ทัวร์ญี่ปุ่น GRAPES BEST OF TURKEY 9D6N (LAVENDER)

ชานัคเล่-ปามุคาเล่-อัสปาร์ตา-คัปปาโดเกีย-อิสตันบลู

วันแรก

กรุงเทพฯ – อิสตันบูล TK 069 (23.00-05.20+1)

19.30 น. คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาท์เตอร์ U สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ 23.00 น. เหินฟ้า สู่นครอิสตันบูล โดยเที่ยวบิน TK 069

 

วันที่ 2

อิสตันบูล – พระราชวังโดลมาบาห์เช – ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส – นั่งเรือเฟอรี่ข้ามฝาก (ชานัคคาเล่ – อิสตันบูล) – ถ่ายภาพกับม้าไม้เมืองทรอย

05.20 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานท่าอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี

รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

อิสตันบูล

เมืองแหงมนต์เสน่ห์แห่งอายรธรรมอันเก่าแก่ซึ่งเหมือนนี้เปรียบเสมือน พรมแดนของทวีป ยุโรปอันสวยงาม และอดีตยังเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตะวันออกที่เคยรุ่งเรือง กว่า 1,000 ปี ซึ่งเรารู้จักในนาม “กรุงคอนสแตนติโนเปิล” เมืองอิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญ เพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย

พระราชวังโดลมาบาห์เช

สร้างโดยสุลต่านอับดุลเมจิต ในปี ค.ศ. 1843 – 1856 ยุคปลายอาณาจักรออตโตมัน เป็นพระราชวังสุดหรูหราอลังการที่ทุ่มสร้าง คิดเป็นเงินในปัจจุบันถึงประมาณพันล้านเหรียญ สหรัฐเลยทีเดียว ที่นี่สะท้อนถึงความคลั่งไคล้ในยุโรปของสุลต่านอับดุลเมจิตอย่างเต็มเปี่ยม ตั้งแต่ปากทางเข้าที่มีหอนาฬิกาสไตล์บารอก ประตูพระราชวังชั้นนอกขนาดใหญ่ ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นอันวิจิตรงดงาม

ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (Private Boat)

ช่องแคบที่เชื่อมทะเลดํา (The Black sea) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า(Sea of Marmara) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตรจนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่า สุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ ขณะที่ล่องเรือท่านจะได้ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็น พระราชวังโดลมาบาชเช่ หรือ บ้านเรือนสไตล์ ยุโรปของบรรดาเศรษฐี ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง นั่งเฟอร์รี่ข้ามฟาก(ชานัคคาเล่-อิสตันบูล) ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

ชานัคคาเล่ (ถ่ายภาพกับม้าไม้เมืองทรอย)

ชานัคคาเล่(Canakkale) เป็นเมืองท่าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของตุรกีมีดินแดนอยู่ในยุโรปและ เอเชียเช่นเดียวกับอิสตันบูล เมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ 1 นำท่านถ่ายภาพกับ ม้าไม้เมืองทรอย ที่ทางผู้สร้างหนัง “ทรอย” ที่นำแสดงโดยแบรตพิต ยกให้เมืองชานัคคาเล่ เป็นที่ระลึก สูงและสวยงามมาก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (บุฟเฟ่ต์)

นำท่านสู่ที่พัก KOLIN HOTEL, CANAKKALE หรือเทียบเท่า

วันที่ 3

ชานัคคาเล่ – โบราณสถานเมืองทรอย – ม้าโทรจัน (ม้าไม้เมืองทรอย) – เมืองเปอร์กามัน – วิหารอะโครโปลิส (นั่งเคเบิลคาร์) – คูซาดาซี

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (บุฟเฟ่ต์นานาชาติ)

โบราณสถานเมืองทรอย

จัดแสดงแบบจำลองกรุงทรอย และเรื่องราวการค้นพบโดยนักโบราณคดี พร้อมทั้งภาพ แผนผังเมืองทรอยที่ถูกสร้างซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น มีซากเมืองเก่า กำแพง ประตู และ ม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของ นักรบโบราณโดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก

ม้าโทรจัน (ม้าไม้เมืองทรอย)

ม้าโทรจัน หรือ ม้าไม้เมืองทรอย สงครามเมืองทรอยม้าไม้นี้เกิดขึ้นจากอุบายของโอดิสเซียส ในการบุกเข้าเมืองทรอย ที่มีป้อมปราการแข็งแรง หลังจากที่รบนานถึง 10 ปีแล้วด้วยการ ให้ทหารสร้างม้าไม้นี้ขึ้นมาแล้วลากไปวางไว้หน้ากำแพงเมืองทรอย แล้วให้ทหารกรีกแสร้ง ทำเป็นล้าถอยออกไป ชาวทรอยเห็นแล้วเข้าใจว่าเป็นบรรณาการของอีกฝ่าย ทหารกรีกที่ ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม่ก็ไต้ลงมาเผาเมืองและปล้นเมืองทรอยได้สำเร็จ

เดินทางเข้าสู่เมืองเมืองเปอร์กามัน ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

เมืองเปอร์กามัน

ตั้งตระหง่านอยู่เหนือตัวเมือง 1,000 ฟุต นครยุคเฮเลนิสติสติคอันยิ่งใหญ่แห่งนี้เป็น ศูนย์กลางทางภูมิปัญญา และวัฒนธรรม การค้าและการแพทย์ นับเป็นเมืองแห่งศิลปิน และนักวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง เมื่อครั้งที่ชาวอียิปต์เลิกส่งกระดาษปาปิรุสมาให้ กระดาษหนังก็ถูกคิดค้นขึ้นที่เมืองนี้

วิหารอะโครโปลิส

วิหารอะโครโปลิสเป็นสถานที่ซึ่งถูกกล่าวขวัญถึงประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย อะโครโปลิส แปลว่า นครบนที่สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณา จักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ซึ่งมักจะเป็นเนินเขาที่ด้าน หนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบ เบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้

เดินทางเข้าสู่เมืองคูซาดาซี ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (บุฟเฟ่ต์นานาชาติ)

นำท่านสู่ที่พัก GRAND BELISH HOTEL, KUSADASI หรือเทียบเท่า

วันที่ 4

คูซาดาซี – เมืองโบราณเอเฟซุส – โรงละครเอเฟซุส – บ้านพระแม่มารี – โบสถ์นักบุญเซนต์จอห์น – ร้านสินค้าเครื่องหนัง – ปามุคคาเล่

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (บุฟเฟ่ต์นานาชาติ)

เมืองโบราณเอเฟซุส (City of Ephesus)

รู้จักกันในนามมาร์ก แอนโทนี (Marc Antony) ชู้รักของพระนางคลีโอพัตรา(Clopatra) และได้สถาปนาให้เป็นเมืองหลวงของเขตการปกครองในเอเซีย เมือง เอเฟซุสยิ่งใหญ่และ งดงามจนกระทั่งได้รับการจาลึกว่า“มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย” เมืองโบราณที่สมบูรณ์และมั่งคั่งที่สุด ถนนทุกสายปูด้วยหินอ่อน ชมห้องสมุดเซลซุส โดยบริเวณประตู ทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่

โรงละครเอเฟซุส

โรงละครเอเฟซุส ซึ่งจุคนได้ประมาณ 30,000 คน เป็นโรงละครกลางแจ้ง ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางแวดล้อม ด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไป ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการ แสดงแสงสีเสียงบ้าง

บ้านพระแม่มารี

สถานที่สำคัญของชาวคริสเตียน และชาวมุสลิม เชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารี มาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ตั้งอยู่บนภูเขาสูง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ คริสตศาสนิกชนจะต้องหาโอกาสขึ้นไปนมัสการให้ได้สักครั้ง

โบสถ์นักบุญเซนต์จอห์น

ก่อนที่พระเยซูจะถูกตรึงกางเขนที่ เนินเขากอลกอธา ได้ฝากฝังนักบุญเซนต์จอห์นให้ ดูแลพระแม่มารี นักบุญจอห์นจึงได้พาพระแม่มารีมายังดินแดนอนาโตเลียเมือง เอเฟซุสในปัจจุบัน นักบุญจอห์นได้เผยแผ่คำสอนของพระเยซูอยู่ในเมืองเอเฟซุส ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยและต่อต้านถึงขั้นถูกทำร้ายร่างกายจนกระทั่งเสียชีวิต ที่เมืองแห่งนี้ ต่อมามีการสร้างโบสถ์ขึ้นตรงที่ฝั่งศพในศตวรรษที่ 6 โดยจักรพรรดิ จัสติเนียน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

ร้านสินค้าเครื่องหนัง

ให้ท่านได้ช้อปปิ้ง กับสินค้าที่ทำจากหนังสัตว์ เช่น กระเป๋า รองเท้า เสื้อ หมวก กระเป๋าสตางค์ และผลิภัณฑ์จากหนังสัตว์อื่นๆอีกมากมาย ในราคาที่ไม่แพง

เดินทางเข้าสู่เมืองเมืองปามุคคาเล่ ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม.

รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (บุฟเฟ่ต์นานาชาติ)

นำท่านสู่ที่พัก PAM THERMAL HOTELL, PAMUKKALE หรือเทียบเท่า (โรงแรมมี HOT SPRING สามารถเตรียมชุดว่ายน้ำไปใช้บริการได้)

วันที่ 5

ปามุคคาเล่ – ปราสาทปุยฝ้าย – นครโบราณเฮียราโปลิส – คอนย่า – อิสปาร์ตา – ทุ่งลาเวนเดอร์  – คาราวานซาราย – เมืองคัปปาโดเกีย

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (บุฟเฟ่ต์นานาชาติ)

ปราสาทปุยฝ้าย

เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลริน ลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัว แข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็น ประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน

นครโบราณเฮียราโปลิส

เมืองแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ถูกสร้างขึ้นก่อนคริสตกาล สันนิษฐานกันว่ามีอายุ ประมาณ 2,200 ปี ในยุคของกษัตริย์ยูเมเนสที่ 2 แห่งอาณาจักรเพอร์กามอน โดยสร้างให้อยู่ใกล้กับแอ่งน้ำแร่ร่อนปามุคคาเลย์ภายในเมืองโบราณมีสถานที่ น่าสนใจ เช่น โรงอาบน้ำ (บ่อน้ำแร่โบราณอายุนับพันปีที่น้ำใสมาก) โรงละคร วิหาร โบสถ์ ป้อมปราการ ตลาด

เดินทางเข้าสู่เมืองอิปาร์ตา ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม.

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

ทุ่งลาเวนเดอร์ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

เมืองอิสปาร์ต้าแห่งนี้ จะมีหมู่บ้านเล็กที่มีชื่อว่า Kuyacak Village เป็นหมู่บเานที่ ปลูกลาเวนเดอร์ ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก สวนดอกลาเวนเดอร์นี้ จะบานสะพรั่งช่วง เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ของทุกปี ให้ท่านได้ถ่ายภาพได้ตามอัธยาศัย

เดินทางเข้าสู่เมืองเมืองคอนย่าใช้เวลาประมาณ 4 ชม. คาราวานซาราย (ถ่ายภาพด้านนอก)

คาราวานซาราย

สร้างขึ้น สำหรับพ่อค้าวาณิชเข้าไปนอนพัก รวมถึงพักสัตว์และสินค้า ด้านในตรง กลางมีลานโล่งกว้าง ใจกลางมีอาคารทรงกล่องลูกบาศก์ตั้งอยู่ใช้เป็นสุเหร่าสำหรับ สวดมนต์ล้อมด้วยระเบียงและห้องนับร้อย จึงทำหน้าที่เป็นป้อมด้วย และมีอยู่ นับพัน ๆ แห่งตลอดเส้นทางสายไหมเชื่อมจากเอเชียตะวันออก เอเชียกลาง เปอร์เชีย ผ่านตุรกี ไปสู่ยุโรป

เดินทางเข้าสู่เมืองเมืองคัปปาโดเกียใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม.

เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)

เมืองมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งในตุรกี ได้ชื่อดินแดนที่มีม้าแสนสวยเมืองแห่งนี้เกิดจาก การระเบิด ลาวาปกคลุมพื้นที่ ลมฝนกัดกร่อนชั้นลาวาเหล่านี้ทีละเล็กทีละน้อยจน กลายสภาพเปผ้นหุบเขาร่องลึกแปรรูปพรรณสัณฐานเป็นเสาหิน กรวยหิน กำแพงถ้ำ ในหุบเขาแห่งนี้จะจนอ่อนนิ่ม จึงเหมาะในการแกะสลัก เจาะ ขุด เป็นห้อง เป็นคอกม้า เป็นบ้าน โบสถ์ ค่ายทหาร ที่พัก โรงอาหารของนักบวช ห้องบำเพ็ญเพียร และอยู่อาศัย

นำท่านสู่ที่พัก GEREME KAYA HOTEL (โรงแรมสไตล์ถ้ำ) หรือเทียบเท่า รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (บุฟเฟ่ต์นานาชาติ)

กรณีโรงแรมถ้ำเต็ม ขอสงวนในการเปลี่ยนเป็นโรงแรม 5 ดาว

วันที่ 6

คัปปาโดเกีย – ทัวร์เสริมนั่งบอลลูนชมเมืองคัปปาโดเกีย(มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) –นครใต้ดินไคมัคลึ – หุบเขานกพิราบ – ปราสาทอุชิซาร์ – ร้านขายพรม – ร้านเครื่องปั้นดินเผา – ร้านจิวเวอร์รี่ – ชมโชว์ระบำหน้าท้อง (BELLY DANCE)

 

ทัวร์เสริมนั่งบอลลูนชมเมืองคัปปาโดเกีย (ไม่รวมในค่าทัวร์***ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

ชมพระอาทิตย์ขึ้นยังจุดชมวิว ดื่มด่ำกับรรยากาศแสนพิเศษ ท่านสามารถติดต่อหัวหน้าทัวร์ซื้อแพ็กเกจเสริม เพื่อขึ้นบอลลูนชมเมือง พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้น ในราคาระหว่าง 230-250 USD (ออกจากโรงแรม 4.30 น.) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (บุฟเฟ่ต์นานาชาติ)

นครใต้ดินไคมัคลึ (Kaymakli Underground City)

เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู ในยามสงคราม ของชาวคัปปาโดเจียในอดีต เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้ง ห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้ารอนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น

หุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley)

จุดชมวิวหน้าผาที่ชาวเมืองโบราณได้ขุดเจาะเป็นรู เพื่อให้นกพิราบเข้าไปทำรังอาศัย อยู่อย่างมากมาย ณ จุดนี้ ท่านจะสามารถมองเห็นปราสาทอุชิซาร์ ได้ในระยะไกล

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ปราสาทอุชิซาร์(Uchisar Castle)

ปราสาทหินขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางชุมชนในหุบเขาเกอเรเม มีลักษณะคล้ายรังปลวกที่ดูสวยงามและแปลกตา เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของคัปปาโดเกีย ที่ไม่เหมือนที่ไหน ใช้เป็นที่อยู่อาศัย มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่ว ทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย และถ้ามองดีๆ จะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณ โดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

ร้านขายพรม

พบกับกรรมวิธีการทอพรม ร้านขายพรมจำนวนมากเรียงราย ให้ท่านได้ช้อปจุใจ เพลิดเพลินกับความอลังการของพรม หลากหลายแบบ ที่มีสไตล์เฉพาะตัวของท้องถิ่น งานปักอันวิจิตร และสีสันฉูดฉาดสวยงาม ให้ท่านได้ถ่ายภาพความประทับใจได้อย่าง เต็มอิ่ม

ร้านเครื่องปั้นดินเผา

นำท่านมาพบกับงานศิลปะการปั้น กับร้านเครื่องปั้นดินเผา ที่มีทั้ง แจกัน ถ้วย จาน ชาม และภาชนะอื่นๆ นับพัน ที่มีลวดลายงดงามสีสันสดใส สวยงาม เป็นของที่ระลึกขึ้นชื่อของ คัปปาโดเกีย

ร้านจิวเวอร์รี่

ตุรกีมีประวัติความเป็นมาอันยาวนานด้านการผลิตเครื่องประดับ และผู้นำในอุตสาหกรรม เครื่องประดับโลก เป็นแหล่งจัดอบรมการเจียระไนอัญมณี และห้องปฏิบัติการด้านอัญมณี ศาสตร์ งานเครื่องประดับที่ผลิตในตุรกีมีคุณภาพและรูปแบบชิ้นงานที่สะท้อนถึงฝีมือช่าง อย่างชัดเจน มีสินค้าโดดเด่นเพราะผลิตมาเป็นอย่างดีและงานออกแบบก็มีเอกลักษณ์ที่ แตกต่างเป็นเอกลักษณ์

ห้องอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง + เครื่องดิ่มไม่อั้น+โชว์ระบำพื้นเมือง

นำท่านสู่ที่พัก GEREME KAYA HOTEL (โรงแรมสไตล์ถ้ำ) หรือเทียบเท่า กรณีโรงแรมถ้ำเต็ม ขอสงวนในการเปลี่ยนเป็นโรงแรม 5 ดาว

วันที่ 7

อิสตันบลู – ทัวร์เสริมนั่งบอลลูนชมเมืองคัปปาโดเกีย(มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) – พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม – บินภายในประเทศ ไกเซรี – อิสตันบูล (14.4016.20) – จตุรัสทักซิม

ทัวร์เสริมนั่งบอลลูนชมเมืองคัปปาโดเกีย (ไม่รวมในค่าทัวร์***ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ชมพระอาทิตย์ขึ้นยังจุดชมวิว ดื่มด่ำกับรรยากาศแสนพิเศษ ท่านสามารถติดตอหัวหน้าทัวร์ซื้อแพ็กเกจเสริม เพื่อขึ้นบอลลูนชมเมือง พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้น ในราคาระหว่าง 230-250 USD (ออกจากโรงแรม 4.30 น.) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (บุฟเฟ่ต์นานาชาติ)

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม

ตั้งอยู่ในบริเวณที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นที่ที่ชาวคริสเตียน ยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสตศาสนา จะได้รับการประกาศเป็นศาสนาของจักรวรรดิจึงพบโบสถ์ถ้ำมากมาย และภาพวาด ฝาผนังเฟรสโก้อันประเมินค้าไม่ได้ ที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแห่งเกอเรเม อุทยาน แห่งชาติไดัรับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี ค.ศ.1985 ร่วมกับแหล่งหิน แห่งคัปปาโดเกีย

เดินทางเข้าสู่เมืองไกเซรี ใช้เวลาประมาณ 1.15 ชม.

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

14.40 น. ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานอิสตันบูล อาตาตูร์ก โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ TK2013 16.20 น. ถึงสนามบิน เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

จตุรัสทักซิม (Taksim Square)

จตุรัสกลางใจกลางเมืองแห่งนี้มีอนุสาวรีย์แห้งการประกาศอิสรภาพและการรวมชาติของ อตาเติร์ก ผลงานของศิลปินชาวอิตาเลียน ปีแอโตร คาโนนิคา บริเวณรอบจัตุรัสเป็นแหล่ง ช็อปปิ้งที่คึกคักเสมอ เป็นที่นิยมของคนพื้นเมืองและชาวต่างชาติมีรถรางแล่นเป็นแนว ขนานกับรถตลอดสาย เมื่อเดินเข้าไปตามถนนต่างๆซึ่งเรียงรายด้วยร้านอาหารนานาประเภท ร้านขายของเก่า และสินค้าที่สันสมัยประปนและกลมกลืนและมีเสนห

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย นำท่านสู่ที่พัก CROWNE PLAZA ISTANBUL OLD CITY HOTEL, ISTANBUL หรือเทียบเท่า

วันที่ 8

อิสตันบลู – มัสยิดสีน้ำเงิน – ฮิปโปโดม – วิหารเซน์โซเฟีย – สไปซ์ มาร์เก็ต – ร้านขนมหวานพื้นเมืองของตุรกี – สนามบินอิสตันบูล – อิสตันบูล – กรุงเทพฯ TK064 (20.10-09.40+1)

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (บุฟเฟ่ต์นานาชาติ)

มัสยิดสีน้ำเงิน

เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1609 – 1616 สร้างมาจากความต้องการเอาชนะหรือสร้างมัสยิดที่มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์ โซเฟียของคริสต์ เพราะแต่เดิมนั้น วิหารเซนต์โซเฟียได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่ง ในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ภายในสีของกระเบื้องอิซนิคบนกำแพง ชั้นในที่มีสีฟาสดใส ลายดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น ฯลฯ งดงาม อย่างมาก

หมายเหตุ: การเข้าชมมัสยิดสีน้ำเงินต้องแต่งกายสุภาพ ผู้หญิงควรสวมกระโปรงหรือกางเกงคลุมหัวเข่าและผ้าคลุมผมตอนเข้าชมมัสยิด

ฮิปโปโดม

สนามแข่งม้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และเสาโอเบลิสค์พื้นที่โล่งกว้าง และยาวแห่งนี้แต่ก่อน ถูกล้อมรอบด้วยสเตเดียม หรืออัฒจรรย์ ซึ่งมีที่นั่งให้ผู้คนมากมายได้ เข้ามาชมเสาโอเบลิสค์ธีโอโดซิส

วิหารเซน์โซเฟีย

เป็นงานสถาปัตยกรรมแบบ ไบแซนไทน์ คือมีลักษณะผสมผสาน ระหว่างศิลป วัฒนธรรมกรีก และโรมัน กับศิลปวัฒนธรรมเปอร์เซีย มียอดโดมใหญ่อยู่กลางวิหาร ภายในวิหารใช้กระจกสีประดับ เหนือประตูหน้าต่างอย่างงดงามมีเสาค้ำสลักและ ประดับประดาอย่างงดงามถึง 108 ต้น ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เดิมเป็นโบสถ์ในคริสตศาสนา กลายมาเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลาม ซึ่งถือเป็นศิลปะ ที่เก่าแก่และสวยงามยิ่ง จนได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

พระราชวังทอปกาปี

เดิมเป็นที่ประทับหลักของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมันเป็นเวลาราว 400 ในช่วง 600 ปีที่มีอำนาจ ในปัจจุบันพระราชวังโทพคาปีเป็นสถานที่จัดงานรับรองของรัฐ และเป็นที่เก็บรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมเช่นเสื้อคลุมและดาบของมุฮัมมัด และตั้ง อยู่ในบริเวณประวัติศาสตร์ของอิสตันบูลที่ได้รับการสถาปนาให้เป็นมรดกโลกโดย องค์การ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติในปี ค.ศ. 1985

สไปซ์ มาร์เก็ต

เป็นตลาดพื้นเมืองของชาวเมืองอิสตันบูล ที่มีเครื่องเทศอันลือชื่อและ นอกจากนั้นยังมี อาหารขึ้นชื่อและของฝากมากมาย เช่น ถั่วสารพัดชนิด น้ำผึ้ง ไข่ปลาคาร์เวียร์ ขนมอร่อยๆ แบบเตอร์กิชดีไลท์ เป็นต้น นอกจากช็อปปิ้งสนุก ขนมอร่อยแล้วการได้มาถ่ายรูปที่ตลาด แห่งนี้ถือว่าได้บรรยากาศที่สนุกสนานมาก เพื่อหาเลือกซื้อสินค้าคุณภาพราคาถูกมากมาย โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปต่างๆ ได้ในที่เดียว

ร้านขนมหวานพื้นเมืองของตุรกี

เพลิดเพลินกับร้านขนมหวาน โบราณ แสนอร่อย ที่สีสันสวยงามและราคาถูก ที่มีให้เลือกอย่างมากมาย อย่างจุใจ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนที่รักของหวาน อย่างแท้จริง

17.00 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานท่าอิสตันบูล อาตาตูร์ก ประเทศตุรกี รับประทานอาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัยภายในสนามบิน

20.10 น. ออกเดินทาง สู่กรุงเทพ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ TK 064

วันที่ 9

กรุงเทพฯ

09.40 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ