทนอยชวานสไตน์ (ชมด้านใน)
สร้างภายใต้บัญชาการของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 มีความงดงามมากจนแม้แต่ราชาการ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ยังหลงใหลนำไปเป็นต้นแบบปราสาทเจ้าหญิงนิทราในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ชมบรรยากาศของหมู่บ้านที่รายล้อมรอบด้วยทะเลสาบสีฟ้า ประทับใจกับวิวสวยที่มีปราสาทนอยชวานสไตน์และปราสาทโฮเฮนชวานเกาเป็นฉากหลัง

Enjoy the Carriage Ride

เพลิดเพลินกับการนั่งรถม้าดื่มด่ำบรรยากาศของปราสาทเทพนิยายแบบเต็มอิ่ม

โอเบอร์อัมเมอร์เกา
หมู่บ้านเล็กๆที่รายล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเสน่ห์แบบบาวาเรียที่ตัวบ้านมีการประดับด้วยภาพวาดแบบเฟรสโก้ หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องประเพณีการแกะสลักไม้ยาวนานกว่า 500 ปี และการแสดง the Passion Play เล่าเรื่องที่พระเยซูโดนตรึงกางเขน ซึ่งจัดแสดงขึ้นทุกๆ 10 ปี

เดินทางสู่มิวนิค ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก LUITPOLDPARK, MUNICH หรือ เทียบเท่า

วันที่ 3

มิวนิค – เฟราเอ่นเคียร์เช่อ – จัตุรัสมาเรียน – อิสระช้อปปิ้ง – ฮัลซตัท (ออสเตรีย) – เซนต์โวล์ฟกัง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (HOT BREAKFAST)

เดินทางสู่ฮัลชตัท ประเทศออสเตรีย ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม.

มิวนิค
ถือเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศรองจากเบอร์ลินและฮัมบวร์ค มิวนิกเรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมสวยๆ บรรยากาศดีเหมาะแก่การเดินเล่นแล้ว มิวนิคยังเป็นเมืองที่มีถนนคนเดินเยอะมาก ถนนแต่ละสายเต็มไปด้วยร้านค้าที่มีตั้งแต่สินค้าแบรนด์ดังไปจนถึงงานฝีมือที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ท้องถิ่น เรียกได้ว่าสามารถเที่ยวไปด้วย แล้วก็ ช้อปปิ้ง มิวนิค ไปด้วย

เฟราเอ่นเคียร์เช่อ
ยอดหอคอยคู่รูปโดมทรงหัวหอม หรือโบสถ์พระแม่มารี สร้างด้วยอิฐสีแดง สูง 99 เมตร หอคอยคู่นี้สร้างขึ้นทีหลังโบสถ์เมื่อปี 1525 ส่วนตัวโบสถ์สร้างเมื่อปี 1494 เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองมิวนิค ยอดหอคอยตั้งสูงโดดเด่นภายในโบสถ์มีรอยเท้าของปีศาจตามตำนานของการสร้างโบสถ์ (ชมด้านนอก)

จัตุรัสมาเรียน
หัวใจของเขตเมืองเก่าในยุคกลาง ที่นี่เคยเป็นตลาด แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ มาเรียนพลัตซ์มีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensäule ที่มีรูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง และ Neues Rathaus ศาลาว่าการเมืองสไตล์นีโอโกธิคอันโด่งดัง

อิสระช้อปปิ้ง
ให้ท่านได้มีเวลาอิสระเดินช้อปปิ้ง มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เนมอย่าง Louis Vuitton, Longchamp, Chanel, Hermes และอื่นๆ รวมถึงสินค้าแฟชั่นทั่วไปที่สามารถหาได้จากห้างใหญ่ Galeria Kaufhof หรือร้านน้ำหอมและเครื่องสำอาง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรมอาหารจีน

เดินทางสู่ฮัลสตัท ใช้เวลาประมาณ 2.40 ชม.

ฮัลชตัท
เป็นหมู่บ้านในแหล่งมรดกโลกซัลซ์คัมแมร์กุท ตั้งอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย อยู่ใกล้กับทะเลสาบฮัลชตัททางตะวันตกเฉียงใต้ ในปี ค.ศ. 2001 มีประชากร 946 คน เมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆของออสเตรีย

ทะเลสาบฮัลชตัท
ทะเลสาบฮัลชตัท เป็นทะเลสาบในแหล่งมรดกโลกซัลทซ์คัมเมอร์กูทของประเทศออสเตรียตั้งชื่อตามหมู่บ้านฮัลชตัทซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบแห่งนี้ ทะเลสาบกินพื้นที่พื้นน้ำราว 8.5 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมแห่งหนึ่งในซัลทซ์คัมเมอร์กูททะเลสาบมีสีน้ำเงินนี้ และเทือกเขาหิมะสูงตระหง่านล้อมรอบทะเลสาบสีฟ้าใสเอาไว้อย่างงดงาม โดยมีเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ทางฟากตะวันตกของ ทะเลสาบฮัลล์สตัทเทอร์

เดินทางสู่เมือง เมืองซังคท์ โวล์ฟกัง ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.

เมืองซังคท์ โวล์ฟกัง
ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บริเวณชายเขาชาร์ฟแบร์ก ริมทะเลสาบโวล์ฟกัง หนึ่งในทะเลสาบที่มีชื่อเสียงของประเทศออสเตรีย มีโบสถ์เล็กๆ เป็นโบสถ์ประจำเมืองและมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป นอกจากนี้แล้ว เมืองซังคท์-โวล์ฟกัง ยังเป็นเมืองมาร์เก็ต ทาวน์ (market town) และเมืองรีสอร์ทเพื่อสุขภาพที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอีกเมืองหนึ่งของประเทศออสเตรีย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมอาหารพื้นเมือง

AUSTRIAN RECOMMENDATION

ชนิทเซล สไตล์เวียนนาหมูชุบเกล็ดขนมปัง กรอบนอกนุ่มใน

นำท่านเข้าสู่ที่พัก WHITE HORSE HOTEL, St. WOLFGANG หรือ เทียบเท่า

วันที่ 4

เซนต์โวล์ฟกัง – เชสกี้ ครุมลอฟ (สาธารณรัฐเชค) – ปราสาทครุมลอฟ (ด้านนอก) – ชมเมืองมรดกโลก – ปราก

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (HOT BREAKFAST)

เดินทางสู่เชสกี้ ครุมลอฟ ประเทศสาธารณรัฐเชค ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.

เชสกี้ ครุมลอฟ
ไข่มุกแห่งโบฮีเมีย ตัวเมืองตั้งอยู่บนสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา (Vltava) เป็นเมืองที่สร้างขึ้นล้อมรอบปราสาทยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 เนื่องจากเมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ จึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติเงียบสงบและน่าหลงใหลเหมาะสมกับการพักผ่อน

ปราสาทครุมลอฟ (ชมด้านนอก)
มีอายุกว่า 700 ปี สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1250 พร้อมๆกับการสร้างเมืองแห่งนี้ ปราสาทครุมลอฟเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปราก พอเดินเขาไปในบริเวณปราสาทสิ่งแรกที่เห็นคือหอคอยปราสาท เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองไปแล้ว

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

BOHEMIAN SPECIALTY

ปลาเทราต์ทั้งตัวลิ้มรสปลาเทราต์พื้นเมืองย่าง หอมนุ่มลิ้น

อิสระเดินชมเมืองมรดกโลก
อาทิ จตุรัสคอนคอร์ด ถือเป็นศูนย์กลางของเขตเมืองเก่า เพราะเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นตลาดถนนทุกสายในเมืองจึงมุ่งตรงมาที่นี้ กลางจตุรัสมีเสาพระแม่มารี มีรูปปั้นนักบุญ St.Roch ผู้ช่วยให้ชาวเมืองรอดพ้นจากการระบาดจากกาฬโรคประดิษฐานอยู่ด้านล่าง โบสถ์เซนต์ไวตัส และร้านค้าต่างๆ

เดินทางสู่ปราก ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม.

กรุงปราก
เปรียบเหมือนดั่งสวรรค์บนดิน “กรุงปราก” เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็กเมืองแห่งปราสาทร้อยยอด เมืองแห่งทองคำ ว่ากันว่า “ปราก” เป็นเมืองที่สวยงามและโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรป เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงาม มีอารยธรรมที่สุดยอด มีความเก่าแก่จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเข้าสู่ที่พัก MAJESTIC HOTEL, PRAGUE หรือ เทียบเท่า

วันที่ 5

ปราก – เข้าชมปราสาทปราก – สะพานชาร์ลส์ –
จัตุรัสเมืองเก่า – หอนาฬิกาดาราศาสตร์ – อิสระช้อปปิ้ง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (HOT BREAKFAST)

ปราสาทแห่งกรุงปราก (ชมด้านใน)
หรือปราสาทฮราดคานี ปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำวัลตาวาสร้างโดยเจ้าชายบอริวอยในศตวรรษที่ 9 ด้วยศิลปะแบบโกธิค อดีตที่นี่เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเชค พร้อมไกด์ท้องถิ่นบรรยายด้านใน

สะพานชาร์ลส์
สะพานเก่าแก่สัญลักษณ์ของเมืองที่สร้างข้ามแม่น้ำวัลตาวา จุดเด่นของสะพานแห่งนี้ คือมีการประดับด้วยรูปปั้นนักบุญถึง 28 องค์และมี 1 องค์ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปลูบจนเป็นสีทองอร่ามผิดกับองค์อื่นที่ยังคงเป็นสีเขียวของสำริด คือ นักบุญ John Nepromuk

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

จัตุรัสเมืองเก่า
จตุรัสแห่งนี้มีความสำคัญมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 พื้นที่นี้เดิมเป็นตลาดซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของเมือง มีความสวยงามและเสน่ห์อันน่าหลงใหล มีศิลปะการก่อสร้างที่ผสมผสานหลายแบบทั้งโกธิค เรอเนซองส์ และบารอค ชมอาคารบ้านเรือนและวิหารเก่าแก่อายุหลายร้อยปีที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์กรยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกอิสระ

หอนาฬิกาดาราศาสตร์
หอนาฬิกาดาราศาสตร์ของศาลาว่าการเมืองสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1410 เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลาจะมีรูปปั้นสิบสองนักบุญเดินเวียนออกมาบริเวณเวทีเล็กๆ เหนือนาฬิกาซึ่งนักบุญแต่ละองค์ก็จะมีอิริยาบถแตกต่างกันตามความหมายของชื่อ อาทิ Vanity คือความฟุ้งเฟ้อ หลงตัวเอง เพราะฉะนั้นจึงมองแต่ตัวเองในกระจ

ช้อปปิ้ง กลางกรุงปราก
ศูนย์กลางร้านค้า ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ และแฟชั่นที่ทันสมัย ร้านแบรนด์เนมยี่ห้อ ดังระดับโลกนับ 10 ร้าน และแหล่งศูนย์กลางความบันเทิง และชุดเครื่องแก้วอันเลื่องชื่อเครื่องประดับอัญมณี เครื่องครัวและเบียร์ชั้นยอด

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ลิ้มรสไวน์พร้อมโชว์พื้นเมือง

ชมการแสดงดนตรีแบบโบฮีเมีย

พร้อมทานอาหารพื้นเมือง และเครื่องดื่ม+ไวน์ไม่อั้

นำท่านเข้าสู่ที่พัก MAJESTIC HOTEL, PRAGUE หรือ เทียบเท่า

วันที่ 6

ปราก – บราติสลาวา (สโลวัก) – ปราสาทบราติสลาวา (ด้านนอก) – สะพาน UFO – ชมเมืองเก่าบราติสลาวา – บูดาเปสต์ (ฮังการี) – ล่องเรือแม่น้ำดานูป

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (HOT BREAKFAST)

เดินทางสู่บราติสลาวา ประเทศสโลววัก ใช้เวลาประมาณ 3.30 ชม.

บราติสลาวา
เมืองหลวงของสาธารณรัฐสโลวาเกียตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ ค่อนมาทางดินแดนออสเตรียไม่ไกลจากกรุงเวียนนา เป็นที่ตั้งของทำเนียบประธานาธิบดี รัฐสภาและหน่วยงานภาครัฐต่างๆ และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑ์ โรงละครหอศิลป์ และสถาบันอื่นๆที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการศึกษา

ปราสาทแห่งกรุงบราติสลาวา (ด้านนอก)
ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาคาร์เบเธียนทางตะวันตกของตัวเมืองริมแม่น้ำดานูบ ตัวอาคารมีหอคอยสูง 80 เมตรทั้ง 4 ด้าน ผสมผสานด้วยศิลปะแบบโกธิค เรอเนซองส์ และบารอค ช่วงสงครามนโปเลียน เคยถูกเพลิงเผาผลาญในปี 1811 ปัจจุบันเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และสภาแห่งชาติ

สะพาน UFO
นิวบริดจ์หรือสะพานปฏิวัติแห่งชาติสโลวัค สะพานที่เชื่อมเมืองเก่ากับเมืองใหม่เข้าด้วยกัน สร้างขึ้นระหว่างปี 1967-1972 กลางสะพานมีหอคอยทรงสูง เปิดเป็นจุดชมวิวและภัตตาคารลอยฟ้าที่ความสูง 431 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้วยรูปทรงที่คล้ายกับ UFO จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน World Federation of Great Towers ของโลก

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ประตูไมเคิล
ซุ้มประตูไมเคิล ก่อสร้างสไตล์โกธิคสูง 51 เมตร เดิมมีอยู่ทั้งหมด 4 แห่ง ปัจจุบันเป็นประตูเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ ประตูไมเคิลมียอดโดมทรงหัวหอมตามศิลปะบารอค 3 ชั้น ลดหลั่นกัน ประตูแห่งนี้ตั้งอยู่ศูนย์กลางเมืองเก่า สองฝั่งถนนมีอาคารเก่าแก่หลากสีสันสไตล์อาร์ตนูโวตั้งเรียงรายอยู่ทำให้บรรยากาศคึกคัก

คนตกท่อคูมิล
Man at Work ที่โด่งดัง ณ แห่งนี้เคยถูกรถชนมาแล้วถึง 2 ครั้ง ในปัจจุบันจึงมีป้ายเขียนว่า “Man at Work” ปักอยู่บริเวณดังกล่าว เป็นสัญลักษณ์ช่วงที่เป็นคอมมิวนิสต์และตำนานยังกล่าวต่อไปว่าอาจจะเป็นคุณลุงที่เหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน อยากจะพักผ่อนบ้างตามประสาคนทำงานหนัก

บูดาเปสต์
เมืองหลวงของประเทศฮังการี ที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกทั้งความสวยงามทางธรรมชาติ ที่มีแม่น้ำดานูบไหลผ่านกลางเมืองทำให้เมืองแบ่งออกเป็นสองฝั่งคือเมืองเก่า หรือ บูดา ที่ยังคงความสวยงามของประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ และเมืองใหม่ หรือ เปสต์ ที่มีความหรูหราทันสมัย และยังมีเรื่องเล่าว่าเป็นที่แรกในโลกที่สร้างรถไฟใต้ดิน แต่เปิดใช้ทีหลังรถไฟใต้ดินของอังกฤษ

ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
ชมความงดงามของอาคารสถาปัตยกรรมแบบโกธิคสองฝั่งแม่น้ำดานูบ เช่น ตึกรัฐสภาอันโออ่าสะท้องผืนน้ำริมฝั่งเปสต์เป็นสัญลักษณ์ของเมืองบูดาเปสต์ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี 1885-1902 สะพานเชนเชื่อมฝั่งบูดาและเปสต์เข้าด้วยกัน เขาแกลเลียต และคาสเซิลฮิลล์ พร้อมเครื่องดื่มเสิร์ฟระหว่างการเดินทาง

SPICY SPECIAL DISH

ซุปกูลาชสไตล์แมกยาร์พร้อมพริกปาปริก้า เผ็ดร้อนถึงใจ

นำท่านสู่ที่พัก DANUBIUS HEALTH SPA RESORT MARGITSZIGET, BUDAPEST หรือเทียบเท่า

วันที่ 7

บูดาเปสต์ – ป้อมชาวประมง – จัตุรัสฮีโร่- โบสถ์แมทธิอัส – พาร์นดอร์ฟ (ออสเตรีย) –
อิสระช้อปปิ้ง ณ พาร์นดอร์ฟ เอ้าท์เลท – เวียนนา

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (HOT BREAKFAST)

ป้อมชาวประมง
ป้อมกรวยแหลม 7 ยอด สร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์รอบเมืองที่สวยที่สุด ซึ่งเราสามารถเห็นตึกรัฐสภาได้จากจุดนี้ และที่นี่ยังเป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างไว้เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมง ผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในคราวที่ถูกชาวมองโกลเข้ามารุกราน

โบสถ์แมทธิอัส
เดิมโบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์พระแม่มารี สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 13 โบสถ์นี้เคยใช้จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อของโบสถ์แห่งนี้มาจากชื่อกษัตริย์แมทธิอัส กษัตริย์ผู้มากด้วยความสามารถ ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

จัตุรัสฮีโร่
สถานที่รำลึกถึงการสร้างชาติ และการรอดพ้นจากการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งฮังการีครบ 1000 ปี บนยอดเสาโครินเธียนคอลัมน์สูง 36 เมตร ประดับด้วยรูปอาร์คแลนเจิลกราเบรียล ถือมงกุฎของกษัตริย์สเตฟานรอบฐานประดับด้วยรูปปั้นเจ้าชายอาร์พัดทรงม้านำหัวหน้าเผ่าแมกยาร์อีก 6 คน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

เดินทางสู่พาร์นดอร์ฟ ประเทศออสเตรีย ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม.

พาร์นดอร์ฟ เอ้าท์เลท
ตั้งอยู่ที่เมือง Parndoff ชานกรุงเวียนนาไปประมาณ 30-40 นาที เป็นศูนย์รวมสินค้าแฟชั่นหลากหลายแบรนด์ที่ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าแฟชั่นทั่วไป กีฬา เครื่องประดับ และสินค้าแบรนด์ดังอย่าง Prada, Gucci, Polo Ralph Lauren ฯลฯ

รับประทานอาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัย

เดินทางสู่เวียนนา ประเทศออสเตรีย ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.

นำท่านสู่ที่พัก SAVOYEN HOTEL, VIENNA หรือเทียบเท่า

วันที่ 8

เวียนนา – เข้าชมพระราชวังเชินบรุนน์ – ฮุนเดิร์ทวัสเซอร์เฮ้าส์ – ริงสตราเซ่ – มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น – ช้อปปิ้ง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (HOT BREAKFAST)

พระราชวังเชินบรุนน์ (ชมด้านใน)
พระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับสบูร์ก ซึ่งแปลว่าน้ำพุงาม พระราชวังมีสีเหลืองที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “สีเหลืองเทเรซ่า” สร้างขึ้นโดยพระนางมาเรียเทเรซ่ามีไกด์ท้องถิ่นบรรยายด้านใน นำชมความงามภายในพระราชวังกว่า 20 ห้องที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม อาทิ ห้องบรรทม ห้องบอลรูมที่ใช้เต้นรำหรือแสดงดนตรี

ฮุนเดิร์ทวัสเซอร์เฮ้าส์
ย่านบ้านสไตล์เอ็กเพรสชั่นนิส สร้างโดยศิลปินชาวออสเตรีย ฟรีเดนส์ไรซ์ ฮุนเดิร์ทวัสเซอร์ เอาตึกเก่าๆมาดัดแปลง แหวกแนวความคิดเดิมๆที่ศิลปะอยู่ในกรอบ ด้วยการแต่งแต้มสีสันที่สดใส เล่นกับลวดลายและเส้นคดเคี้ยว รวมถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่นส์
หรือสเตฟานส์โดม ตั้งอยู่ใจเป็นสง่ากลางกรุงเวียนนานานกว่า 800 ปี เป็นมหาวิหารศิลปะแบบโรมันเนสก์ผสมกับโกธิคที่สูงเด่น ภายในมีรูปปั้นทางศาสนาประดับบนเสาหน้าต่างกระจกสี ออร์แกนและแท่นบูชา และเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ซึ่งภายในมีความหรูหราอลังการตามสไตล์ของโบสถ์คาทอลิก

ช้อปปิ้งถนนคาร์ทเนอร์
ย่านช้อปปิ้งหลักของเวียนนาที่เต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายยี่ห้อชั้นนำตลอดสองข้างทาง เป็นถนนคนเดินแห่งกรุงเวียนนา ถนนเส้นนี้ท่านสามารถเดินต่อไปยังโอเปร่าเฮ้าท์ ถนนเส้นนี้ยังเชื่อมต่อวงแหวนริงสตราเซ่

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
เสิร์ฟซี่โครงหมูรมควัน และปิดท้ายด้วยของหวาน Sacher Cake ชื่อดังของเวียนนา

“SACHERTORTE”

SIGNATURE DESSERT

เค้กช็อคโกแลต แบ่งชั้นด้วยแอปริคอต ชื่อดังของเวียนนา

นำท่านสู่ที่พัก SAVOYEN HOTEL, VIENNA หรือเทียบเท่า

วันที่ 9

เวียนนา – กรุงเทพฯ TG 937 (14.30 – 05.20+1)

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (HOT BREAKFAST)
นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองเวียนนา เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระ เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ
13.30 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG937

วันที่ 10

05.20 เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ