ทัวร์ออสเตรเลีย CHERRY POPULAR SYD-MEL

เส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะเป็นเส้นทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ครบ ไฮไลท์ ของประเทศออสเตรเลีย ได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  ทางวัฒนธรรม ทางประวัติศาสตร์ และความทันสมัย เดินทางได้ทุกวัย

Bw A10 01

 

วันแรก   (28 ธันวาคม 2562)          กรุงเทพฯ – นครซิดนีย์

15.00น.                  คณะเดินทางพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ชั้น 4  ประตูทางเข้าหมายเลข 4  แถว D เคาน์เตอร์สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและบริการเอกสารการเดินทาง

17.50 น.                เหิรฟ้าสู่ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย  โดยเที่ยวบินที่  TG 475

 

 

วันที่สอง (29 ธันวาคม 2562)     นครซิดนีย์– อุทยานแห่งชาติบลูเม้าท์เท่นส์ – สวนสัตว์พื้นเมือง – ซิดนีย์

07.20 น.                 เดินทางถึงท่าอากาศยานคิงฟอร์ดสมิทธ์ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียหลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง

เมืองนำท่านเดินทางเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติบลูเม้าท์เท่นส์ ชื่นชมทิวทัศน์อันสวยงามบนผืนแผ่นดินและหุบเขาอันกว้างใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด สัตว์ตาง ๆ สามารถอาศัยอยู่ตามธรรมชาติและเต็มไปด้วยต้นยูคาลิปตัสเวลามองระยะไกลเป็นสีน้ำเงินตามหุบเขาอันกว้างใหญ่ ผ่านเมืองเล็กๆกลางหุบเขาชื่อว่า KATOOMBA  จากนั้นชม เขาสามอนงค์ (THREE SISTERS ROCK) เป็น     แท่นหินใหญ่สามก้อนรูปทรงแปลกตาที่เกิดจากฝนและลมพัดจนเกิดเป็นตำนาน  ความรักอันแสนเศร้าของยักษ์สาวอะบอริจิ้นสามตนที่ถูกสาปให้เป็นหินสามก้อนทำให้หุบเขาแห่งนี้มีความงามยิ่งขึ้น จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ SCENIC WORLD บริษัทที่บริการกระเช้าและรถรางลงหุบเขาทำให้ท่านได้ชมเขาสามอนงค์ได้สวยงามยิ่งขึ้นอีกมุม นำท่านรถรางไฟฟ้า (KATOOMBA SCENIC RAILWAY) ที่ดัดแปลงมาจากรถขนถ่านหินในสมัยก่อนมีความชันถึง 45 องศา วิ่งผ่านทะลุหุบเขาอันสูงชันสู่หุบเขาด้านล่างอย่างตื่นเต้นและหวาดเสียว จากนั้นให้ท่านได้เดินชมธรรมชาติตามทางไม้ที่จัดไว้อย่างสวยงามใต้หุบเขาชมป่าฝนและหุ่นจำลองการขุดถ่านหินในสมัยก่อน จากนั้นขึ้นกระเช้า SCENIC CABLEWAY      จากใต้หุบเขาสู่ด้านบนพร้อมชมความงดงามเบื้องล่างของหุบเขาสีน้ำเงินที่ท่านยังสามารถชมยอดเขาสามอนงค์อีกมุมที่แตกต่าง

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ สวนสัตว์พื้นเมือง KOALA PARK SANCTUARY เพลิดเพลินไปกับการชมธรรมชาติและความน่ารักของเหล่าสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด อาทิ โคอาล่า จิงโจ้ วอมแบท ให้ท่านได้สัมผัสและถ่ายรูปคู่กับโคอาล่าตัวน้อยอย่างใกล้ชิด สนุกสนานกับการให้อาหารจิงโจ้จากมือของท่านเอง สดชื่นผ่อนคลายไปกับบรรยากาศอันร่มรื่น บนพื้นที่กว่า 10 เอเคอร์ของผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์เขตร้อนชื้น หลังจากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองซิดนีย์

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ อาหารจีน ณ ภัตตาคาร

         นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  SYDNEY TRAVELODGE HOTEL  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม (30 ธันวาคม 2562)          นครซิดนีย์ เที่ยวชมเมือง – ล่องเรือชมอ่าวซิดนีย์ – เมลเบิร์น

เช้า           รับประทานอาหารเช้าในโรงแ

นำท่านชมนครซิดนีย์ โดยผ่านชมหาดบอนได หาดทรายที่หนุ่มสาวชาวออสซี่นิยมมาพักผ่อนวันหยุดหรือยามเย็นในบรรยากาศท่ามกลางสายลม แสงแดดอันสดชื่น ที่นิยมเล่นกระดานโต้คลื่น หาดทรายแห่งนี้ยังได้เป็นเส้นทางในการวิ่งมาราธอนและวอลเลย์บอลชายหาดในคราวที่จัดกีฬาโอลิมปิก ปี 2000  ผ่านชมบ้านของเศรษฐีบนเนินเขา แวะจุดชมวิวบนหน้าผาเพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามของอ่าวซิดนีย์ และมหาสมุทรแปซิฟิคที่สวยงาม แวะที่เดอะแก๊ป จุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งที่ท่านจะได้ชมท้องทะเลอันงดงามของมหาสมุทรแปซิฟิก และความงามของปากอ่าวทางเข้าซิดนีย์ในทางเรือ ในบริเวณนี้ยังเคยเป็นจุดวางปืนใหญ่ยิงต่อต้านข้าศึกที่เข้ามาทางเรือในยามสงคราม ม้าหินของมิสซิสแม็คควอรี่ ม้านั่งหินตัวโปรดของภริยาของผู้สำเร็จราชการคนแรกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นม้าหินทรายอยู่ปลายสุดของสวนสาธารณะด้านหน้าเป็นอ่าวซิดนีย์ที่สวยงามนอกจากนี้ด้านบนสวนสาธารณะยังเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยงามที่ท่านจะถ่ายรูปให้เห็นโรงละครโอเปร่า เฮ้าส์และสะพานฮาร์เบอร์เป็นสัญลักษณ์ของนครซิดนีย์ แวะร้านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองเพื่อเป็นของฝาก อาทิเช่นครีมบำรุงผิว หรือของที่ระลึกต่าง ๆ เช่นพวงกุญแจโคอาล่า หรือจิงโจ้ นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์บนเรือ

                   ล่องเรือสำราญในอ่าวซิดนีย์  เพื่อชมโรงละครโอเปร่าเฮ้าส์ (OPERA HOUSE) สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นด้วยหลังคารูปเรือซ้อนกันอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่สร้างชื่อเสียงให้กับออสเตรเลีย ออกแบบโดย ยอร์น อูซอง สถาปนิกชาวเดนมาร์ก ด้วยงบประมาณในการก่อสร้างกว่าร้อยล้านเหรียญใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 14 ปี และองค์การยูเนสโกได้ลงทะเบียนขึ้นเป็นมรกดโลกในปี พ.ศ. 2550  ภายในประกอบไปด้วยห้องแสดงคอนเสิร์ต ห้องแสดงละคร และห้องภาพยนตร์ และร้านอาหารจำนวนมาก ระหว่างล่องเรือท่านยังสามารถถ่ายรูปกับสะพานฮาร์เบอร์  ที่เชื่อมต่อระหว่างซิดนีย์ทางด้านเหนือกับตัวเมืองซิดนีย์เข้าหากัน ทอดยาวกลางอ่าวซิดนีย์ได้อย่างสวยงามและทำให้การเดินเข้าสู่ตัวเมืองซิดนีย์ได้สะดวงยิ่งขึ้น  ชมเรือใบที่ชาวออสซี่นำออกมาล่องอ่าวอวดความงามในอ่าวแห่งนี้ จากนั้นเดินทางกลับสู่ซิดนีย์       

   ให้ท่านได้อิสระช้อปปิ้งที่ย่านซิตี้เซ็นเตอร์ หรือปปิ้งสินค้ามากมายจากห้างดัง Queen Victoria Building (Q.V.B) ได้รับการปรับปรุงตกแต่งใหม่อย่างสวยงาม เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในท้องถิ่นว่าตึก QVB ตั้งอยู่ที่บนถนน George Street ระหว่างถนน Market กับถนน Park เป็นอาคารช้อปปิ้งสูงสี่ชั้น มีสินค้าประเภทแฟชั่น อัญมณี ของในบ้าน หรือแม้แต่ดอกไม้ ท่านสามารถเดินทางใต้ดินสู่ย่าน Centre Point เพื่อ สินค้ายี่ห้อดังมากมาย

17.00 น.                 รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารไทย

18.00 น.       นำท่านเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางสู่เมลเบิร์น

20.00 น.                เดินทางโดยสายการบินแควนตัสสู่เมลเบิร์นเที่ยวบินที่  QF487

21.35 น.                ถึงนครเมลเบิร์นเมืองหลวงแห่งรัฐวิคตอเรีย

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  MEL MERCURE WELCOME HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ (31 ธันวาคม 2562)    เกรทโอเชี่ยนโร้ด ( เต็มสาย ) – เมืองอโพโล เบย์ – พอร์ตแคมเบลล์ – เมลเบิร์น – ชมพลุฉลองปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำยาราแห่งนครเมลเบิร์น  

เช้า               รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางจากเมลเบิร์นตามเส้นทางสาย เกรทโอเชี่ยนโร้ดแบบเต็มสาย ที่สวยงามและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่จะพลาดไม่ได้เลยหากมาถึงรัฐวิกตอเรีย ผ่านทางเมืองจีลองที่เป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมของรัฐวิกตอเรีย จากนั้นนำท่านเข้าสู่เขตเกรทโอเชี่ยนโร้ด ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของชายฝั่งมหาสมุทรและหาดทรายต่าง ๆ ตามเส้นทางที่งดงามแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย โดยผ่าน เมืองAanglesea และเมือง Lorne ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติพร้อมทะเลสวยงามและสงบ ก่อนเข้าสู่ Apollo Bay ที่เป็นอีกเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่สวยงามอีกเมืองและมีน้ำทะเลสีน้ำเงินตัดกับป่าอันเขียวขจีทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์สวยงาม นอกจากนี้ระหว่างทางผ่านชมโคอาล่าที่อยู่ตามต้นยูคาลิปตัสตามธรรมชาติ

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน แบบตะวันตก

จากนั้นเดินทางต่อสู่ พอร์ตแคมเบลล์ สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดในโลก คุณจะต้องตะลึงกับภาพทิวทัศน์อันงดงามของมหาสมุทรแปซิฟิค และลักษณะภูมิประเทศที่ไม่เหมือนที่ใด ๆ ในโลก  นำท่านชมปรากฏการณ์ธรรมชาติของหิน  Twelve Apostles  ซึ่งตั้งชื่อตาม 12 นักบุญ หรือสิบสองสาวกศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ ซึ่งถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด

***(แนะนำซื้อทัวร์เพิ่มโดยนั่งเฮลิคอปเตอร์ ให้ท่านชมความงามในมุมสูงที่รับรองได้ว่าท่านจะต้องประทับใจ ราคาที่เริ่มต้นโดยประมาณ 145 เหรียญออสเตรเลีย สำหรับท่านที่สนใจกรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมลเบิร์น         

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ อาหารจีน  ณ ภัตตาคาร   

                   นำท่านเข้าพักที่โรงแรม MEL MERCURE WELCOME  HOTEL   หรือเทียบเท่า

ให้ท่านอิสระในการจับจองพื้นที่เพื่อฉลองปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่อลังการชมพลุที่ถูกจุดขึ้นในเมืองเมลเบิร์นและริมแม่น้ำยาร์ร่าอย่างงดงามและตระการตา

ชมพลุที่ถูกจุดขึ้นในเมืองเมลเบิร์นและริมแม่น้ำยาร์ร่าอย่างงดงามและตระการตา

 

วันที่ห้า (1มกราคม 2563)     นครเมลเบิร์นชมเมือง-สวนฟิตซรอย – กระท่อมกัปตันคุ้ก – รถไฟจักรไอน้ำโบราณ–ชมสวนสัตว์ – ชมนกเพนกวินที่เกาะฟิลลิป

เช้า               รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

          หลังจากนั้นชม สวนฟิตซรอย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ เป็นที่ตั้ง กระท่อมกัปตันคุ้ก (**ไม่รวมค่าเข้าชมในกระท่อม) บ้านพักของนักสำรวจชาวอังกฤษคนสำคัญของโลก ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลียและซีกขั้วโลกใต้ กระท่อมนี้ได้ถูกย้ายมเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนครเมลเบิร์นในวาระครบรอบ 100 ปี ผ่านชม Federation Square เป็นย่านที่ครึกครื้นของเมืองเมลเบิร์นตรงปลายแม่น้ำ Yarra River ข้ามฝั่งถนนจากสถานี Flinders Street Station ที่นี่เป็นศูนย์รวมของแกลเลอรี่ โรงภาพยนตร์ ร้านอาหารภัตตาคารที่ได้รับรางวัล มีคาเฟ่และบาร์ มีลานเปิดกว้างสำหรับจัดกิจกรรมงานแสดงและนิทรรศการที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีร้านอาหารมากมายหลายสไตล์

นำท่านชม อนุสรณ์สถานสงคราม(Shrine of remembrance) เป็นอนุสรณ์สถานสงครามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่บริเวณคิงโดเมนส์บนถนนเซนต์คิวด้า  สถานที่แห่งนี้รัฐบาลออสเตรเลียได้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชายหญิงที่รับใช้ชาติและเสียสละในสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะไปรบยังสนามรบกัลลิโปลีประเทศตุรกี  ณ.สมรภูมิแห่งนี้จึงเกิดเป็นวัน”แอนแซ็ค”(25 เมษายน) ในวันนี้เหล่าชาวออสเตรเลียนได้จัดพีธีรำลึกถึงผู้รับใช้ชาติจำนวนกว่า 114000 นายและเสียชีวิต 19000 นาย โดยจะนำดอกป๊อปปี้สีแดงมาแสดงความเคารพ ณ สถานที่แห่งนี้ซึ่งจะจัดเป็นประจำในทุก ๆ ปี    ออกแบบและอำนวยการก่อสร้างโดยสถาปนิกอดีตทหารผ่านศึก ในสงครามโลกครั้งที่ 1 “ฟิลลิปส์ ฮัดสัน”กับ”เจมส์ วาร์ดร็อบ” สร้างตามอย่างศิลปะคลาสสิคโดยได้แรงบันดาลใจจาก  สุสานแห่งฮาลิคาแนสสัส และวิหารพาเธนอนในกรุงเอเธนส์  ส่วนยอดของเหนือหลังคาทรงซิกก้าเป็นส่วนที่ได้มาจาก”Choragic monument of lysicrates”ในกรุงเอเธนส์     วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้นั้นเป็นวัสดุที่อยู่ในประเทศออสเตรเลีย ทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นหินแกรนิตที่เป็นโครงสร้างหลัก ๆ ของตัวอาคาร และหินอ่อนที่ใช้ในการตกแต่งภายใน สถานที่สำคัญแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 คือในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1918 และแล้วเสร็จในเดือน มีนาคม ค.ศ.1922 ในขณะเดียวกันยังใช้รำลึกถึงผู้เสียสละในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

ผ่านชมอาคารรัฐสภาแห่งเมลเบิร์น (Parliament House Melbourne) ก่อสร้างขึ้น ณ.เดือนธันวาคม ค.ศ.1855 จนถึง ค.ศ.1929  ออกแบบโดย”ชาลี แพสลีย์และปีเตอร์ เคอร”อำนวยการก่อสร้างโดย”จอน คิงส์”ซึ่งใช้พื้นฐานศิลปะนีโอคลาสสิค  ตั้งอยู่บริเวณถนนสปริงทิศตะวันออกของเมลเบิร์นในรัฐวิคตอเรีย   สถานที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นทั้งรัฐสภาแห่งรัฐวิคตอเรีย 2 ครั้งในปี 1855-1901และ 1927-ปัจจบัน ทั้งยังเคยถูกใช้เป็นอาคารรัฐสภากลางของประเทศออสเตรเลียระหว่างปี 1901-1927 อีกต่างหาก   สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกสำคัญของรัฐวิคตอเรีย  และได้เฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีในปี 2006 ที่ผ่านมา

ผ่านชมวิหารเซนต์แพทริค (St.Patrick’s Cathedral, Melbourn) เป็นวิหารในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคที่ใหญ่ที่สุดในรัฐวิคตอเรีย โดย James Goold ผู้เป็นบิช็อปท่านแรกแห่งเมืองMelbourne ต่อมาได้เป็นบิช็อปแห่งออสเตรเลียคนที่ 4   มีดำริให้ William Wardell ผู้เป็นทั้งนักบวชและสถาปนิกที่สำคัญแห่งเมืองนี้เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างทั้งหมดอาศัยศิลปะโกธิคระหว่างศตวรรษที่ 14  โดยมีพื้นฐานมาจากมหาวิหารยุคกลางในประเทศอังกฤษ โดยเริ่มวางแผนและก่อสร้างเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1858-1939 ต่อมาได้บูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี 1994 เพื่อที่จะเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ในอีกสามปีถัดมา

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านสู่สถานีรถไฟจักรไอน้ำโบราณ (PUFFING BILLY STEAM TRAIN) ซึ่งแต่เดิมเคยใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางระหว่างเมืองและขนส่งสินค้าเปิดให้บริการในปี ค.ศ.1900 เป็นรถไฟสายเก่าที่วิ่งระยะสั้น ๆ ปัจจุบันได้ถูกดัดแปลงนำมาใช้ในการท่องเที่ยวชมป่า

นำท่านนั่ง รถไฟจักรไอน้ำโบราณ เพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามตามแนวเขาตลอดเส้นทางวิ่งของรถไฟและท่านยังสามารถนั่งห้อยขาผ่อนคลายอารมณ์พร้อมชมทัศนียภาพตลอดทางที่เต็มไปด้วยหุบเขาและป่าสูงที่ยังคงความสมบูรณ์

หมายเหตุ  ห้ามห้อยขา หรือ ยื่นอวัยวะแขนและขา ออกมานอกตัวรถไฟ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น (เป็นกฎข้อบังคับใหม่ของทางรถจักรไอน้ำโบราณ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ เกาะฟิลลิป ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยสัตว์พื้นเมืองมากมายที่ทางการอนุรักษ์ทั้งสัตว์น้ำและสัตว์ป่าและคงความเป็นธรรมชาติที่มีหาดทรายและป่าพุ่มเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเพนกวินตัวน้อย แมวน้ำและนก นานาชนิด

ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูกุ้งล๊อบสเตอร์ครึ่งตัว เสิร์ฟพร้อมไวน์รสเยี่ยม

นำท่านสู่  PHILLIP ISLAND NATURE PARK  พบประสบการณ์อันน่าประทับใจกับการชมความน่ารักของ ฝูงเพนกวินพันธุ์เล็กที่สุดในโลกที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่บนชายหาด SUMMERLAND BEACH ในบรรยากาศอันสวยงามยามพระอาทิตย์อัสดงซึ่งท่านจะได้เห็นฝูงเพนกวินตัวน้อยพร้อมใจกันยกขบวนพาเหรดขึ้นจากทะเลเพื่อกลับคืนสู่รังพร้อมอาหารในปากมาฝากลูกตัวน้อยที่รออยู่ในรัง เหล่าเพนกวินทั้งหลายจะส่งเสียงเรียกหาลูกและเดินให้ท่านเห็นความน่ารักอย่างใกล้ชิด เพนกวินน้อยเหล่านี้จะออกไปหาอาหารแต่เช้าและจะกลับมาอีกทีตอนพระอาทิตย์ตก

( ห้ามถ่ายรูปเพนกวิน เพราะเป็นการรบกวนหรืออาจจะทำให้เพนกวินตกใจ )

นำท่านเข้าพักที่โรงแรม MEL MERCURE WELCOME HOTEL   หรือเทียบเท่า

 

วันที่หก(2 มกราคม 2563)    เมลเบิร์น – ช้อปปิ้ง  – กรุงเทพฯ

เช้า               รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

อิสระช้อปปิ้งย่านไชน่า ทาวน์ ร้านค้ามากมายบนถนน Swanston และยังมีอาคารบ้านเก่าสร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 ด้วยบรรยกาศแบบชาวจีนและชาวเอเซียหรือจะช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้าชื่อดัง อาทิ ห้างเดวิด โจน์ ห้างมายเออร์  ในหลากหลายสำหรับบุรุษและสตรี ช้อปปิ้งย่านไชน่า ทาวน์  หรือจะนั่งรถรางรอบเมืองเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ

 ( อาหารกลางวัน ตามอัธยาศัย )

12.00 น.                จากนั้นทำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนครเมลเบิร์น

15.25 น.                เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ  โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่  TG466

20.35 น.                เดินทางถึงกรุงเทพฯ….. โดยสวัสดิภาพ