ทัวร์เวียดนาม BANANA HANOI – SAPA

เส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะเป็นเส้นทางที่ท่องเที่ยวได้ครบไฮไลท์ ของประเทศเวียดนามภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทางประวัติสาสตร์ ไม่พลาดกับการพิชิตยอดเขาฟานชีปัน

V03 3 01

 

วันแรก             กรุงเทพฯ ฮานอย – ซาปา

09.30 น.  คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ L สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

12.20 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงฮานอย เวียดนาม โดยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ VN610

13.55 น.     เดินทางถึง กรุงฮานอย นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ ซาปา ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดลาวไก ด้วยระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1500 เมตร เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศใช้เวลาเดินทาง 5–6 ชั่วโมง (แวะพักรถให้ทุกท่านผ่อนคลาย อิริยาบถที่ร้านขายของที่ระลึกระหว่างทาง 1 ครั้ง)

ค่ำ         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Sapa Relax Hotel & Spa, Sapa (3*)หรือเทียบเท่า

https://www.saparelaxhotel.com/

          

วันที่สอง    ซาปา – พิชิตยอดเขาฟานซีปัน (นั่งรถราง + กระเช้า + เคเบิลคาร์) – หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต ( หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ) – ช้อปปิ้งตลาดยามเย็นเมืองซาปา

เช้า             รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน นั่งรถรางใหม่ สุดจากสถานีซาปาสู่สถานีกระเช้าเพื่อขึ้นยอดเขาฟานซีปัน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ท่านจะได้สัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติระหว่างสองข้างทาง ถึงสถานีกระเช้า นำท่านนั่งกระเช้าไฟฟ้าเพื่อขึ้นสู่ฟานซิปันยอดเขาสูงสุดแห่งเวียดนามและในภูมิภาคอินโดจีนจนได้รับการกล่าวขาน ว่า “หลังคาแห่งอินโดจีน” สูงที่สุดในอินโดจีนบนความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง3,143 เมตร ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ระหว่างทางท่านจะเห็นทิวทัศน์ของทุ่งนาขั้นบันไดในมุมสูง น้ำตก และลำธารระหว่างเทือกเขาน้อยใหญ่มากมาย เต็มอิ่มกับบรรยากาศท่ามกลางมวลเมฆหมอกที่ลอยละล่องอยู่รอบๆ จากนั้นนำท่านต่อรถ เคเบิลคาร์ขึ้นสู่ยอดเขาที่ระดับความสูง 3,143 เมตรจากระดับน้ำทะเล

หมายเหตุ : กระเช้าฟานซีปันอาจจะมีการปิดปรับปรุงซึ่งจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่นานทางบริษัทฯจะทำการคืนเงินค่ากระเช้าหน้างานแทนในกรณีที่ไม่ได้ขึ้นกระเช้าฟานซีปัน

กลางวัน    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย         นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (CAT CAT VILLAGE) ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งมีการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์นิยมแต่งกายสีน้ำเงินเข้มหรือดำ สัมผัสวิถีชีวิตของชาวม้งและชมทิวทัศน์ของนาขั้นบันไดที่งดงาม

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารค่ำให้ท่านเดินเล่นช้อปปิ้งตลาดยามเย็นเมืองซาปาอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึกพื้นเมืองของซาปาตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Sapa Relax Hotel & Spa, Sapa (3*) หรือเทียบเท่า

https://www.saparelaxhotel.com/

          

วันที่สาม    ซาปา – ยอดเขาฮัมรอง – ฮานอย – ทะเลสาบคืนดาบ – วัดหง็อกเซิน – ช้อปปิ้งย่านถนนเก่า 36 สาย

เช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมทัศนียภาพทะเลหมอกบน ยอดเขาฮัมรอง ชมสวนไม้ดอกและสวนหินที่สวยงาม ชมทิวทัศน์เมืองซาปาในมุมมองแบบพาโนรามา เมืองซาปาล้อมรอบไปด้วยเทือกเขา

กลางวัน    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

              นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนามที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 1,000 ปี ใช้เวลาเดินทางโดยรถบัสประมาณ 5 ชั่วโมง (แวะพักรถให้ทุกท่านผ่อนคลาย อิริยาบถที่ร้านขายของที่ระลึกระหว่างทาง 1 ครั้ง) นำนำท่านชม ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลสาบที่มีทัศนียภาพสวยงามใจกลางกรุงฮานอย ซึ่งมีประวัติว่า พระเจ้าเล ไท โต ได้รับดาบวิเศษที่พระองค์ใช้ในช่วง 10 ปีที่ต่อสู้กับราชวงศ์หมิงของประเทศจีน หลังจากปลดปล่อยประเทศให้เป็นอิสระแล้ว พระองค์ทรงลงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบวิเศษแก่เต่าศักดิ์สิทธิ์ กล่าวกันว่าเต่าขึ้นมาคาบดาบไปจากพระหัตถ์ของพระองค์แล้วหายลงไปในทะเลสาบ จากนั้นนำท่านข้ามสะพานแสงอาทิตย์ สะพานไม้สีแดงสดเพื่อชม วัดหง็อกเซิน หรือวัดเนินหยก ที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆในทะเลสาบ เชิญท่านนมัสการองค์กวนอูและเจ้าแม่ทับทิมที่ประดิษฐานอยู่ด้านใน วัดนี้สร้างเพื่ออุทิศให้แม่ทัพ เจิ่น ฮึง ด่าว ผู้กล้าชาวเวียดนามที่สามารถกอบกู้เอกราชจากกองทัพมองโกลในสมัยศตวรรษที่ 13 จากนั้นอิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้านานาชนิด อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของที่ระลึกใน ย่านเมืองเก่า(ถนน 36 สาย) เป็นต้น

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Baoson International Hotel, Hanoi (4*) หรือเทียบเท่า

     http://baosonhotels.com/

 

วันที่สี่       ฮานอย – สุสานโฮจิมินห์ – ทำเนียบประธานาธิบดี – บ้านพักโฮจิมินห์ – เจดีย์เสาเดียว – วิหารวรรณกรรม – ฮานอย – กรุงเทพฯ

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านสู่จัตุรัสบาดิ่งห์ ชม สุสานโฮจิมินห์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1973 และเสร็จในปี ค.ศ.1975 ซึ่งบรรจุร่างอาบน้ำยาของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ซึ่งนอนอยู่บนแท่นในห้องเย็น (หมายเหตุ การเข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ ไม่นำกล้องและกระเป๋าสะพายเข้าไป **สุสานโฮจิมินห์จะปิดทุกวันจันทร์และวันศุกร์ แต่สามารถชมภายนอกได้ และในดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี รัฐบาลจะปิดสุสานเพื่อนำร่างของประธานาธิบดีโฮจิมินห์มารักษาสภาพให้สมบูรณ์ เพื่อให้ประชาชนได้เคารพสืบไป)

และชม ทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งให้เป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ชม บ้านพักโฮจิมินห์ ซี่งเป็นบ้านไม้ยกพื้น ชมห้องทำงาน ห้องนอน และห้องต่าง ๆ ที่เรียบง่าย แล้วนำท่านชม เจดีย์เสาเดียว สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง เป็นศาลาเก๋งจีนหลังเดียวขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนเสาต้นเดียวกลางสระ ภายในศาลาเป็นที่ประดิษฐานของรูปเจ้าแม่กวนอิมปางแสดงอภินิหาร 10 กร แต่ละมือถือของมงคลรวม 8 อย่าง สร้างโดยกษัตริย์เล ไท โต ในปี ค.ศ.1049 ตามพระสุบินที่เจ้าแม่กวนอิมทรงนั่งในดอกบัวมาประทานพระโอรส เมื่อได้พระโอรสตามพระสุบินแล้ว จึงสร้างเจดีย์นี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

จากนั้นนำท่านชม วิหารวรรณกรรม หรือ วันเหมียว Van Mieu สร้างขึ้นใน พ.ศ. 1613 รัชสมัยของพระเจ้าหลีไทโตง เพื่ออุทิศให้แก่ขงจื้อ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม ภายในเป็นที่ประดิษฐานของรูปเคารพขงจื้ออันศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งศิษย์ เพื่อใช้เป็นสถานที่บูชาขงจื้อ เป็นที่ศึกษาของพระโอรสของกษัตริย์และพวกขุนนาง ทางเดินเข้าจะผ่านประตูมีชื่อต่างๆมีความหมายเป็นคติ เช่น คุณธรรม และความสามารถ ประดับด้วยธง 5 สี มีอักษรจีนเขียนไว้อ่านว่า เหวิน ถ้าอ่านแบบเวียดนามว่า วัน หรือว่าน แปลว่า วรรณคดี วรรณกรรม ภาษา ส่วนคำว่า เหมียว หรือมิว แปลว่า วัด

กลางวัน    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย            สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินนอยไบ เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับ

15.40 น.            เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ VN 619

17.55 น.           เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ