ทัวร์เกาหลี ดีไลท์ ยงอิน โซล

 

วันแรก

กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

20.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 5 เคาน์เตอร์ N สายการบิน KOREAN AIR (KE) เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการขึ้นเครื่อง (หัวหน้าทัวร์แนะนำการเดินทาง) **หมายเหตุ** เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาที และผู้โดยสารพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 40 นาที (**ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่อง เนื่องจากต้องเป็นไปตามระบบของสายการบิน**)

23.15 น. บินลัดฟ้าสู่ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยเที่ยวบินที่ KE652 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

 

วันที่สอง

ประเทศเกาหลีใต้ (สนามบินอินชอน) – หมู่บ้านโบราณอึนพยอง – เกาะนามิลานสกี

06.40 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอินชอน (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ช.ม. กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ขอต้อนรับทุกท่านสู่ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ รถโค้ชนำทุกท่านข้ามทะเลตะวันตกด้วยสะพานแขวนยองจอง หรือสะพานเพื่อความหวังในการรวมชาติที่ยาวกว่า 4.42กม. และมียอดโดมสูง 107 เมตร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านโบราณเกาหลี EUNPYEONG HANOK VILLAGE หมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่มีภูเขาโอบล้อม บรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม เงียบสงบ ภายในหมู่บ้านมีคาเฟ่ในสไตส์ฮันอก ทั้งแบบดั้งเดิม และผสมผสานสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว สามารถเดินได้เพลินๆ สบายๆ มีร้านอาหาร คาเฟ่ และยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกมากมาย

จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เกาะนามิ แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ที่สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี มีขนาดเพียง 460,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่กลางทะเลสาปชองเพียง บนเกาะจะมีบรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นสน ต้นเกาลัด ต้นแปะก๊วย ต้นซากุระ ต้นเมเปิ้ล และต้นไม้ดอกไม้อื่นๆ ที่พลัดกันออกดอกเปลี่ยนสีให้ชมกันทุกฤดูกาล ซึ่งการข้ามไปเกาะนามินั้นต้องนั่งเรือเฟอรี่ข้ามไป โดยใช้เวลาสั้นๆ เพียงแค่ 5 นาที ท่านก็จะได้สัมผัสความสวยงามของเกาะนามิ ซึ่งความน่าสนใจของเกาะนามิอยู่ตรงที่ธรรมชาติสวยงามของต้นไม้น้อยใหญ่ที่มีอยู่มากมาย โดยเฉพาะทิวต้นสนสูงใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายเป็นแนวยาว และมาปลุกความรักซีรีส์เกาหลีด้วยการเดินชิลๆ ไปบนถนนที่มีต้นไม้ขนาบข้าง ซึ่งเป็นถนนที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง “Ginkgo Tree Lane” เมื่อผ่านพ้นช่วงกลางเดือนตุลาคมไป อุโมงค์ต้นแปะก๊วยจะถูกย้อมไปด้วยสีเหลืองอร่าม เรียงแถวทอดตัวยาวกว่า 80 เมตร เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุด นับเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะต้องไปถ่ายรูปเก็บความประทับใจไว้ ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้บนเกาะก็จะเริ่มมีสีสันสวยงามสร้างบรรยากาศที่โรแมนติกมาก ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การมาเที่ยวเกาะนามิจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม และเดือนตุลาคม หากใครชอบบรรยากาศหนาวๆ มีหิมะปกคลุมก็จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม เกาะนามิโด่งดังจากซีรี่ย์เรื่อง Winter Sonata โดยใช้เกาะนามิเป็นสถานที่ถ่ายทำ คู่รักมายมากมักไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปกับจุดไฮไลท์บนเกาะสุดโรแมนติก “Winter Sonata’s First Kiss” รูปปั้นคู่พระ-นางจากซีรี่ย์เรื่องดัง ใกล้กันนั้นยังมีโซนอาหารทั้งร้านอาหารแบบนั่งทาน ร้านปิ้งย่าง และซาลาเปานึงเตาถ่านแบบโบราณ

กลางวัน บริการอาหาร  เมนู ทัคาลบิ หรือไก่บาร์บีคิวผัดซอสเกาหลี อาหารเลื่องชื่อแห่งเมืองซุนซอน นำไก่บาร์บีคิว ข้าวเหนียว มันหวาน ผักต่างๆลงผัดรวมกับซอสแบบเกาหลี นำผักกาดเขียวมาห่อรับประทาน โดยนำข้าวสวย และสาหร่ายแห้งมาผัดรวมกับทัคคาลบี

ออกเดินทางสู่ สกีรีสอร์ท นำท่านไปสัมผัสประสบการณ์หน้าหนาว พร้อมเสิร์ฟความฟินขั้นสุดให้ทุกท่านด้วยการพาไปเล่นสกี และนอนพักที่สกีรีสอร์ท

จากนั้นมีเวลาให้ท่านได้สนุกกับการเล่นสกีอย่างเต็มที่บน ลานสกีขนาดใหญ่ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวภูเขาของเกาหลีจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน โซนลานสกีจะประกอบไปด้วยเนินสกีมือใหม่ และอีกเนินสำหรับคนที่เล่นสกีจนโปรแล้ว ซึ่งปลอดภัยไม่มีอันตรายใดๆ การเตรียมตัวก่อนเล่นสกีควรเตรียม ถุงมือสกี ผ้าพันคอ แว่นกันแดด เสื้อแจ๊คเก็ตกันนํ้าหรือผ้าร่ม และกางเกงรัดรูป พร้อมกับรับฟังข้อแนะนำ และฝึกวิธีการเล่นจากไกด์ท้องถิ่นก่อนลงสนามจริง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นเองเป็นสำคัญ สำหรับคนที่ชำนาญแล้ว สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปได้บนเขาได้เลย  (** ราคาทัวร์ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์การเล่นสกี สกีลิฟท์ สโนว์สเลด สกี ค่าเล่นรวมชุดแล้วประมาณ 50,000 วอน **)

หมายเหตุ : ปริมาณของหิมะ และการเปิดให้บริการของลานสกี ขึ้นอยู่กับความเอื้ออำนวยของสภาพอากาศในแต่ละปี หากมีหิมะไม่เพียงพอลานสกีอาจจะปิดให้บริการ ในกรณีที่ลานสกีไม่สามารถเปิดบริการ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิทดแทนโปรแกรม >> ONE MOUNT (SNOW PARK*) สวนสนุกอีกหนึ่งแห่งที่น่าสนใจเมื่อเดินทางไปเที่ยวเกาหลี พบกลับโลกแห่งลานน้ำแข็ง และเล่นหิมะได้ตลอด 365 วัน เมืองหิมะจำลองตั้งอยู่ที่เมืองโกยาง แหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงโซล ซึ่งเป็น “Snow Park” ในร่มที่ใหญ่สุดของประเทศเกาหลี เพลิดเพลินกับการขี่เครื่องเล่นสุดน่ารักบนลานน้ำแข็ง เช่น จักรยานคู่รัก จักรยานเดี่ยว รถเฟอร์รี่ กะบะสเลดแซนต้า เป็นต้น หรือจะเลือกเข้าสู่โลกของหิมะที่อุณหภูมิติลบ -2 องศาเซลเซียส กับการเล่นสโนสเลคบนลานหิมะก็ได้ (ราคาทัวร์นี้ไม่รวมค่าเข้า SNOW PARK 15,000 วอน หรือหากท่านใดไม่สนใจ สามารถเดินช้อปปิ้งตามอธัยาศัย มีหลากหลายแบรนด์ชั้นนำให้เลือกมากมาย)

เย็น บริการอาหาร  เมนู ชาบู ชาบูสไตล์เกาหลี คล้ายการต้มรวมมิตรสุกี้หม้อไฟ ประกอบไปด้วยเนื้อหมูสไลด์ ผัก เห็ด และวุ้นเส้นเกาหลี เป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตในเกาหลี และยังเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีมาอย่างยาวนานอีกด้วย

พักที่  PHOENIX SKI RESORT / APENSIA SKI RESORT หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่สาม

ไร่สตรอเบอร์รี่ – สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ – พิพิธภัณฑ์สาหร่าย – คอสเมติค – คลองชองกเยชอน

เช้า บริการอาหาร ณ โรงแรม 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ ไร่สตรอเบอร์รี่ ให้ท่านได้ชิมสตรอเบอร์รี่สดๆ หวานฉ่ำจากไร่ หากติดใจรสชาติที่แสนหวานก็สามารถเลือกซื้อกลับมาฝากคนที่เมืองไทยได้ด้วย โดยจะมีการแพ็คใส่กล่องสวยงาม และนำส่งถึงสนามบินในวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ถูกขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ประกอบไปด้วยโซนต่างๆ ดังนี้ Global Fair, Magic Land, European Adventure, American Adventure, Zootopia เมื่อท่านก้าวผ่านประตูเข้าไปในสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ พบกับอาคารทรงสวยที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียตะวันออก และอินเดีย ซึ่งผสมผสานจนเข้ากันลงตัว แวะถ่ายรูปสวยๆ ที่ Magic Tree ต้นไม้แฟนตาซีขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนธีมไปตามเทศกาลต่างๆ ถือเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คสำหรับนักท่องเที่ยว

หลุดเข้ามาในโลกของเหล่าสัตว์มากมาย ในโซน Zootopia หนึ่งในสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี มีสัตว์มากกว่า 2,000 ตัว จาก 200 กว่าสายพันธุ์ พาทุกท่านท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารี ขึ้นไปบนรถบัสซาฟารีเพื่อใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์ป่ายิ่งขึ้นอย่างโซน Safari World พบกับสัตว์ที่น่าเกรงขามอย่างสิงโตเจ้าป่า เสืออันดุร้าย และหมีตัวใหญ่ที่อาจจะโผล่มาทักทายคุณได้ทุกเมื่อ ตื่นเต้นไปกับการนั่งรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ตะลุยเข้าไปในโซน Lost Valley พร้อมเพลิดเพลินกับการชมสัตว์ต่างๆ ที่เดินเล่นอย่างอิสระ ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกับเจ้าหมีมาขอขนมกินถึงหน้าต่างรถเลยทีเดียว เปลี่ยนบรรยากาศจากเหล่าสัตว์โลกมาเจอความสวยงามของหมู่พฤกษา เดินชมสวนดอกไม้ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งอวดสีสัน ณ สวนดอกไม้สี่ฤดู ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงพันธุ์ดอกไม้ไปตามฤดูกาลในรูปแบบที่หลากหลายตลอดทั้งปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ด้วยสีสันที่สดของดอกไม้แต่ละชนิดจึงได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่มาสวนสนุกจึงไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศความสดชื่นกลับไปเป็นที่ระลึก รวมทั้งยังมีการจัดเทศกาลในแต่ละเดือน ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ จะมีเทศกาลหิมะ และการเล่นเลื่อนหิมะ รวมถึง การแสดขบวนพาเหรดอันน่าตื่นตาตื่นใจ ชมขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่อย่าง คานิวัล แฟนตาซี พาเหรด (Carnival Fantasy Parade) พบกับโชว์ต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก มีทั้งธีมสไตล์บราซิลอย่างแซมบาเฟสติวัล (Samba festival) ไปจนถึงธีมเวนิสคานิวัล (Venice Carnival) จากอิตาลีก็ตบเท้าเข้าร่วมขบวนด้วย สนุกสนานกับการเต้นรำไปพร้อมๆกัน ช่วงหัวค่ำเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่พลาดไม่ได้เช่นกัน อย่าเพิ่งรีบกลับ! หากยังไม่ได้ชมการแสดงพลุสุดอลังการหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน และยังมีขบวนพาเหรดที่จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง อย่างมูนไลท์พาเหรด (Moonlight parade) ให้ท่านได้ชมอีกด้วย ขบวนพาเหรดจะมีรอบ 14.30 18.30 และ 19.30 น.

กลางวัน บริการอาหาร  เมนู บุฟเฟต์บาบีคิวปิ้งย่างสไตล์เกาหลี เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ปลาหมึก อาหารเกาหลี เติมไม่อั้น

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์สาหร่าย เรียนรู้การทำสาหร่ายของชาวเกาหลี การบอกเล่าเรื่องราวขั้นตอนความเป็นมาของสาหร่าย ตั้งแต่เป็นหัวเชื้อจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ในประเทศเกาหลีใต้สาหร่ายนั้นเป็นที่นิยมมาก อาหารเกาหลีหลากหลายเมนูล้วนมีส่วนผสมของสาหร่าย ยกตัวอย่างเช่น ข้าวยำเกาหลี (บิบิมบับ)

จากนั้นนำท่านแวะช้อปที่ร้านเครื่องสำอางค์ยอดนิยม COSMETIC OUTLET สวรรค์ของนักช้อปชาวไทย เพื่อเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบนด์ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวแบรนด์อย่าง DEWINS และแบรนด์ JSM ที่เป็นสินค้าหลักของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นครีมหอยทาก ครีมน้ำแตก ครีมขัดขี้ไคล สแตมเซลล์ โบท็อกซ์ เป็นต้น และยังมีสินค้าอื่นๆ อาทิเช่น ครีมว่านหางจระเข้ แป้งม้าโยก ยาย้อมผม แฮนด์ครีม ยาสระผม ฯลฯ

จากนั้นเดินทางไปยัง คลองชองกเยชอน คลองใจกลางกรุงที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามที่สุดในเกาหลี แหล่งเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางเมืองหลวงที่วุ่นวาย ในช่วงนี้ที่เกาหลีก็จะเป็นฤดูหนาว จะมีการจัดเทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส และเฉลิมฉลองวันปีใหม่ ในบรรยากาศหนาวๆ ผู้คนมากมายก็จะเริ่มมาชมความสวยงามของการประดับไฟตามถนน สถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ ต่างๆ ซึ่งจุดนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีการจัดแสดงงานโคมหรือประดับไฟอยู่ตลอดทั้งปี ในช่วงคริสต์มาสยาวไปจนถึงสิ้นปีนั้น บริเวณคลองก็มีการจัดไฟภายใต้ชื่องาน Seoul Christmas Festival ดึงดูดใจให้ใครหลายคนให้อยากมาเดินเล่นถ่ายรูปสวยๆ กัน ** เทศกาลประดับไฟจะจัดขึ้นช่วงประมาณวันที่ 8 ธ.ค. – วันที่ 1 ม.ค. ทั้งนี้วันและเวลาในการจัดงานแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความสะดวกของทางสถานที่ **

เย็น บริการอาหาร  เมนู จิมทัค ไก่อบซีอิ๊ววุ้นเส้น เป็นเมนูอาหารเกาหลีพื้นเมืองดั้งเดิม เป็นไก่ผัดรวมกับวุ้นเส้น มันฝรั่ง แครอท พริก และซอสดำ เนื้อไก่ที่นิ่ม รสชาติคล้ายกับไก่พะโล้สูตรเกาหลี

พักที่  RAMADA GIMPO HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่สี่

ศูนย์สมุนไพรโสม – โซลทาวเวอร์ – พระราชวังเคียงบกกุง – ย่านอิกซอนดง – ดิวตี้ฟรี – ตลาด เมียงดง

เช้า บริการอาหาร ณ โรงแรม 

จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง ศูนย์สมุนไพรโสมเกาหลี สมุนไพรที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่ระบบย่อยอาหาร ปอด ช่วยทำให้จิตใจสงบ และเพิ่มพละกำลัง มีสรรพคุณทางการแพทย์ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เสริมประสิทธิภาพทางเพศ ลดและป้องกันมะเร็ง

จากนั้นนำท่านชมความยิ่งใหญ่ของ พระราชวังเคียงบกกุง พระราชวังแห่งแรกของราชวงศ์โชซอนที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ใครมาเกาหลีเป็นครั้งแรกต้องไม่พลาดที่จะแวะมาเยือน ด้วยฉากหลังของพระราชวังนั้เป็นภูเขาพูกักซาน ทำให้ดูยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็น The Grand Palace ของเกาหลีใต้เลยก็ว่าได้ มีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจคือ พระที่นั่งคึนจองวอง เป็นพระที่นั่งที่กษัตริย์ใช้ออกว่าราชการ และเป็นที่ทรงงาน ภายในพระที่นั่งไม่สามารถเข้าไปชมได้ แต่สามารถถ่ายภาพจากด้านนอกได้

หมายเหตุ : กรณีที่พระราชวังเคียงบกกุงไม่เปิดทำการ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ปรับรายการทดแทนเป็น พระราชวังชางด็อกกุง พระราชวังลำดับที่สองที่ถูกสร้างต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง ในปี ค.ศ. 1405 และยังเป็น 1 ใน 5 ของพระราชวังสำคัญที่ยังคงรักษาไว้ ซึ่งมีต้นไม้ขนาดยักษ์มีอายุกว่า 300 ปี บ่อน้ำ และศาลาริมน้ำ พระราชวังแห่งนี้เป็นที่พำนักของพระมหากษัตริย์ถึง 9 พระองค์ ปัจจุบันยังคงเหลือความงดงามบางส่วนของพระราชวัง ได้แก่ พระตำหนักอินจองจอน พระตำหนักแดโจจอน พระตำหนักซอนจองจอน และพระตำหนักนักซองแจ

จากนั้นนำท่านไปยังหนึ่งในทาวเวอร์ที่มีวิวที่สวยที่สุดในเอเชีย โซลทาวเวอร์ ตั้งอยู่บนภูเขานัมซานใจกลางกรุงโซล มีความสูงจากฐานหอคอยประมาณ 236.7 เมตร และมีความสูง 479 เมตรจากพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน ช่วงกลางคืน หรือฤดูกาลไหนๆ ก็ยังได้รับความนิยมเสมอมา ทั้งจากนักท่องเที่ยวและคู่รักชาวเกาหลี เพราะเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นวิวทั่วทั้งกรุงโซล และบริเวณรอบๆ แบบพาโนราม่า นับเป็นอีกสถานที่สุดแสนโรแมนติกแห่งหนึ่งที่คู่รักทุกคู่ไม่ควรพลาด นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์สำคัญของกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมาแวะเช็คอินคือ สถานที่คล้องกุญแจชื่อดัง Love Key Ceremony ที่มีความเชื่อว่า คู่รักที่มาคล้องกุญแจที่นี่จะมีความรักที่ยืนยาวไปตลอดกาล ** ราคาทัวร์นี้ไม่รวมกุญแจและค่าขึ้นลิฟท์ 10,000 วอน **    

กลางวัน บริการอาหาร เมนู ไก่ตุ๋นโสม อาหารบำรุงสุขภาพ ไก่ขนาดกำลังเหมาะ ยัดไส้ด้วยโสม แปะก๊วย และสมุนไพรบำรุงร่างกาย เสิร์ฟในหม้อดินร้อนๆ

จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง ย่านอิกซอนดง หมู่บ้านฮันอกเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโซล มีกลิ่นอายความเป็นเกาหลีโบราณ และเป็นย่านเก่าแก่ที่อาจจะใหม่สำหรับใครหลายๆคน แหล่งรวมคาเฟ่เก๋ๆ ร้านอาหารชิคๆ ใจกลางกรุงที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกซอกซอยเล็กๆ สามารถเดินลัดเลาะจากแถวย่านอินซาดงมาได้ มีทั้งร้านอาหารเกาหลี ร้านบิงซู ร้านนั่งชิล ร้านพิซซ่า ที่ตกแต่งได้อย่างมีสไตล์ เหมาะสำหรับชาวโซเชียลที่ชอบอัพรูปสวยๆ ไฮไลท์ของย่านนี้จะเป็นคาเฟ่ดอกไม้ชื่อร้าน มาดัง หน้าร้านจะเป็นมุมยอดฮิตที่คนนิยมมาถ่ายรูป เพราะสีสันสดใสสวยงามของดอกไม้ นอกจากสายฮิปเตอร์แล้วสายกินก็ห้ามพลาด!! ที่นี่มีร้านขายมันดูชื่อดัง (เกี๊ยวนึ่งเกาหลี) ร้านชางฮวาดัง ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน ซึ่งจะมีคนต่อคิวรอเยอะมากๆ

จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี ดิวตี้ฟรี ที่ร้านค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในโซล แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับหลากหลายแบรนด์ดัง และสินค้าแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย โดยชั้นใต้ดินจะเป็นสินค้าแบรนด์หรู และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิเช่น PRADA, DIOR, LOUIS VUITTON, BULGARI, LONGCHAMP, COACH, GUCCI, MICHEL KORS, LOEWE, MIU MIU เป็นต้น ในส่วนของชั้นที่ 1 เป็นช็อป CHANNEL และนาฬิกาดังหลากหลายแบรนด์ อาทิเช่น ROLEX, HERMES, OMEGA, TISSOT เป็นต้น ชั้น 2 เป็นช็อป MCM ชั้นที่ 3 เป็นโซนเครื่องสำอางค์หลากหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ SULWHASOO, HERA, LANEIGE, L’Oréal, SU:M37, ESTEE LAUDER, LANCOME, CHRISTIAN DIOR, BIOTHERM, MAC เป็นต้น ชั้น 4 จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมอื่นๆ และชั้นที่ 5 จะเป็นแบรนด์ของเกาหลี และโซนร้านอาหาร

จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ย่านเมียงดง แหล่งละลายทรัพย์ในดวงใจของสาวๆหลายคน หรือสยามสแควร์เกาหลี ตลาดแห่งนี้จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอางค์ทั้งแบรนด์เนมชื่อดัง และโลคอลแบรนด์ รวมถึงซีดีเพลง รูปดารา และศิลปินเกาหลี หรืออะไรที่วัยรุ่นต้องการก็สามารถหาได้จากที่ตลาดนี้ อาทิเช่น ร้านเครื่องสำอางค์ค์ที่คุ้นหูคนไทยที่ไม่ว่าจะเป็น ETUDE, SKIN FOOD, THE FACE SHOP, NATURAL REPUBLIC, INNISFREE ราคาเครื่องสำอางค์ค์จะถูกกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ถึง 3 เท่า และบางรุ่นไม่มีขายในประเทศไทย หรือจะเป็นร้านขายรองเท้าแบรนด์ดังอย่างร้าน MBC MART ก็มีรองเท้าหลากหลายแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย อาทิเช่น ADIDAS, NIKE, NEW BALANCE, VANS, CONVERSE, FILA เป็นต้น

ในส่วนของอาหารบริเวณข้างทางที่ฮอทฮิตไม่แพ้กันอย่างโซน เมียงดงสตรีทฟู้ด มีอาหารหรือของทานเล่นให้ได้ลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ย่างตัวใหญ่อบน่ากิน ขนมไข่หรือเครันปัง ขนมยอดฮิตตลอดกาลของเมียงดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ ย่างชีสมีรสหวาน ชีสย่าง โดยการเอามอสซาเรลล่าชีสเสียบไม้แล้วเอาไปย่าง ต๊อกโบกี เค้กข้าวที่ขึ้นชื่อของเกาหลี ปรุงรสด้วยซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี เมนูนี้มีอยู่เกือบทุกซอกทุกมุมที่ในตลาดเมียงดง บะหมี่ดำจาจังมยอน หนึ่งในเมนูสุดฮิตที่เห็นกันบ่อยในซีรี่ส์เกาหลี มันฝรั่งเกลียวทอดกรอบเสียบไม้ พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองไทย แต่ของที่นี่จะมีไส้กรอกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งชั้น ปลาหมึกยักษ์ทอดกรอบ เสียบไม้แบบอลังการโรยด้วยเกลือ เป็นต้น แต่หากคนที่ชอบของหวานก็จะมีไอติมโคนเจ้าดัง ซึ่งไอติมที่กดมาใส่โคนนั้นสูงถึง 2 ฟุต

เย็น อิสระอาหารเย็น (ให้ทุกท่านได้อิสระตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการช็อปปิ้ง)

พักที่  RAMADA GIMPO HOTEL หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่ห้า

สมุนไพรฮอตเกนามู – น้ำมันสนเข็มแดง – ถนนฮงแด – ละลายเงินวอนซุปเปอร์มาร์เก็ต  สนามบินอินชอน – กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

เช้า บริการอาหาร ณ โรงแรม 

นำท่านชม ศูนย์สมุนไพรฮอตเกนามู ต้นไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตในป่าลึกบนภูเขาที่ปราศจากมลภาวะ และสูงเหนือระดับน้ำทะเล 50-800 เมตร ช่วยดูแลตับให้สะอาดแข็งแรง ป้องกันโรคตับแข็ง ไม่ถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ สารตกค้างจากอาหาร และยา

จากนั้นนำท่านเรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์ที่สกัดจาก น้ำมันสนเข็มแดง มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ลดไขมัน ช่วยควบคุมอาหาร และรักษาสมดุลในร่างกาย

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ย่านฮงแด เป็นย่านที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยฮงอิก มีผลงานศิลปะที่ส่วนใหญ่เป็นศิลปะแนวร่วมสมัยจัดวางแสดงเต็มพื้นที่ของถนนปิกัสโซ่ที่ขึ้นชื่อของย่านนี้ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีผับ บาร์ คาเฟ่ ร้านอาหารมากมายตามตรอกซอกซอยแทบทุกแห่ง จึงทำให้ที่นี่เป็นสีสันของกรุงโซลที่นักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวไม่ขาดสายทั้งกลางวันและกลางคืน

กลางวัน บริการอาหาร เมนู บิบิมบับ ข้าวยำเกาหลีที่คลุกเคล้าผสมกับผักนานาชนิด โปะด้านบนด้วยไข่ เสิร์ฟพร้อมซุปชาบูหม้อร้อนๆ

เพลิดเพลินกับการซื้อของฝากที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ละลายเงินวอน ซื้อ 5 แถม 1) สาหร่าย ขนมต่างๆ ช็อกโกแล็ตหิน ซีเรียลช็อกโก้ ผลิตภัณฑ์ของใบและรากฝอยของโสมในรูปแบบขนม ชาโสม โคลนพอกหน้าโสม ครีมล้างหน้าโสม เครื่องสำอางโสม และยังมีกิมจิ เปเปโร (ป๊อกกี้เกาหลี) ชินราเมง (มาม่าเกาหลี) นมกล้วย เป็นต้น.

17.20 น. เดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ KE651 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

21.30 น. ถึงประเทศไทย สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยความประทับใจ

*** สำคัญมากโปรดอ่าน ***

ในกรณีที่ต้องออกตั๋วภายใน เครื่องบิน / รถทัวร์ / รถไฟ กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ก่อนทำการออกตั๋วโดยสาร เนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนเที่ยวบินหรือเวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า มิเช่นนั้น ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้นขอบพระคุณทุกท่านที่ใช้บริการ

***หมายเหตุ***

ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมหรือรายการอาหาร โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่ตามความเหมาะสม