ทัวร์ออสเตรเลีย CHERRY HIGHLIGHT MEL

เส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะเป็นเส้นทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ครบ ไฮไลท์ ของประเทศออสเตรเลีย ได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  ทางวัฒนธรรม ทางประวัติศาสตร์ และความทันสมัย เดินทางได้ทุกวัย

 

วันแรกของการเดินทาง     กรุงเทพฯ เมลเบิร์น

21.00 น.            คณะเดินทางพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 2 แถว D เคาน์เตอร์สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและบริการเอกสารการเดินทาง

วันที่สองของการเดินทาง    เมลเบิร์นชมเมือง – สวนฟิตซรอย – ผ่านชมอาคารรัฐสภา

00.15 น.  ออกเดินทางสู่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 465

13.05 น.           ถึงเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว

นำท่านชมเมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีความตื่นตาตื่นใจด้วยการผสมผสานทั้งความเก่าและความใหม่เข้าด้วยกัน เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำ Yarra มีสวนสาธารณะริมน้ำ มีสถาปัตยกรรมของยุคตื่นทองในสมัยกลางศตวรรษที่ 18 คละเคล้ากับตึกสูงระฟ้าในสมัยปัจจุบันทำให้มีภูมิทัศน์ของเมืองที่ไม่เหมือนใคร มีแม่น้ำตั้งอยู่ใจกลางเมืองอันเป็นเสน่ห์ของเมลเบิร์น

หลังจากนั้นชม สวนฟิตซรอย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ เป็นที่ตั้ง กระท่อมกัปตันคุ้ก (**ไม่รวมค่าเข้าชมในกระท่อม) บ้านพักของนักสำรวจชาวอังกฤษคนสำคัญของโลก ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลียและซีกขั้วโลกใต้ กระท่อมนี้ได้ถูกย้ายมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนครเมลเบิร์นในวาระครบรอบ 100 ปี

ผ่านชม Federation Square เป็นย่านที่ครึกครื้นของเมืองเมลเบิร์นตรงปลายแม่น้ำ Yarra River ข้ามฝั่งถนนจากสถานี Flinders Street Station ที่นี่เป็นศูนย์รวมของแกลอรี่ โรงภาพยนตร์ ร้านอาหารภัตตาคารที่ได้รับรางวัล มีคาเฟ่และบาร์ มีลานเปิดกว้างสำหรับจัดกิจกรรมงานแสดงและนิทรรศการที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีร้านอาหารมากมายหลายสไตล์

นำท่านชม อนุสรณ์สถานสงคราม(Shrine of remembrance) เป็นอนุสรณ์สถานสงครามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่บริเวณคิงโดเมนส์บนถนนเซนต์คิวด้า สถานที่แห่งนี้รัฐบาลออสเตรเลียได้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชายหญิงที่รับใช้ชาติและเสียสละในสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะไปรบยังสนามรบกัลลิโปลีประเทศตุรกี ณ สมรภูมิแห่งนี้จึงเกิดเป็นวัน “แอนแซ็ค” (25 เมษายน) ในวันนี้เหล่าชาวออสเตรเลียนได้จัดพีธีรำลึกถึงผู้รับใช้ชาติจำนวนกว่า 114,000 นายและเสียชีวิต 19,000 นาย โดยจะนำดอกป๊อปปี้สีแดงมาแสดงความเคารพ ณ สถานที่แห่งนี้ซึ่งจะจัดเป็นประจำในทุก ๆ ปี   ออกแบบและอำนวยการก่อสร้างโดยสถาปนิกอดีตทหารผ่านศึก ในสงครามโลกครั้งที่ 1 “ฟิลลิปส์ ฮัดสัน” กับ “เจมส์ วาร์ดร็อบ” สร้างตามอย่างศิลปะคลาสสิคโดยได้แรงบันดาลใจจาก สุสานแห่งฮาลิคาแนสสัส และวิหารพาเธนอนในกรุงเอเธนส์   ส่วนยอดของเหนือหลังคาทรงซิกก้าเป็นส่วนที่ได้มาจาก “Choragic monument of lysicrates” ในกรุงเอเธนส์     วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้นั้นเป็นวัสดุที่อยู่ในประเทศออสเตรเลีย ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหินแกรนิตที่เป็นโครงสร้างหลัก ๆ ของตัวอาคาร และหินอ่อนที่ใช้ในการตกแต่งภายใน สถานที่สำคัญแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 คือในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1918 และแล้วเสร็จในเดือน มีนาคม ค.ศ.1922 ในขณะเดียวกันยังใช้รำลึกถึงผู้เสียสละในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

ผ่านชมอาคารรัฐสภาแห่งเมลเบิร์น (Parliament House Melbourne) ก่อสร้างขึ้น ณ เดือนธันวาคม ค.ศ.1855 จนถึง ค.ศ.1929 ออกแบบโดย “ชาลี แพสลีย์และปีเตอร์ เคอร” อำนวยการก่อสร้างโดย “จอน คิงส์” ซึ่งใช้พื้นฐานศิลปะนีโอคลาสสิค ตั้งอยู่บริเวณถนนสปริงทิศตะวันออกของเมลเบิร์นในรัฐวิคตอเรีย   สถานที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นทั้งรัฐสภาแห่งรัฐวิคตอเรีย 2 ครั้งในปี 1855-1901และ 1927-ปัจจุบัน ทั้งยังเคยถูกใช้เป็นอาคารรัฐสภากลางของประเทศออสเตรเลียระหว่างปี 1901-1927 อีกต่างหาก   สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกสำคัญของรัฐวิคตอเรีย และได้เฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีในปี 2006 ที่ผ่านมา

ผ่านชมวิหารเซนต์แพทริค (St.Patrick’s Cathedral, Melbourne) เป็นวิหารในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคที่ใหญ่ที่สุดในรัฐวิคตอเรีย โดย James Goold ผู้เป็นบิช็อปท่านแรกแห่งเมืองMelbourne ต่อมาได้เป็นบิช็อปแห่งออสเตรเลียคนที่ 4  มีดำริให้ William Wardell ผู้เป็นทั้งนักบวชและสถาปนิกที่สำคัญแห่งเมืองนี้เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างทั้งหมดอาศัยศิลปะโกธิคระหว่างศตวรรษที่ 14 โดยมีพื้นฐานมาจากมหาวิหารยุคกลางในประเทศอังกฤษ โดยเริ่มวางแผนและก่อสร้างเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1858-1939 ต่อมาได้บูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี 1994 เพื่อที่จะเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ในอีกสามปีถัดมา

ค่ำ         รับประทานอาหารค่ำ อาหารจีน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าพักที่โรงแรม MEL MERCURE WELCOME / MEL BAYVIEW EDEN หรือเทียบเท่า

 

วันทีสามของการเดินทาง     เกรทโอเชี่ยนโร้ท – พอร์ตแคมเบลล์ – Twelve Apostles – เมลเบิร์น

เช้า        รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางจากเมลเบิร์นตามเส้นทางสาย เกรทโอเชี่ยนโร้ดแบบเต็มสาย ที่สวยงามและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่จะพลาดไม่ได้เลยหากมาถึงรัฐวิคตอเรียผ่านทางเมืองจีลองที่เป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมของรัฐวิกตอเรีย จากนั้นนำท่านเข้าสู่เขตเกรทโอเชี่ยนโร้ด ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของชายฝั่งมหาสมุทรและหาดทรายต่าง ๆ ตามเส้นทางที่งดงามแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย โดยผ่าน เมืองAnglesea และเมือง Lorne ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติพร้อมทะเลสวยงามและสงบ ก่อนเข้าสู่ Apollo Bay ที่เป็นอีกเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่สวยงามอีกเมืองและมีน้ำทะเลสีน้ำเงินตัดกับป่าอันเขียวขจีทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์สวยงาม นอกจากนี้ระหว่างทางผ่านชมโคอาล่าที่อยู่ตามต้นยูคาลิปตัสตามธรรมชาติ

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน แบบตะวันตก

จากนั้นเดินทางต่อสู่ พอร์ตแคมเบลล์ สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดในโลก คุณจะต้องตะลึงกับภาพทิวทัศน์อันงดงามของมหาสมุทรแปซิฟิค และลักษณะภูมิประเทศที่ไม่เหมือนที่ใด ๆ ในโลก

นำท่านชมปรากฏการณ์ธรรมชาติของหิน Twelve Apostles ซึ่งตั้งชื่อตาม 12 นักบุญ หรือสิบสองสาวกศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ ซึ่งถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด

(แนะนำซื้อทัวร์เพิ่มโดยนั่งเฮลิคอปเตอร์ ให้ท่านชมความงามในมุมสูงที่รับรองได้ว่าท่านจะต้องประทับใจ ราคาที่เริ่มต้นโดยประมาณ 145 เหรียญออสเตรเลีย สำหรับท่านที่สนใจกรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมลเบิร์น

ค่ำ         รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารไทย

นำท่านเข้าพักที่โรงแรม MEL MERCURE WELCOME / MEL BAYVIEW EDEN HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ของการเดินทาง     เมลเบิร์น–รถไฟจักรไอน้ำโบราณ–สวนสัตว์พื้นเมือง ชมเพนกวินที่เกาะฟิลลิป

เช้า        รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

จากนั้นสู่ย่านดันดีนองส์ที่ยังเป็นป่าของต้นยูคาลิปตัสที่อุดมสมบูรณ์เดินทางสู่สถานีรถไฟจักรไอน้ำโบราณ (PUFFING BILLY STEAM TRAIN) ซึ่งแต่เดิมเคยใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางระหว่างเมืองและขนส่งสินค้าเปิดให้บริการในปี ค.ศ.1900 เป็นรถไฟสายเก่าที่วิ่งระยะสั้นๆ ปัจจุบันได้ถูกดัดแปลงนำมาใช้ในการท่องเที่ยวชมป่า

นำท่านนั่ง รถไฟจักรไอน้ำโบราณ เพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามตามแนวเขาตลอดเส้นทางวิ่งของรถไฟและท่านยัง สามารถนั่งห้อยขาผ่อนคลายอารมณ์พร้อมชมทัศนียภาพตลอดทางที่เต็มไปด้วยหุบเขาและป่าสูงที่ยังคงความสมบูรณ์

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน แบบบุฟเฟ่ต์ นานาชาติ

นำท่านเดินทางสู่ สวนสัตว์พื้นเมือง MARU KOALA & ANIMAL PARK เพลิดเพลินไปกับการชมธรรมชาติและความน่ารักของเหล่าสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด อาทิ โคอาล่า จิงโจ้ วอมแบท ให้ท่านได้สัมผัสและถ่ายรูปคู่กับโคอาล่าตัวน้อยอย่างใกล้ชิด สนุกสนานกับการให้อาหารจิงโจ้จากมือของท่านเองนำท่านเดินทางสู่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ เกาะฟิลลิป ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยสัตว์พื้นเมืองมากมายที่ทางการอนุรักษ์ทั้งสัตว์น้ำและสัตว์ป่าและคงความเป็นธรรมชาติที่มีหาดทรายและป่าพุ่มเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเพนกวินตัวน้อย แมวน้ำและนก นานาชนิด

ค่ำ         รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูกุ้งล๊อบสเตอร์ครึ่งตัเสิร์ฟพร้อมไวน์รสเยี่ยม

นำท่านสู่ PHILLIP ISLAND NATURE PARK พบประสบการณ์อันน่าประทับใจกับการชมความน่ารักของ ฝูงเพนกวินพันธุ์เล็กที่สุดในโลกที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่บนชายหาด SUMMERLAND BEACH ในบรรยากาศอันสวยงามยามพระอาทิตย์อัสดงซึ่งท่านจะได้เห็นฝูงเพนกวินตัวน้อยพร้อมใจกันยกขบวนพาเหรดขึ้นจากทะเลเพื่อกลับคืนสู่รังพร้อมอาหารในปากมาฝากลูกตัวน้อยที่รออยู่ในรัง เหล่าเพนกวินทั้งหลายจะส่งเสียงเรียกหาลูกและเดินให้ท่านเห็นความน่ารักอย่างใกล้ชิดเพนกวินน้อยเหล่านี้จะออกไปหาอาหารแต่เช้าและจะกลับมาอีกทีตอนพระอาทิตย์ตก

(ห้ามถ่ายรูปเพนกวิน เพราะเป็นการรบกวนหรืออาจจะทำให้เพนกวินตกใจ )       

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมลเบิร์น

นำท่านเข้าพักที่โรงแรม MEL MERCURE WELCOME / MEL BAYVIEW EDEN HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง     นครเมลเบิร์น – อิสระช้อปปิ้ง – กรุงเทพฯ

เช้า              รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

*** อิสระฟรีช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

( อาหารกลางวันตามอัธยาศัย)

11.30 น.    รถโค้ชมารับตามเวลานัดหมายพร้อมนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนครเมลเบิร์น

16.15 น.   เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG466

21.45 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ