ทัวร์ยุโรป ตุรกี คัปปาโดเกีย คอนย่า 9วัน 6คืน

ปามุคาเล่ ชานัคคาเล่ อิสตันบูล
(พักโรงแรม 5 ดาว และโรงแรมถ้ำ 1 คืน)

 

วันแรก

กรุงเทพฯ – อิสตันบูล TK 065 (22.50-05.45+1)

19.30 น. คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาท์เตอร์ U
สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์
22.50 น. เหินฟ้า สู่นครอิสตันบูล โดยเที่ยวบิน TK 065 (เพื่อแวะเปลี่ยนเที่ยวบิน) ไปเมืองไกเซรี

วันที่ 2

อิสตันบูล TK 2010 (07.40-09.15) – ไกเซรี – คัปปาโดเกีย – นครใต้ดิน – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเมอร์ – ร้านขายพรม – ร้านจิวเวอร์รี่ – หุบเขาอุชิซาร์ **พิเศษ ดินเนอร์พร้อมโชว์ระบำหน้าท้อง

05.45 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานท่าอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี
07.40 น. ออกเดินทาง สู่เมืองไกเซรี โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ TK 2010
09.15 น. ถึงสนามบิน เมืองไกเซรี ประเทศตุรกี

เดินทางเข้าสู่เมืองเมืองคัปปาโดเกีย ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.

เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)
เมืองมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งในตุรกี ได้ชื่อดินแดนที่มีม้าแสนสวยเมืองแห่งนี้เกิดจากการระเบิด ลาวาปกคลุมพื้นที่ ลมฝนกัดกร่อนชั้นลาวาเหล่านี้ทีละเล็กทีละน้อยจนกลายสภาพเป็นหุบเขาร่องลึกแปรรูปพรรณสัณฐานเป็นเสาหิน กรวยหิน กำแพงถ้ำ ในหุบเขาแห่งนี้จะจนอ่อนนิ่ม จึงเหมาะในการแกะสลัก เจาะ ขุด เป็นห้อง เป็นคอกม้าเป็นบ้าน โบสถ์ ค่ายทหาร ที่พัก โรงอาหารของนักบวช ห้องบำเพ็ญเพียร และอยู่อาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นครใต้ดิน
สิ่งน่าอัศจรรย์อย่างหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไปหลายๆชั้น
เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรูในช่วงสงคราม นครใต้ดินมีพร้อมทุกอย่างทั้งห้องโถง
ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ บ่อน้ำ คอกสัตว์

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเมอร์
ตั้งอยู่ในบริเวณที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสตศาสนาจะได้รับการประกาศเป็นศาสนาของจักรวรรดิจึงพบโบสถ์ถ้ำมากมาย และภาพวาดฝาผนังเฟรสโก้อันประเมินค่าไม่ได้ ที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแห่งเกอเรเม อุทยานแห่งชาติไดัรับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี ค.ศ.1985 ร่วมกับแหล่งหินแห่งคัปปาโดเกีย

ร้านขายพรม
พบกับกรรมวิธีการทอพรม ร้านขายพรมจำนวนมากเรียงราย ให้ท่านได้ช้อปจุใจเพลิดเพลินกับความอลังการของพรม หลากหลายแบบ ที่มีสไตล์เฉพาะตัวของท้องถิ่นงานปักอันวิจิตร และสีสันฉูดฉาดสวยงาม ให้ท่านได้ถ่ายภาพความประทับใจได้อย่างเต็มอิ่ม

ร้านจิวเวอร์รี่
ตุรกีมีประวัติความเป็นมาอันยาวนานด้านการผลิตเครื่องประดับ และผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องประดับโลก เป็นแหล่งจัดอบรมการเจียระไนอัญมณี และห้องปฏิบัติการด้านอัญมณีศาสตร์ งานเครื่องประดับที่ผลิตในตุรกีมีคุณภาพและรูปแบบชิ้นงานที่สะท้อนถึงฝีมือช่างอย่างชัดเจน มีสินค้าโดดเด่นเพราะผลิตมาเป็นอย่างดีและงานออกแบบก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง

หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley)
หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจารอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย และถ้ามองดี ๆ จะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำ หน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

SPECIAL DINNER

“BELLY DANCE”

รับประทานอาหาร ในค่ำคืนสุดพิเศษ
และเพลิดเพลินกับการแสดงโชว์ ท้องถิ่น
กับ “ระบำหน้าท้อง”

นำท่านสู่ที่พัก UCHISAR CAVE HOTEL, CAPPADOCIA (โรงแรมถ้ำ) หรือเทียบเท่า
กรณีโรงแรมถ้ำเต็ม ขอสงวนในการเปลี่ยนเป็นโรงแรม 5 ดาว

วันที่ 3

คัปปาโดเกีย – นั่งบอลลูน(มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)– เมืองคอนย่า – คาราวานซาราย – พิพิธภัณฑ์เมฟลานา

SPECIAL OFFER

“นั่งบอลลูน”

ชมทัศนียภาพ ของ เมืองคัปปาโเกีย
กับช่วงเวลาอันแสนพิเศษ

นั่งบอลลูนชมเมืองคัปปาโดเกีย(ไม่รวมค่าทัวร์) ชมพระอาทิตย์ขึ้นยังจุดชมวิว ดื่มด่ำกับรรยากาศแสนพิเศษ ท่านสามารถติดต่อหัวหน้าทัวร์ซื้อแพ็กเกจเสริม เพื่อขึ้นบอลลูน ชมเมืองพร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้น ในราคาระหว่าง 230-250 USD( ออกจากโรงแรม 4.30 น.) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

เดินทางเข้าสู่เมืองคอนย่า ใช้เวลาประมาณ 3.30 ชม.

คาราวานซาราย
สร้างขึ้น สำหรับพ่อค้าวาณิชเข้าไปนอนพัก รวมถึงพักสัตว์และสินค้า ด้านในตรงกลางมีลานโล่งกว้าง ใจกลางมีอาคารทรงกล่องลูกบาศก์ตั้งอยู่ใช้เป็นสุเหร่าสำหรับสวดมนต์ล้อมด้วยระเบียงและห้องนับร้อย จึงทำหน้าที่เป็นป้อมด้วย และมีอยู่นับพัน ๆ แห่งตลอดเส้นทางสายไหมเชื่อมจากเอเชียตะวันออก เอเชียกลาง เปอร์เชียผ่านตุรกี ไปสู่ยุโรป

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

พิพิธภัณฑ์เมฟลานา
เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาเลดดิน อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาท ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตร ของเมฟลาน่า

นำท่านสู่ที่พัก RAMADA PLAZA KONYA HOTEL, KONYA หรือเทียบเท่า

วันที่ 4

คอนย่า – ปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย – เฮียราโปลิส

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

เดินทางเข้าสู่เมืองปามุคคาเล่ ใช้เวลาประมาณ 4.30 ชม.

เมืองปามุคคาเล่
ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี ห่างจากเดนิซลีไปทางตอนเหนือราว 19 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของลานแคลเซียม เป็นที่ตั้งของนครโบราณ เฮียราโปลิส และบ่อน้ำแร่ในอดีตเคยเป็นสระน้ำร้อน ปัจจุบันเป็นโรงแรมน้ำแร่ประกอบด้วยหินปูนและเกลือแร่ ปามุกคาเล ในยุคโรมัน ที่แห่งนี้เป็นเมืองตากอากาศที่สวยงาม

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

ปราสาทปุยฝ้าย
เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลริน ลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน

นครโบราณเฮียราโปลิส
เมืองแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ถูกสร้างขึ้นก่อนคริสตกาล สันนิษฐานกันว่ามีอายุประมาณ 2,200 ปี ในยุคของกษัตริย์ยูเมเนสที่ 2 แห่งอาณาจักรเพอร์กามอน โดยสร้างให้อยู่ใกล้กับแอ่งน้ำแร่ร้อนปามุคคาเลย์ภายในเมืองโบราณมีสถานที่น่าสนใจ เช่น โรงอาบน้ำ (บ่อน้ำแร่โบราณอายุนับพันปีที่น้ำใสมาก) โรงละคร วิหาร โบสถ์ ป้อมปราการ ตลาด

นำท่านสู่ที่พัก PAM THERMAL HOTEL, PAMUKKALE หรือเทียบเท่า
(โรงแรมมี HOT SPRING สามารถเตรียมชุดว่ายน้ำไปใช้บริการได้)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม

วันที่ 5

ปามุคคาเล่ – คูซาดาซี – เมืองโบราณเอเฟซุส – บ้านพระแม่มารี – ร้านเครื่องหนัง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

เดินทางเข้าสู่เมืองคูซาดาซี ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.

คูซาดาซี
เมืองที่ติดกับชายหาดที่มีเสน่ห์, โรงแรมที่หรูหรา, ช้อปปิ้งและสถานที่ท่องเที่ยวคูซาดาซียังเป็นท่าเรือเรือสำราญที่เป็นที่นิยมดังนั้นคุณจึงควรเห็นเรือสำราญขนาดใหญ่ที่ท่าเรือซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางวันเดียวไปยังสถานที่โบราณอันเก่าแก่ของเมืองเอเฟซัสได้

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

เมืองโบราณเอเฟซุส (City of Ephesus)
รู้จักกันในนามมาร์ก แอนโทนี (Marc Antony) ชู้รักของพระนางคลีโอพัตรา(Clopatra) และได้สถาปนาให้เป็นเมืองหลวงของเขตการปกครองในเอเซีย เมืองเอเฟซุสยิ่งใหญ่และงดงามจนกระทั่งได้รับการจารึกว่า “มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย”เมืองโบราณที่สมบูรณ์และมั่งคั่งที่สุด ถนนทุกสายปูด้วยหินอ่อน ชมห้องสมุดเซลซุส โดยบริเวณประตู ทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่

โรงละครเอเฟซุส
โรงละครเอเฟซุส ซึ่งจุคนได้ประมาณ 30,000 คน เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางแวดล้อมด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไป ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการแสดงแสงสีเสียงบ้าง

บ้านพระแม่มารี
สถานที่สำคัญของชาวคริสเตียน และชาวมุสลิม เชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ตั้งอยู่บนภูเขาสูง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คริสศาสนิกชนจะต้องหาโอกาสขึ้นไปนมัสการให้ได้สักครั้ง

สินค้าหนังสัตว์
ให้ท่านได้ช้อปปิ้ง กับสินค้าที่ทำจากหนังสัตว์ เช่น กระเป๋า รองเท้า เสื้อ หมวก กระเป๋าสตางค์ และผลิภัณฑ์จากหนังสัตว์อื่นๆอีกมากมาย ในราคาที่ไม่แพง

นำท่านสู่ที่พัก LE BLEU HOTEL, KUSADASI หรือเทียบเท่า

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม

วันที่ 6

คูซาดาซี – เปอร์กามัน – ชานัคคาเล่ – เมืองทรอย

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

เดินทางเข้าสู่เมืองเบอร์กาม่า ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.

เมืองเปอร์กามัน
ตั้งตระหง่านอยู่เหนือตัวเมือง 1,000 ฟุต นครยุคเฮเลนิสติสติคอันยิ่งใหญ่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางภูมิปัญญา และวัฒนธรรม การค้าและการแพทย์ นับเป็นเมืองแห่งศิลปินและนักวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง เมื่อครั้งที่ชาวอียิปต์เลิกส่งกระดาษปาปิรุสมาให้ กระดาษหนังก็ถูกคิดค้นขึ้นที่เมืองนี้

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

วิหารอะโครโปลิส
วิหารอะโครโปลิสเป็นสถานที่ซึ่งถูกกล่าวขวัญถึงประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายอะโครโปลิส แปลว่า นครบนที่สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ซึ่งมักจะเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้

เดินทางเข้าสู่เมืองเมืองชานัคคาเล่ ใช้เวลาประมาณ 3.20 ชม.

เมืองชานัคคาเล่
ตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดาแนล บนฝั่งของ 2 ทะเลคือ มาร์มาราและอีเจี้ยน ทิศใต้ของเมืองเป็นที่ตั้งของกรุงทรอย ดินแดนสงครามอันเลื่องลือ ที่โฮเมอร์ได้รจนาไว้ในมหากาพย์อีเลียดและโอดิสซี

โบราณสถานเมืองทรอย
กรุงทรอย มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดของช่องแคบเฮลเลสพอนด์ตำนานที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘สงครามกรุงทรอย’ (Trojan War) หรือที่รู้จักกันในชื่อ‘สงครามม้าไม้’ นั้น เป็นการสู้รบกันระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกองทัพของชาวทรอยหรือชาวโทรจัน มีการสู้รบกันเป็นเวลานานถึง 10 ปี

ม้าโทรจัน (ม้าไม้เมืองทรอย)
ม้าโทรจัน หรือ ม้าไม้เมืองทรอย สงครามเมืองทรอยม้าไม้นี้เกิดขึ้นจากอุบายของโอดิสเซียส ในการบุกเข้าเมืองทรอย ที่มีป้อมปราการแข็งแรง หลังจากที่รบนานถึง 10 ปีแล้ว ด้วยการให้ทหารสร้างม้าไม้นี้ขึ้นมา แล้วลากไปวางไว้หน้ากำแพงเมืองทรอย แล้วให้ทหารกรีกแสร้งทำเป็นล่าถอยออกไป ชาวทรอยเห็นแล้วเข้าใจว่าเป็นบรรณาการของอีกฝ่าย ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ ก็ไต่ลงมาเผาเมืองและปล้นเมืองทรอยได้สำเร็จ

นำท่านสู่ที่พัก KOLIN HOTEL, CANAKKALE หรือเทียบเท่า

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม

วันที่ 7

ชานัคคาเล่ – อิสตันบูล – ร้านขนมหวาน – ล่องเรือ ช่องแคบบอสพอลัส –
ร้านขนมหวาน – สไปซ์ มาร์เก็ต

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

เดินทางเข้าสู่เมืองอิสตันบูล ใช้เวลาประมาณ 5 ชม.

อิสตันบูล
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์แห่งอายรธรรมอันเก่าแก่ซึ่งเหมือนนี้เปรียบเสมือน พรมแดนของทวีปยุโรปอันสวยงาม และอดีตยังเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตะวันออกที่เคยรุ่งเรืองกว่า 1,000 ปี ซึ่งเรารู้จักในนาม “กรุงคอนสแตนติโนเปิล” เป็นเมืองอิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

ล่องเรือ สองทวีป

“ช่องแคบบอสพอรัส”

ดื่มด่ำกับทัศนยีภาพระหว่างสองฝั่งของช่องแคบบอสพอรัสที่แบ่ง
แผ่นดินออกเป็นฝั่งเป็นยุโรป และเอเชีย

ร้านขนมหวาน
เพลิดเพลินกับร้านขนมหวาน โบราณ แสนอร่อย ที่สีสันสวยงามและราคาถูก ที่มีให้เลือกอย่างมากมาย อย่างจุใจ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนที่รักของหวานอย่างแท้จริง

สไปซ์ มาร์เก็ต
เป็นตลาดพื้นเมืองของชาวเมืองอิสตันบูล ที่มีเครื่องเทศอันลือชื่อและ นอกจากนั้น ยังมีอาหารขึ้นชื่อ และ ของฝากมากมาย เช่น ถั่วสารพัดชนิด, น้ำผึ้ง,ไข่ปลาคาร์เวียร์ , ขนม อร่อยๆ แบบ เตอร์กิชดีไลท์ เป็นต้น นอกจากช็อปปิ้งสนุก ขนมอร่อยแล้ว การได้มาถ่ายรูปที่ตลาดแห่งนี้ถือว่าได้บรรยากาศที่สนุกสนานมาก เพื่อหาเลือกซื้อสินค้าคุณภาพราคาถูกมากมายโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปต่างๆ ได้ในที่เดียว

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านสู่ที่พัก QUA HOTEL, ISTANBUL หรือเทียบเท่า

วันที่ 8

วิหารเซนต์โซเฟีย – ฮิปโปโดม – มัสยิดสีน้ำเงิน – พระราชวังทอปกาปี – อ่างเก็บน้ำใต้ดิน –สนามบินอิสตันบูล อิสตันบูล – กรุงเทพ TK064 (22.55-10.05+1)

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

วิหารเซน์โซเฟีย
เป็นงานสถาปัตยกรรมแบบ ไบแซนไทน์ คือมีลักษณะผสมผสาน ระหว่างศิลปวัฒนธรรมกรีก และโรมัน กับศิลปวัฒนธรรมเปอร์เซีย มียอดโดมใหญ่อยู่กลางวิหารภายในวิหารใช้กระจกสีประดับ เหนือประตูหน้าต่างอย่างงดงามมีเสาค้ำสลักและประดับประดาอย่างงดงามถึง 108 ต้น ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เดิมเป็นโบสถ์ในคริสต์ศาสนา กลายมาเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลาม ซึ่งถือเป็นศิลปะที่เก่าแก่และสวยงามยิ่ง จนได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

ฮิปโปโดม
สนามแข่งม้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และเสาโอเบลิสค์พื้นที่โล่งกว้าง และยาวแห่งนี้ แต่ก่อนถูกล้อมรอบด้วยสเตเดียม หรืออัฒจรรย์ ซึ่งมีที่นั่งให้ผู้คนมากมายได้เข้ามาชม เสาโอเบลิสค์ธีโอโดซิส

มัสยิดสีน้ำเงิน
เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1609 – 1616 สร้างมาจากความต้องการเอาชนะหรือสร้างมัสยิดที่มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟียของคริสต์ เพราะแต่เดิมนั้น วิหารเซนต์โซเฟียได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ภายในสีของกระเบื้องอิซนิคบนกำแพงชั้นในที่มีสีฟ้าสดใส ลายดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น ฯลฯ งดงามอย่างมาก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย

พระราชวังทอปกาปี
เดิมเป็นที่ประทับหลักของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมันเป็นเวลาราว 400 ในช่วง 600 ปีที่มีอำนาจ ในปัจจุบันพระราชวังโทพคาปีเป็นสถานที่จัดงานรับรองของรัฐ และเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว และเป็นที่เก็บรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมเช่นเสื้อคลุมและดาบของมุฮัมมัด และตั้งอยู่ในบริเวณประวัติศาสตร์ของอิสตันบูลที่ได้รับการสถาปนาให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติในปี ค.ศ. 1985

อ่างเก็บน้ำใต้ดิน
หรืออุโมงค์ส่งน้ำใต้ดิน Yerebatan Sarnici หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า The Basilica Cistern รัชสมัยจักรพรรดิจัสติเนียน เพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในพระราชวัง ที่น่าพิศวงคือเสาคอลัมน์ที่ค้ำยันหลังคาอยู่ใต้ดิน มีความสวยงามมาก เป็นศิลปะแบบคอรินเทียนของโรมัน ถึง 336 สูงต้นละ 9 เมตร เรียง 12 แถว แถวละ 28 ต้น ในพื้นที่ยาว 142 เมตร กว้าง 65 เมตร

17.00 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานท่าอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี

ประทานอาหารภายในสนามบิน อิสตันบูล

20.10 น. ออกเดินทาง สู่กรุงเทพ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ TK 064อิสระให้ท่านรับ

วันที่ 9

10.05 น. เดินทางถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ