ทัวร์ออสเตรเลีย CHERRY SYD MEL-POPULAR NY

เส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะเป็นเส้นทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ครบ ไฮไลท์ ของประเทศออสเตรเลีย ได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  ทางวัฒนธรรม ทางประวัติศาสตร์ และความทันสมัย เดินทางได้ทุกวัย

Bw A10

 

วันแรก   (27 ธันวาคม 2562)          กรุงเทพฯ – นครซิดนีย์

15.00น.                  คณะเดินทางพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ชั้น 4  ประตูทางเข้าหมายเลข 4  แถว D เคาน์เตอร์สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและบริการเอกสารการเดินทาง

17.50 น.                เหิรฟ้าสู่ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย  โดยเที่ยวบินที่  TG 475

 

วันที่สอง (28 ธันวาคม 2562)          นครซิดนีย์– อุทยานแห่งชาติบลูเม้าท์เท่นส์ – สวนสัตว์พื้นเมือง –   ซิดนีย์

07.10 น.                 เดินทางถึงท่าอากาศยานคิงฟอร์ดสมิทธ์ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียหลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองนำท่านเดินทางเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติบลูเม้าท์เท่นส์ ชื่นชมทิวทัศน์อันสวยงามบนผืนแผ่นดินและหุบเขาอันกว้างใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด สัตว์ตาง ๆ สามารถอาศัยอยู่ตามธรรมชาติและเต็มไปด้วยต้นยูคาลิปตัสเวลามองระยะไกลเป็นสีน้ำเงินตามหุบเขาอันกว้างใหญ่ ผ่านเมืองเล็กๆกลางหุบเขาชื่อว่า KATOOMBA  จากนั้นชม เขาสามอนงค์ (THREE SISTERS ROCK) เป็น       แท่นหินใหญ่สามก้อนรูปทรงแปลกตาที่เกิดจากฝนและลมพัดจนเกิดเป็นตำนาน   ความรักอันแสนเศร้าของยักษ์สาวอะบอริจิ้นสามตนที่ถูกสาปให้เป็นหินสามก้อนทำให้หุบเขาแห่งนี้มีความงามยิ่งขึ้น จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ SCENIC WORLD บริษัทที่บริการกระเช้าและรถรางลงหุบเขาทำให้ท่านได้ชมเขาสามอนงค์ได้สวยงามยิ่งขึ้นอีกมุม นำท่านรถรางไฟฟ้า (KATOOMBA SCENIC RAILWAY) ที่ดัดแปลงมาจากรถขนถ่านหินในสมัยก่อนมีความชันถึง 45 องศา วิ่งผ่านทะลุหุบเขาอันสูงชันสู่หุบเขาด้านล่างอย่างตื่นเต้นและหวาดเสียว จากนั้นให้ท่านได้เดินชมธรรมชาติตามทางไม้ที่จัดไว้อย่างสวยงามใต้หุบเขาชมป่าฝนและหุ่นจำลองการขุดถ่านหินในสมัยก่อน จากนั้นขึ้นกระเช้า SCENIC CABLEWAY        จากใต้หุบเขาสู่ด้านบนพร้อมชมความงดงามเบื้องล่างของหุบเขาสีน้ำเงินที่ท่านยังสามารถชมยอดเขาสามอนงค์อีกมุมที่แตกต่าง

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ สวนสัตว์พื้นเมือง KOALA PARK SANCTUARY เพลิดเพลินไปกับการชมธรรมชาติและความน่ารักของเหล่าสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด อาทิ โคอาล่า จิงโจ้ วอมแบท ให้ท่านได้สัมผัสและถ่ายรูปคู่กับโคอาล่าตัวน้อยอย่างใกล้ชิด สนุกสนานกับการให้อาหารจิงโจ้จากมือของท่านเอง สดชื่นผ่อนคลายไปกับบรรยากาศอันร่มรื่น บนพื้นที่กว่า 10 เอเคอร์ของผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์เขตร้อนชื้น หลังจากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองซิดนีย์

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ อาหารจีน ณ ภัตตาคาร

    นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  SYDNEY TRAVELODGE HOTEL  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม (29 ธันวาคม 2562)         นครซิดนีย์ เที่ยวชมเมือง – ล่องเรือชมอ่าวซิดนีย์ – เมลเบิร์น

เช้า             รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านชมนครซิดนีย์ โดยผ่านชมหาดบอนได หาดทรายที่หนุ่มสาวชาวออสซี่นิยมมาพักผ่อนวันหยุดหรือยามเย็นในบรรยากาศท่ามกลางสายลม แสงแดดอันสดชื่น ที่นิยมเล่นกระดานโต้คลื่น หาดทรายแห่งนี้ยังได้เป็นเส้นทางในการวิ่งมาราธอนและวอลเลย์บอลชายหาดในคราวที่จัดกีฬาโอลิมปิก ปี 2000  ผ่านชมบ้านของเศรษฐีบนเนินเขา แวะจุดชมวิวบนหน้าผาเพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามของอ่าวซิดนีย์ และมหาสมุทรแปซิฟิคที่สวยงาม แวะที่เดอะแก๊ป จุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งที่ท่านจะได้ชมท้องทะเลอันงดงามของมหาสมุทรแปซิฟิก และความงามของปากอ่าวทางเข้าซิดนีย์ในทางเรือ ในบริเวณนี้ยังเคยเป็นจุดวางปืนใหญ่ยิงต่อต้านข้าศึกที่เข้ามาทางเรือในยามสงคราม ม้าหินของมิสซิสแม็คควอรี่ ม้านั่งหินตัวโปรดของภริยาของผู้สำเร็จราชการคนแรกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นม้าหินทรายอยู่ปลายสุดของสวนสาธารณะด้านหน้าเป็นอ่าวซิดนีย์ที่สวยงามนอกจากนี้ด้านบนสวนสาธารณะยังเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยงามที่ท่านจะถ่ายรูปให้เห็นโรงละครโอเปร่า เฮ้าส์และสะพานฮาร์เบอร์เป็นสัญลักษณ์ของนครซิดนีย์ แวะร้านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองเพื่อเป็นของฝาก อาทิเช่นครีมบำรุงผิว หรือของที่ระลึกต่าง ๆ เช่นพวงกุญแจโคอาล่า หรือจิงโจ้ นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์บนเรือ

                   ล่องเรือสำราญในอ่าวซิดนีย์  เพื่อชมโรงละครโอเปร่าเฮ้าส์ (OPERA HOUSE) สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นด้วยหลังคารูปเรือซ้อนกันอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่สร้างชื่อเสียงให้กับออสเตรเลีย ออกแบบโดย ยอร์น อูซอง สถาปนิกชาวเดนมาร์ก ด้วยงบประมาณในการก่อสร้างกว่าร้อยล้านเหรียญใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 14 ปี และองค์การยูเนสโกได้ลงทะเบียนขึ้นเป็นมรกดโลกในปี พ.ศ. 2550  ภายในประกอบไปด้วยห้องแสดงคอนเสิร์ต ห้องแสดงละคร และห้องภาพยนตร์ และร้านอาหารจำนวนมาก ระหว่างล่องเรือท่านยังสามารถถ่ายรูปกับสะพานฮาร์เบอร์  ที่เชื่อมต่อระหว่างซิดนีย์ทางด้านเหนือกับตัวเมืองซิดนีย์เข้าหากัน ทอดยาวกลางอ่าวซิดนีย์ได้อย่างสวยงามและทำให้การเดินเข้าสู่ตัวเมืองซิดนีย์ได้สะดวงยิ่งขึ้น  ชมเรือใบที่ชาวออสซี่นำออกมาล่องอ่าวอวดความงามในอ่าวแห่งนี้ จากนั้นเดินทางกลับสู่ซิดนีย์      

 ให้ท่านได้อิสระช้อปปิ้งที่ย่านซิตี้เซ็นเตอร์ หรือปปิ้งสินค้ามากมายจากห้างดัง Queen Victoria Building (Q.V.B) ได้รับการปรับปรุงตกแต่งใหม่อย่างสวยงาม เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในท้องถิ่นว่าตึก QVB ตั้งอยู่ที่บนถนน George Street ระหว่างถนน Market กับถนน Park เป็นอาคารช้อปปิ้งสูงสี่ชั้น มีสินค้าประเภทแฟชั่น อัญมณี ของในบ้าน หรือแม้แต่ดอกไม้ ท่านสามารถเดินทางใต้ดินสู่ย่าน Centre Point เพื่อ สินค้ายี่ห้อดังมากมาย

ค่ำ                       รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารไทย

                   นำท่านเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศของนครซิดนีย์

20.30 น.                 เดินทางโดยสายการบินแควนตัสสู่เมลเบิร์นเที่ยวบินที่  QF491

22.05 น.                 ถึงนครเมลเบิร์นเมืองหลวงแห่งรัฐวิคตอเรีย

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  MEL MERCURE WELCOME HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ (30 ธันวาคม 2562)        เกรทโอเชี่ยนโร้ด ( เต็มสาย ) – เมืองอโพโล เบย์ – พอร์ตแคมเบลล์ – เมลเบิร์น

เช้า               รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางจากเมลเบิร์นตามเส้นทางสาย เกรทโอเชี่ยนโร้ดแบบเต็มสาย ที่สวยงามและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่จะพลาดไม่ได้เลยหากมาถึงรัฐวิกตอเรีย ผ่านทางเมืองจีลองที่เป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมของรัฐวิกตอเรีย จากนั้นนำท่านเข้าสู่เขตเกรทโอเชี่ยนโร้ด ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของชายฝั่งมหาสมุทรและหาดทรายต่าง ๆ ตามเส้นทางที่งดงามแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย โดยผ่าน เมืองAanglesea และเมือง Lorne ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติพร้อมทะเลสวยงามและสงบ ก่อนเข้าสู่ Apollo Bay ที่เป็นอีกเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่สวยงามอีกเมืองและมีน้ำทะเลสีน้ำเงินตัดกับป่าอันเขียวขจีทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์สวยงาม นอกจากนี้ระหว่างทางผ่านชมโคอาล่าที่อยู่ตามต้นยูคาลิปตัสตามธรรมชาติ

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน แบบตะวันตก

จากนั้นเดินทางต่อสู่ พอร์ตแคมเบลล์ สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดในโลก คุณจะต้องตะลึงกับภาพทิวทัศน์อันงดงามของมหาสมุทรแปซิฟิค และลักษณะภูมิประเทศที่ไม่เหมือนที่ใด ๆ ในโลก  นำท่านชมปรากฏการณ์ธรรมชาติของหิน  Twelve Apostles  ซึ่งตั้งชื่อตาม 12 นักบุญ หรือสิบสองสาวกศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ ซึ่งถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด

***(แนะนำซื้อทัวร์เพิ่มโดยนั่งเฮลิคอปเตอร์ ให้ท่านชมความงามในมุมสูงที่รับรองได้ว่าท่านจะต้องประทับใจ ราคาที่เริ่มต้นโดยประมาณ 145 เหรียญออสเตรเลีย สำหรับท่านที่สนใจกรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมลเบิร์น

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ อาหารจีน  ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  MEL MERCURE WELCOME HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้า (31ธันวาคม 2562)             เมลเบิร์น – รถไฟจักรไอน้ำโบราณ – ชมสวนสัตว์ – ชมนกเพนกวินที่เกาะฟิลลิป** ชมพลุฉลองปีใหม่ อย่างยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำยาราแห่งนครเมลเบิร์น **

เช้า               รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

อิสระช้อปปิ้งย่านไชน่า ทาวน์ ร้านค้ามากมายบนถนน Swanston และยังมีอาคารบ้านเก่าสร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 ด้วยบรรยกาศแบบชาวจีนและชาวเอเซียหรือจะช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้าชื่อดัง อาทิ ห้างเดวิด โจน์ ห้างมายเออร์  ในหลากหลายสำหรับบุรุษและสตรี ช้อปปิ้งย่านไชน่า ทาวน์  หรือจะนั่งรถรางรอบเมืองเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านสู่สถานีรถไฟจักรไอน้ำโบราณ (PUFFING BILLY STEAM TRAIN) ซึ่งแต่เดิมเคยใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางระหว่างเมืองและขนส่งสินค้าเปิดให้บริการในปี ค.ศ.1900 เป็นรถไฟสายเก่าที่วิ่งระยะสั้น ๆ ปัจจุบันได้ถูกดัดแปลงนำมาใช้ในการท่องเที่ยวชมป่า

นำท่านนั่ง รถไฟจักรไอน้ำโบราณ เพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามตามแนวเขาตลอดเส้นทางวิ่งของรถไฟและท่านยังสามารถนั่งห้อยขาผ่อนคลายอารมณ์พร้อมชมทัศนียภาพตลอดทางที่เต็มไปด้วยหุบเขาและป่าสูงที่ยังคงความสมบูรณ์

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ เกาะฟิลลิป ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยสัตว์พื้นเมืองมากมายที่ทางการอนุรักษ์ทั้งสัตว์น้ำและสัตว์ป่าและคงความเป็นธรรมชาติที่มีหาดทรายและป่าพุ่มเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเพนกวินตัวน้อย แมวน้ำและนก นานาชนิด

หมายเหตุ  ห้ามห้อยขา หรือ ยื่นอวัยวะแขนและขา ออกมานอกตัวรถไฟ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น (เป็นกฎข้อบังคับใหม่ของทางรถจักรไอน้ำโบราณ

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูกุ้งล๊อบสเตอร์ครึ่งตัว เสิร์ฟพร้อมไวน์รสเยี่ยม

นำท่านสู่  PHILLIP ISLAND NATURE PARK  พบประสบการณ์อันน่าประทับใจกับการชมความน่ารักของ ฝูงเพนกวินพันธุ์เล็กที่สุดในโลกที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่บนชายหาด SUMMERLAND BEACH ในบรรยากาศอันสวยงามยามพระอาทิตย์อัสดงซึ่งท่านจะได้เห็นฝูงเพนกวินตัวน้อยพร้อมใจกันยกขบวนพาเหรดขึ้นจากทะเลเพื่อกลับคืนสู่รังพร้อมอาหารในปากมาฝากลูกตัวน้อยที่รออยู่ในรัง เหล่าเพนกวินทั้งหลายจะส่งเสียงเรียกหาลูกและเดินให้ท่านเห็นความน่ารักอย่างใกล้ชิด เพนกวินน้อยเหล่านี้จะออกไปหาอาหารแต่เช้าและจะกลับมาอีกทีตอนพระอาทิตย์ตก

( ห้ามถ่ายรูปเพนกวิน เพราะเป็นการรบกวนหรืออาจจะทำให้เพนกวินตกใจ )

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  MEL MERCURE WELCOME HOTEL หรือเทียบเท่า

        ให้ท่านได้อิสระเพื่อฉลองปีใหม่ 2020 อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ชมพลุที่ถูกจุดขึ้นในเมืองเมลเบิร์นและริมแม่น้ำยาร์ร่าอย่างงดงามและตระการตา

 

วันที่หก( 01 มกราคม 2563) นครเมลเบิร์นชมเมือง-สวนฟิตซรอย กระท่อมกัปตันคุ้ก – ช้อปปิ้ง  – กรุงเทพฯ

เช้า               รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

          หลังจากนั้นชม สวนฟิตซรอย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ เป็นที่ตั้ง กระท่อมกัปตันคุ้ก (**ไม่รวมค่าเข้าชมในกระท่อม) บ้านพักของนักสำรวจชาวอังกฤษคนสำคัญของโลก ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลียและซีกขั้วโลกใต้ กระท่อมนี้ได้ถูกย้ายมเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนครเมลเบิร์นในวาระครบรอบ 100 ปี ผ่านชม Federation Square เป็นย่านที่ครึกครื้นของเมืองเมลเบิร์นตรงปลายแม่น้ำ Yarra River ข้ามฝั่งถนนจากสถานี Flinders Street Station ที่นี่เป็นศูนย์รวมของแกลเลอรี่ โรงภาพยนตร์ ร้านอาหารภัตตาคารที่ได้รับรางวัล มีคาเฟ่และบาร์ มีลานเปิดกว้างสำหรับจัดกิจกรรมงานแสดงและนิทรรศการที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีร้านอาหารมากมายหลายสไตล์

นำท่านชม อนุสรณ์สถานสงคราม(Shrine of remembrance) เป็นอนุสรณ์สถานสงครามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่บริเวณคิงโดเมนส์บนถนนเซนต์คิวด้า  สถานที่แห่งนี้รัฐบาลออสเตรเลียได้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชายหญิงที่รับใช้ชาติและเสียสละในสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะไปรบยังสนามรบกัลลิโปลีประเทศตุรกี  ณ.สมรภูมิแห่งนี้จึงเกิดเป็นวัน”แอนแซ็ค”(25 เมษายน) ในวันนี้เหล่าชาวออสเตรเลียนได้จัดพีธีรำลึกถึงผู้รับใช้ชาติจำนวนกว่า 114000 นายและเสียชีวิต 19000 นาย โดยจะนำดอกป๊อปปี้สีแดงมาแสดงความเคารพ ณ สถานที่แห่งนี้ซึ่งจะจัดเป็นประจำในทุก ๆ ปี    ออกแบบและอำนวยการก่อสร้างโดยสถาปนิกอดีตทหารผ่านศึก ในสงครามโลกครั้งที่ 1 “ฟิลลิปส์ ฮัดสัน”กับ”เจมส์ วาร์ดร็อบ” สร้างตามอย่างศิลปะคลาสสิคโดยได้แรงบันดาลใจจาก  สุสานแห่งฮาลิคาแนสสัส และวิหารพาเธนอนในกรุงเอเธนส์  ส่วนยอดของเหนือหลังคาทรงซิกก้าเป็นส่วนที่ได้มาจาก”Choragic monument of lysicrates”ในกรุงเอเธนส์     วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้นั้นเป็นวัสดุที่อยู่ในประเทศออสเตรเลีย ทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นหินแกรนิตที่เป็นโครงสร้างหลัก ๆ ของตัวอาคาร และหินอ่อนที่ใช้ในการตกแต่งภายใน สถานที่สำคัญแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 คือในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1918 และแล้วเสร็จในเดือน มีนาคม ค.ศ.1922 ในขณะเดียวกันยังใช้รำลึกถึงผู้เสียสละในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

ผ่านชมอาคารรัฐสภาแห่งเมลเบิร์น (Parliament House Melbourne) ก่อสร้างขึ้น ณ.เดือนธันวาคม ค.ศ.1855 จนถึง ค.ศ.1929  ออกแบบโดย”ชาลี แพสลีย์และปีเตอร์ เคอร”อำนวยการก่อสร้างโดย”จอน คิงส์”ซึ่งใช้พื้นฐานศิลปะนีโอคลาสสิค  ตั้งอยู่บริเวณถนนสปริงทิศตะวันออกของเมลเบิร์นในรัฐวิคตอเรีย   สถานที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นทั้งรัฐสภาแห่งรัฐวิคตอเรีย 2 ครั้งในปี 1855-1901และ 1927-ปัจจบัน ทั้งยังเคยถูกใช้เป็นอาคารรัฐสภากลางของประเทศออสเตรเลียระหว่างปี 1901-1927 อีกต่างหาก   สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกสำคัญของรัฐวิคตอเรีย  และได้เฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีในปี 2006 ที่ผ่านมา

ผ่านชมวิหารเซนต์แพทริค (St.Patrick’s Cathedral, Melbourn) เป็นวิหารในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคที่ใหญ่ที่สุดในรัฐวิคตอเรีย โดย James Goold ผู้เป็นบิช็อปท่านแรกแห่งเมืองMelbourne ต่อมาได้เป็นบิช็อปแห่งออสเตรเลียคนที่ 4   มีดำริให้ William Wardell ผู้เป็นทั้งนักบวชและสถาปนิกที่สำคัญแห่งเมืองนี้เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างทั้งหมดอาศัยศิลปะโกธิคระหว่างศตวรรษที่ 14  โดยมีพื้นฐานมาจากมหาวิหารยุคกลางในประเทศอังกฤษ โดยเริ่มวางแผนและก่อสร้างเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1858-1939 ต่อมาได้บูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี 1994 เพื่อที่จะเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ในอีกสามปีถัดมา

** ( อาหารกลางวัน ตามอัธยาศัย )

11.30 น.                จากนั้นทำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนครเมลเบิร์น

15.25 น.                เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ  โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่  TG466

20.35 น.                เดินทางถึงกรุงเทพฯ….. โดยสวัสดิภาพ