ทัวร์พม่า MANGO GRAND MYANMAR (ย่างกุ้ง-หงสาวดี-อินทร์เเขวน-พุกาม-มัณฑะเลย์-อินเล) 6D5N

เส้นทางพม่า บินตรงจากเชียงใหม่ เที่ยวได้ครบไฮไลท์ ย่างกุ้ง หงสาวดี พุกาม ฆัณฑะเลย์ สักการะ 5 มหาบูชาสถาน สะดวกสบาย พร้อมบินในประเทศ

วันแรก             เชียงใหม่ – ย่างกุ้ง

16.30 .        คณะพร้อม ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ อาคารผู้โดยสารขาออก ประตู 8 เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวนความสะดวกด้านสัมภาระ พาท่านไปเช็คอินเคาน์เตอร์สายการบินเมียนมาร์แนชั่นแนล

18.45 น.        ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบินเมียนมาร์ แนชั่นแนล เที่ยวบินที่ UB 010

19.15 น.        เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากรเรียบร้อย (เวลาท้องถิ่นที่พม่าช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก YANGON HOTEL หรือเทียบเท่า 3 ดาว

http://www.htlyangon.com/

                   หมายเหตุ         กรุณาแยกกระเป๋าเสื้อผ้าเป็นกระเป๋าใบเล็กที่สามารถหิ้วได้สะดวก ใส่เสื้อผ้า, ชุดนอน อย่างละ 1 ชุด และของใช้ส่วนตัว สำหรับใช้ 1 วัน เพื่อขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน เพราะต้องเปลี่ยนรถเพื่อขึ้นไปพักที่โรงแรมบนพระธาตุ 1 คืน ส่วนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่จะฝากไว้ที่รถ หากกระเป๋าเดินทางเป็นใบเล็กๆ อยู่แล้ว ก็ใช้กระเป๋าเพียงใบเดียวก็ได้

 

วันที่สอง        ย่างกุ้ง – หงสาวดี – พระราชวังบุเรงนอง – เจดีย์ชเวมอดอ – พระธาตุอินทร์แขวน

07.00 น.        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่ เมืองหงสาวดี นำท่านชม พระราชวังกัมโพชธานี หรือที่คนไทยนิยมเรียกพระราชวังบุเรงนอง ได้รับสั่งให้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้น ในปี พ.ศ. 2109 ซึ่งเป็นปีที่ 15 ของการครองราชย์ของพระองค์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระองค์เรืองอำนาจสูงสุด เพื่อเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง พระราชวังแห่งนี้      พระนเรศวร และ พระสุพรรณกัลยา เคยประทับในระหว่างที่พระองค์ทรงเป็นองค์ประกัน ภายหลังเมืองถูกทำลายโดยพวกยะไข่และตองอู รัฐบาลพม่าได้ทำการบูรณะ ขุดเอาซากเสาขึ้นมาเก็บ และสร้างพระราชวังเลียนแบบของเดิม นำท่านสักการะ เจดีย์ชเวมอดอ  หรือ พระธาตุมุเตา โบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใจกลางเมืองหงสาวดี  เป็นพระมหาเจดีย์สูงใหญ่คู่บ้านคู่เมืองหงสาวดี ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน   พระเกศธาตุของพระพุทธเจ้า ทั้งชาวพุทธ พม่า มอญ ไทย มีความเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของพม่าระบุว่า ก่อนพระเจ้าบุเรงนองจะออกทำศึกจะทรงนมัสการพระธาตุมุเตาก่อนทุกครั้ง รวมถึงห้องบรรทมของพระองค์จะต้องหันหน้าไปสู่ทิศที่พระธาตุตั้งอยู่ พระมหาเจดีย์นี้เป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าจะต้องกราบสักการะให้ได้สักครั้งในชีวิต

 เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คิมปูนแคมป์ (เชิงเขาไจท์ทิโย) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง) ถึงคิมปูนแคมป์ หยุดพักเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อเพื่อขึ้นบนภูเขาไจท์ทิโย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ระหว่างทางชมทัศนียภาพป่าเขาน้ำตกและลำธารอันสวยงามสองข้างทาง พร้อมสัมผัสถึงความเย็นซึ่งจะค่อย ๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ เดินทางจนเกือบถึงพระธาตุอินทร์แขวน จะถึงที่พักซึ่งเป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้พระธาตุอินทร์แขวนมากที่สุด มีทัศนียภาพงดงามมากท่ามกลางขุนเขาทะเลหมอก เชิญท่านเก็บสัมภาระในห้องพัก จากนั้นนำท่านสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งนับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า เป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ตั้งสถิตอยู่ปลายก้อนหินบนหน้าผาที่สูงชัน เชื่อกันว่าถูกพระอินทร์แขวนเอาไว้ โดยจะเห็นได้เลยว่าส่วนก้อนหินนั้นไม่ได้ติดกับหน้าผา ถึงแม้จะผ่านกาลเวลามานานนับปี ทั้งแผ่นดินไหว การรุกรานจากกระเหรี่ยงคริสต์ ก็ไม่เคยทำให้องค์พระธาตุนั้นเปลี่ยนแปลงไป ยังตั้งอยู่ได้อย่างน่ามหัศจรรย์เป็นที่กล่าวขานเลื่องลือ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีจออีกด้วย

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก KYAIKHTO HOTEL หรือเทียบเท่า

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

หลังอาหารค่ำ เชิญท่านสักการะองค์พระธาตุตามอัธยาศัย สามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์บริเวณพระเจดีย์ได้ตลอดคืน (แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา 22.00 น. ส่วนสุภาพสตรีสามารถอธิษฐาน และฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้) หรือจะไหว้ขอพร เทพทันใจพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่ง

วันที่สาม          พระธาตุอินทร์แขวน – หงสาวดี – พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว – ย่างกุ้ง –เจดีย์โบตะทาวน์ – เทพทันใจ – พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี – เจดีย์ชเวดากอง

 

05.00 น.          เชิญท่านนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน หรือใส่บาตรตามอัธยาศัย ใส่บาตรพระสงฆ์หรือถวายข้าวพระพุทธ(เมื่อถวายข้าวพระพุทธ นิยมจุดเทียนตามกำลังวันหรือจำนวนอายุ) ท่านจะพบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่นทิวทัศน์งดงาม ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไรโดยไม่ล้มหรือหล่นลงมา การที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปีโดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผาราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์

 07.00 น.           รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นให้ท่านเก็บสัมภาระพร้อมออกเดินทางกลับสู่ เมืองหงสาวดี นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว พระนอนที่มีพุทธลักษณะที่งดงามและยาวที่สุดในพม่า มีอายุประมาณกว่า 1,200 ปี เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่มั่นคง ดังตำนานการสร้างที่เจ้าชายของมอญผู้นับถือผี ต้องการแต่งงานกับหญิงชาวบ้านที่นับถือพุทธ แต่พระบิดาไม่ยอม เพราะหญิงสาวไม่หันมานับถือผี และจะประหารหญิงสาว ก่อนถูกประหารหญิงสาวได้ตั้งจิตระลึกถึงพระพุทธคุณ ทำให้เกิดพุทธปาฏิหาริย์รูปปั้นผีแตกหักเป็นเสี่ยงๆ เป็นผลให้กษัตริย์มอญนั้น ยอมเปลี่ยนมานับถือพุทธ และหญิงสาวได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ เป็นอนุสรณ์แห่งความรักของทั้งคู่ รวมถึงเป็นพุทธบูชาด้วย ให้ท่านซื้อของฝากจากเมืองหงสาวดี

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              จากนั้นเดินทางกลับ เมืองย่างกุ้ง นำท่านชม เจดีย์โบตะทาวน์ (เจดีย์โปตาทอง) ให้ท่านได้ขอพร “เทพทันใจ” ซึ่งเป็นคำที่ฮิตติดปากชาวไทยทุกคนที่ได้เคยมาขอพรจากองค์ท่านที่วัดโบตะทาวน์ อันเนื่องมาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่อำนวยผลให้ผู้ขอได้สมหวังอย่างรวดเร็วทันใจ และที่วัดโบตะทาวน์แห่งนี้ ยังเป็นที่ ที่สามารถสักการะบูชาพระเกศาธาตุ ของพระพุทธเจ้าได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งสักการะองค์พระมหามุนี ที่มีประวัติว่าทางการอังกฤษต้องส่งคืนพระองค์ให้กับพม่า เนื่องจากความศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอังกฤษได้ประสบเองนำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือ พระนอนตาหวาน (หมายเหตุ : พระนอนตาหวาน อยู่ในช่วงทำการบูรณะอยู่ ท่านสามารถร่วมทำบุญเพื่อบูรณะพระนอนตาหวานได้)ซึ่งเป็นพระปางไสยาสน์ที่มีความงามที่สุดในพม่า มีพระพักตร์และขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย จากนั้นนำท่านกราบนมัสการ        มหาเจดีย์ชเวดากอง พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่า อายุกว่าสองพันห้าร้อยปี ห่อหุ้มทองคำหนักยี่สิบสามตัน ภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเส้นและอัฐิบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์ บนยอดประดับด้วยเพชรพลอยและอัญมณีต่างๆ จำนวน 5,428 เม็ด และยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดเจดีย์ ณ จุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ และสรงน้ำพระประจำวัน และเรายังให้ท่านได้สักการะเจดีย์ชเวดากองตาม จุดสำคัญๆ ได้ครบทั้ง 10 จุด นอกจากนี้บริเวณลานอธิษฐาน ยังเชื่อว่าเมื่อได้ตั้งจิตอธิษฐานบริเวณนั้นแล้ว จะสมความปรารถนาได้อย่างไม่ยาก

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก YANGON HOTEL หรือเทียบเท่า 3 ดาว

http://www.htlyangon.com/

 

วันที่สี่               ย่างกุ้ง – พุกาม – พระเจดีย์ชเวสิกอง – เจดีย์อนันดา  – วัดธรรมยางจี – เจดีย์สัพพัญญู –วิหารมนูหะ – เจดีย์บูพยา –  เจดีย์ชเวซานดอว์ (ชมทุ่งทะเลเจดีย์ยามพระอาทิตย์อัสดง)     

 

เช้าตรู่              รับประทานอาหารเช้า (อาหารกล่อง)

05.30 น.           นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินมิงกาลาดง เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางสู่เมืองพุกาม

07.00 น.        ออกเดินทางสู่ พุกาม โดยสายการบินภายในประเทศ

08.15 น.        ถึงเมืองพุกาม “อาณาจักรแรกของพม่าที่ยิ่งใหญ่” ดินแดนแห่งพระเจดีย์สี่พันองค์ นำท่านเดินทางสู่ เจดีย์ชเวสิกอง 1 ใน 5 มหาบูชาสถานศักดิ์สิทธิ์ของพม่า องค์เจดีย์สีทองอร่ามทรงระฆังควํ่า สูง 160 เมตร เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระเขี้ยวแก้วเจดีย์รูปแบบศิลปะพม่าแท้แห่งนี้สร้างขึ้นโดยกษัตริย์อโนรธามังช่อ ด้วยทรงเชื่อว่าตนเองเป็น “พระมหาจักรพรรดิราช” จึงพยายามรวบรวมพระสารีริกธาตุมาไว้ด้วยกัน จากนั้นทรงปล่อยช้างเผือกที่อัญเชิญมาจากลังกาออกไปเพื่อเสี่ยงทาย พญาช้างเผือกพํานักที่ตรงไหน ก็สร้างเจดีย์ชเวสิกองที่นั่น แต่สร้างฐานไปได้แค่สามชั้นพระเจ้าอโนรธามังช่อก็สิ้นพระชนม์ลงเสียก่อน พระเจ้าจันสิตธาจึงสร้างต่อจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในปี 1089 จากนั้นนำท่านชม วัดอานันทวิหาร สร้างเสร็จเมื่อปี 1091 โครงสร้างของวัดมีระเบียงทางเดินที่ไม่ซับซ้อน มีซุ้มประตูใหญ่สี่ซุ้มขนาดเท่ากันทุกด้านเปิดจากแนวกึ่งกลางกำแพงไปสู่ห้องคูหากลางวิหาร ด้านบนก่อเป็นแกนทึบสี่เหลี่ยมขึ้นไปรับกับส่วนยอด โครงสร้างวิหารมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืนไม้ปิดทอง สูง 9.5 เมตร ประดิษฐานอยู่ทั่วทั้งสี่ซุ้มแทนองค์พระพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ นำท่านชม วิหารธรรมยังจี เจดีย์ที่ยิ่งใหญ่และแข็งแรงที่สุดในพุกาม ลักษณะอาคารทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขยื่นออกมาสี่ด้าน  สร้างขึ้นโดยกษัตริย์นราธุ ด้วยทรงกระทำปิตุฆาตและเกรงว่ากรรมจะติดตามไปในชาติภพหน้า พระองค์จึงสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเพื่อล้างบาป ทรงควบคุมดูแลการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง ถ้าช่างวางเรียงศิลาให้มีช่องพอให้สอดเข็มเข้าไปได้แม้สักเล่มหนึ่ง ก็จะมีรับสั่งให้ประหารช่างผู้นั้นทันที นำท่านเดินทางต่อสู่ เจดีย์สัพพัญญู เจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในเมืองพุกามความสูงทั้งสิ้นประมาณ 61 เมตร สร้างขึ้นตามศิลปะแบบปาละของอินเดีย โดยกษัตริย์อลองสิตู  โดยแบ่งลักษณะของเจดีย์ออกเป็นระดับจำนวน 5 ชั้น

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              จากนั้นนําท่านชม มนูหะวิหาร ได้ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์มนูหะ เมื่อพระองค์ทรงตกเป็นเชลยของพระเจ้าอโนรธา ทรงมีพระประสงค์ที่จะสั่งสมบุญไว้สําหรับชาติภพหน้า จึงนําเอาอัญมณีบางส่วนไปขายเอาเงินมาสร้างวัดแห่งนี้ โดยสร้างพระพุทธรูปนั่งขนาดใหญ่ 3 องค์และพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่อีก 1 องค์ ในศาลาสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก สะท้อนออกถึงความคับแค้นใจที่ถูกจับมาขังเป็นเชลยได้อย่างดี นำท่านเดินทางต่อสู่ เจดีย์บูพยา แปลว่า “เจดีย์น้ำเต้า” ตามลักษณะเจดีย์ที่มี่รูปทรงคล้ายน้ำเต้า ซึ่งเป็นรูปทรงเจดีย์ที่ได้รับความนิยมในสมัยก่อนตั้งอาณาจักรพุกาม ตามตำนานเล่าขานว่า สร้างตั้งแต่พุทธศตวรรษที 8 ในสมัยอาณาจักรศรีเกษตร (พิว) โดยพระเจ้าพิว-ซอว์ธี รูปร่างของเจดีย์น่าจะเป็นเจตนา หมายถึงลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ข้างใน จากนั้นนำท่าน เป็นเจดีย์สูง(ขึ้นอยู่กับว่าช่วงที่เดินทาง เจดีย์ไหนที่จะเปิดให้ขึ้นชม) ที่ชมทุ่งเจดีย์เมื่อยามอาทิตย์ตก จะได้เห็นภาพหมู่เจดีย์สุดลูกหูลูกตาที่ต้องแสงสีแดงอ่อนแห่งยามเย็นอย่างงดงาม

ค่ำ                    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก BAGAN AIRPORT HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า             พุกาม – มัณฑะเลย์ – ล่องเรือแม่น้ำอิระวดีสู่หมู่บ้านมิงกุง – เจดีย์มิงกุง – รังฆังมิงกุง – พระราชวังมัณฑะเลย์ – วิหารชเวนันดอร์ –  วัดกุโสดอร์ – เนินเขามัณฑะเลย์

เช้าตรู่              รับประทานอาหารเช้า (อาหารกล่อง)

06.30 น.           นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินสนามบินยองอูเพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์  

08.30 น.           ออกเดินทางสู่ มัณฑะเลย์ โดยสายการบินภายในประเทศ

08.55 น.           ถึงเมืองมัณฑะเลย์ ราชธานีสุดท้ายของราชวงศ์พม่า” นำท่านล่องเรือแม่น้ำอิระวดีสู่มิงกุน ชมความงามของแม่น้ำอิรวดี และทัศนียภาพของของฝั่งแม่น้ำ รวมทั้งหมู่บ้านอิรวดีที่มีลักษณะเป็นกึ่งบ้านกึ่งแพเมื่อขึ้นฝั่งที่ท่าเรือหมู่บ้านมิงกุน ชมโบราณสถานจุดแรกคือ เจดีย์เซตตอยา ซึ่งพระเจ้าปดุงโปรดฯให้สร้างครอบรอยพระพุทธบาทบนหินอ่อน เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวย่างสู่ดินแดนที่พระเจ้าปดุงมีพระราชดำริจะสร้าง เจดีย์มิงกุน หรือ เจดีย์จักรพรรดิ อีกหนึ่งความใหญ่โตในเมืองมัณฑะเลย์ แต่เจดีย์นี้ยังสร้างไม่เสร็จทั้งหมดเหลือไว้แค่เพียงหลักฐานและร่องรอยแห่งความพยายามของพระเจ้าปดุง และเหลือเพียงเศษซากไว้ให้เราได้ชม จากนั้นนำท่านชม ระฆังมิงกุง เป็นความตั้งใจที่พระเจ้าปดุงที่โปรดฯให้สร้าง เพื่ออุทิศถวายแก่เจดีย์มิงกุน ระฆังจึงมีขนาดที่คู่ควรกัน ระฆังมิงกุนมีเส้นรอบวงถึง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน พระเจ้าปดุงไม่ทรงต้องการให้มีใครสร้างระฆังเลียนแบบตน จึงรับสั่งให้ประหารนายช่างทันทีที่สร้างเสร็จ ปัจจุบันระฆังใบนี้ถือว่าเป็นระฆังยักษ์ที่เล็กกว่าระฆังแห่งพระราชวังเคลมลินในกรุงมอสโคเพียงใบเดียวเท่านั้น จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองมัณฑะเลย์

 เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

บ่าย                 นําท่านชมพระราชวังมัณฑะเลย์ รอยอดีตสุดท้ายก่อนพม่าเสียเมืองหรือที่เรียกว่าพระราชวังหลวงในรัชสมัยพระเจ้ามินดง ซึ่งถูกได้สร้างขึ้นตามแบบผังภูมิจักรวาลแบบพราหมณ์ปนพุทธโดยสมมุติให้เป็นศูนย์กลางของโลก(เขาพระสุเมรุ) แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสมีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ทิศ ซึ่งแต่ละทิศมีทางเข้า 3 ประตู รวมทั้งสิ้น 12 ประตู ที่ประตูทําสัญลักษณ์จักรราศรีประดับเอาไว้ ใจกลางพระราชวังเป็นห้องพระมหาปราสาท(ห้องสีหาสนบัลลังก์) เหนือห้องทําเป็นยอดปราสาทซึ่งหุ้มด้วยแผ่นทองซ้อนกันเจ็ดชั้น สูง 78 เมตร ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นในจักรวาลจะลอดผ่านตรงลงมาสู่พระแท่นราชบัลลังก์ซึ่งช่วยให้กษัตริย์ตัดสินพระทัยในเรื่องต่างๆได้ถูกต้องพาท่านชมวิหารชเวนันดอร์เป็นอาคารไม้แกะสลักเดิมเคยตั้งอยูในพระราชวังหลวงเป็นที่ประทับนั่งสมาธิของพระเจ้ามินดงเพียงหลังเดียวที่ยังเหลือรอดมาได้จนได้สิ้นพระชนม์ที่วิหารแห่งนี้พระเจ้าตี่ปอจึงได้โปรดฯให้ย้ายมาไว้ยังที่ตั้งปัจจุบัน นําท่านเดินทางสู่วัดกุโสดอร์ ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างสำคัญมากอีกแห่งหนึ่งในมัณฑะเลย์ซึ่งพระเจ้ามินดงได้ทรงให้สร้างขึ้นเป็นวัดที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองในปีพ.ศ.2400 ซึ่งเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 4 พระเจ้ามินดงได้ทรงให้มีการจารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปฎก เล่มใหญ่ที่สุดในโลกและถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการบันทึกพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี และได้นำมาประดิษฐานในมณฑปอยู่รอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน มีความสูงถึง 30 เมตรซึ่งเป็นการจำลองรูปแบบจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม นำท่านเดินทางสู่เนินเขามัณฑะเลย์

ซึ่งเป็นจุดชมวิวทั้งดูธรรมชาติอันสวยงามที่สุดและยังสามารถชมวิวเมืองมัณฑะเลย์ได้เกือบทั้งหมด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างพากันแวะเวียนมาเที่ยวชมตลอดทั้งปี            

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก VICTORIA PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า

                        http://victoriapalacemyanmar.com/

 

 ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม

 

วันที่หก            มัณฑะเลย์ – ร่วมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุณี – ย่างกุ้ง – วัดพระเขี้ยวแก้ว –เจดีย์กาบาเอ – เชียงใหม่

04.30 น.        นําท่านเดินทางสู่ วัดพระมหามัยมุนี เพื่อเข้าร่วม พิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี ซึ่งที่นี่จะทําการเป็นประจําทุกวันเป็นพิธีการที่ศักดิ์สิทธิ์มากหากท่านใดที่ได้เข้าร่วมในพิธีจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแรงศรัทธาที่ชาวมัณฑะเลย์ได้ปฏิบัติทุกวันมีบรรเลงดนตรีขณะทําพีธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี (แนะนําไม่ควรพลาด)

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

07.30 น.           นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินมัณฑะเลย์เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางสู่เมืองอย่างกุ้ง

09.10 น.           ออกเดินทางสู่ เมืองย่างกุ้ง โดยสายการบินภายในประเทศ

10.30 น.           ถึงเมืองย่างกุ้ง จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ วัดพระเขี้ยวแก้ว สักการะพระเขี้ยวแก้ว เพื่อความเป็น ศิริมงคล ซึ่งประเทศพม่ารับมาจากศรีลังกา พระเจ้าธรรมปาละแห่งเมืองโคลัมโบ ได้มอบพระเขี้ยวแก้วพร้อมพระธิดาให้แก่ พระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่า ในปี พ.ศ.2106

12.00 น.        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                 นำท่าน นำท่านชม เจดีย์กาบาเอ เป็นเจดีย์ทรงกลม มีทางเข้าทั้งหมด 5 ด้าน คำว่า กาบาเอ แปลว่า โลกแห่งสันติสุข นายอูนุ นายกคนแรกของพม่าได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ชำระพระไตรปิฎก และอุทิศเพื่อให้บังเกิดสันติสุขแก่ชาวโลก ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ให้ท่านร่วมทำพิธีกรรมทางศาสนาที่เรียกว่า “พิธีครอบเศียร ครอบเกล้า” โดยจะมีการนำพระบรมสารีริกธาตุ หรือพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้ามาสักการะไว้เหนือศีรษะ เพื่อเป็นสิริมงคล

13.55 น.        ได้เวลาพอสมควร นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินมิงกาลาดง สนามบินนานาชาติย่างกุ้ง เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับ

15.55 น.           เดินทางกลับเชียงใหม่ โดยสายการบินเมียนมาร์ แนชั่นแนล เที่ยวบินที่ UB 009

17.25 น.           เดินทางถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ