ทัวร์ยุโรป GRAPES SUPERHITZ

อิตาลี-สวิตเซอร์แลนด์-ฝรั่งเศส

 

วันแรก      สนามบินสุวรรณภูมิ

20.00 น.     พร้อมคณะ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

 วันที่สอง    กรุงเทพฯ – โรม (อิตาลี) โดย TG944 (00.01-06.00) – นครวาติกัน – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์(ด้านนอก) – โรมันฟอรั่ม – น้ำพุเทรวี่ – บันไดสเปน – ฟลอเรนซ์

00.01 น.  นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG944

06.00 น.  เดินทางถึง สนามบินลีโอนาร์โด ดาวินชี่ ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำท่าน ชมกรุงโรม (Rome) เมืองแห่งประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของชนชาติโรมัน นำท่านเดินทางสู่ นครวาติกัน (Vatican) รัฐอิสระที่เล็กที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงโรม โดยมีพระสันตะปาปาเป็นองค์ประมุข ผ่านชม มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica) มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ผ่านชม โรมันฟอรั่ม แหล่งชุมนุมของชาวโรมันในอดีต สนามแข่งรถม้าศึกเซอร์กัส แม็กซิมุส หรือที่รู้จักกันดีในภาพยนตร์เรื่อง “เบนเฮอร์

จากนั้นนำท่านเก็บภาพความประทับใจกับ โคลอสเซี่ยม (Colosseum) ความยิ่งใหญ่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสนามกีฬายุคโบราณที่สามารถจุคนได้ถึง 50,000 คน มีอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปี เป็นสถานที่สำหรับให้ความบันเทิงในยุคนั้น โดยจัดให้มีการต่อสู้ระหว่างนักสู้ที่เราเรียกว่า กลาดิเอเตอร์ นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้ระหว่างนักโทษกับสัตว์ป่าที่ดุร้ายอย่างเช่นสิงโต เสือ หมี ซึ่งผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลและชื่อเสียงมากมาย ส่วนผู้แพ้จะถูกตัดสินว่าให้มีชิวิตรอดหรือไม่ โดยการยกหัวแม่มือของผู้ชมหรือกษัตริย์

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย            นำชมความงามของ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำพุแห่งนี้ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ แล้วหันหลังใช้มือขวาโยนเหรียญข้ามบ่าซ้ายลงไปในน้ำพุแห่งนี้แล้วจะได้มีโอกาสได้มาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง

จากนี้ให้ท่านได้เดินเล่นบริเวณ บันไดสเปน (Spanish steps) ซึ่งเป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งมีทั้งหมด 138 ขั้น และยังตั้งอยู่ด้านหน้าถนนคอนดอตติ ที่นี่เต็มไปด้วยห้างหรูๆ ขายสินค้าเครื่องประดับมียี่ห้อดังๆ อีกด้วย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ (ระยะทาง 300 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. 30 นาที) เมืองหลวงของแคว้นทัสคานีต้นกำเนิดของศิลปะแบบเรอเนซองส์ อดีตศูนย์กลางด้านสถาปัตยกรรม วรรณกรรม และวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ ดินแดนที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหลแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันมาเยือนมากที่สุด

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Starhotels Vespucci, Florence หรือเทียบเท่า

              www.starhotels.com/en/our-hotels/vespucci-florence/

 

วันที่สาม    ฟลอเรนซ์ – เมืองปิซ่า – หอเอนปิซ่า – ชมเมืองเก่าฟลอเรนซ์ – เมืองเวนิส

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

              เดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) (ระยะทาง 86 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เพื่อเข้าชมความมหัศจรรย์ของ หอเอนแห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง สร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้นโดยเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1174 แล้วเสร็จเมื่อ ค.ศ.1350 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 176 ปี สำหรับหอเอนปิซ่านี้ ภายในมีเสาหินอ่อนทีสลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคได้สลักลวดลายไว้สวยงามมาก ส่วนสาเหตุที่เอียง นั้นเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ฐานได้ทรุดไปข้างหนึ่ง เมื่อวัดดูปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ยังไม่ล้ม ยังคงเอียงอยู่เช่นทุกวันนี้

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฟลอเรนซ์ (ระยะทาง 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 20 นาที)

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย         นำท่าน ชมเมืองเก่าฟลอเรนซ์ เขตเมืองเก่าที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกเมื่อ ปี ค.ศ.1982 ชมความยิ่งใหญ่ของสัญลักษณ์ประจำเมือง วิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร่ (Santa Maria Dell Fiore)

วิหารของเมืองฟลอเรนซ์แห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีมาใช้ในการก่อสร้าง ทั้งสีชมพู สีเขียว และสีขาว ซึ่งนำมาผสมผสานกันได้อย่างงดงาม และอีกอย่างหนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือโดมที่ท่านสามารถมองเห็นได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมือง ใกล้กันเป็น จตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของไมเคิล แองเจโล่ ถัดมาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเก่าแก่ สะพานเวคคิโอ (Vecchio) ที่มีความแปลกตาก็คือจะมีร้านขายทองและอัญมณีอยู่ทั้งสองข้างสะพาน

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิส (Venice Mestre) (ฝั่งแผ่นดินใหญ่) (ระยะทาง 250 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Venezia Mestre Castellana Hotel หรือเทียบเท่า

              www.accorhotels.com/gb/hotel-3307-novotel-venezia-mestre-castellana/index.shtml

วันที่สี่              เมืองเวนิส – เกาะเวนิส – จตุรัสซาน มาร์โค – สะพานถอนหายใจ – มิลาน –มหาวิหารดูโอโม่ (ด้านนอก) – แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) เพื่อโดยเรือทัศนาจรสู่ เกาะเวนิส (Venice Island) เมืองในฝันของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน ชมความสวยงามของ จตุรัสซาน มาร์โค (Piazza San Marco) จุดศูนย์กลางของเกาะเวนิส ที่รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ มหาวิหารซานมาร์โค (St. Mark’s Basilica) เดิมที่เป็นโบสถ์ส่วนตัวของผู้ครองเมืองในสมัยนั้น, พระราชวังดอจส์ (Doge’ s Palace), ลีโอเน่ (Lione) รูปปั้นสิงโตตัวใหญ่ติดปีกพร้อมถือหนังสือ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง

เวนิส ชม สะพานถอนหายใจ ที่ทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีตไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ คุกแห่งนี้เป็นที่คุมขังนักรัก “คาสโนว่า ซึ่งเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ อิสระให้ท่านเดินชมความโรแมนติกของเกาะแห่งนี้พร้อมทั้งช้อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงมากมายอย่างเช่น เครื่องแก้วมูราโน่ ซึ่งที่นี่เป็นศูนย์กลางการผลิตมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10

ทัวเสริม ! ล่องเรือกอนโดล่า Gondola เอกลักษณ์ของเมือง และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ชมความงามสุดแสนโรแมนติกของเกาะเวนิส (กรุณาติดต่อหัวหน้ทัวร์)

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง ลิ้มรส สปาเก็ตตี้หมึกดำ เสิร์ฟพร้อมปลา กุ้ง และปลาหมึกทอด ปิดท้ายด้วยไอศครีมสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ

บ่าย         นำท่านเดินทางกลับสู่แผ่นดินใหญ่ที่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ และเดินทางสู่ฝั่งเวนิสเมสเตร้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน(MILAN) (ระยะทาง 260 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอิตาลี  เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่น นำท่านสู่จุดศูนย์กลางอันศักดิ์สิทธิ์ของเมือง ชม มหาวิหารดูโอโม่แห่งเมืองมิลาน (Milan Duomo) มหาวิหารนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่ถือว่ามีความใหญ่โตเป็นอันดับสามของโลก เริ่มสร้างในปี 1386 แต่กว่าจะเสร็จต้องใช้เวลากว่า 400 ปี ด้านนอกมีหลังคายอดเรียวแหลมที่ทำจากหินอ่อนจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากสมัยต่างๆ กว่า 2,245 ชิ้น ยอดที่สูงที่สุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่

จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมอีกหนึ่งที่ที่มีชื่อเสียง เป็นอาคารหรูหราทำทางเดินขนาดใหญ่คลุมด้วยช่องแสงโค้งดูสวยงามตระการตา ในแต่ละจุดตัดของทางเดินก็จะทำช่องแสงเป็นโดมโค้งดูเด่นสะดุดตา ด้านล่างนั้นขนาบข้างไปด้วยร้านค้าแบรนด์แนมต่างๆ ที่ แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galerie Victor Emmanuel) (ร้าน Prada ร้านแรกของโลก) ท่านสามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจากด้านในซึ่งเป็นอาคารกระจกที่เก่าแก่และสวยงาม

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก DoubleTree by Hilton Hotel, Milan หรือเทียบเท่า

              https://doubletree3.hilton.com/en/hotels/italy/doubletree-by-hilton-hotel-milan-MILDTDI/

 

วันที่ห้า            มิลาน – เมืองลูเซิร์น (สวิสเซอร์แลนด์) – อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ ชาเปล –อินเทอร์ลาเคน

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ระยะทาง 240 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของสวิสเซอร์แลนด์ อดีตหัวเมืองโบราณของสวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้วก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขาสลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

บ่าย         นำท่านชม อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากสะพานไม้มากนัก อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน แกะสลักอยู่บนหน้าผา โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง และเมืองลูเซิร์น

นำท่านชม สะพานไม้ ชาเปล (Chape Bridge) เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว อิสระเดินเล่นชมเมืองลูเซิร์น ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมือง อินเทอร์ลาเคน (Interlaken) (ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เป็นหนึ่งในเมืองยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ถูกขนาบข้างด้วยสองทะเลสาบเบรียนซ์และทูน ที่มาของชื่ออินเทอร์ลาเคนมีความหมายว่า ‘เมืองระหว่างสองทะเลสาบ’ มีภาพของยอดเขาจุงฟราวเป็นฉากหลัง อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งการพักผ่อน สัมผัสบรรยากาศอันบริสุทธิ์ เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และคึกคักตลอดปี มีความงดงามและบรรยากาศที่เงียบสงบและประกอบไปด้วยอาคารโบราณจากยุคศตวรรษที่ 19 ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้สไตล์สวิสชาเล่ต์ ในย่านถนนโฮอีเวก Hoheweg ศูนย์กลางการช้อปปิ้งในอินเทอร์ลาเก้น และยังเป็นที่ตั้งของเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นสู่ยอดเขาจุงฟราวที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาแอลป์ฉายา Top of Europe

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel du Nord, Interlaken หรือเทียบเท่า

              https://www.hotel-dunord.ch/en

 

วันที่หก            อินเทอร์ลาเคน – ยอดเขาจุงฟราว – บาเซล

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดอร์วาลกรุน (Grindelwald Grund) (ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเขาจุงฟราว โดยเมื่อปี 2001 ยูเนสโก้ประกาศให้เขาจุงฟราวเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป

นำท่านนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของสวิส แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ชีเด็ก(Kleine Scheidegg) ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงฟราวที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,454 เมตร ซึ่งได้รับกำรยกย่องว่าเป็น TOP OF EUROPE จนถึงสถานีจุงฟราว(Jungfraujoch) ชมวิวสวยและสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนสถานีตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ Sphinx

แล้วนำชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่ได้รับการขุดเจาะและตกแต่งไว้อย่างงดงาม หรือเล่นหิมะบนลานสกี ก่อนให้เวลาเดินเล่นสบายๆ หรือซื้อไปรษณียบัตรส่งกลับบ้านจาก TOP OF EUROPE

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองบนยอดเขา

บ่าย         จากนั้นอิสระให้ท่านเก็บภาพที่ระลึกบนลานกว้างที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน จนถึงเวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับโดยใช้เส้นทางที่สุดแสนโรแมนติกอีกเส้นหนึ่ง นำท่านเดินทางกลับลงจากยอดเขา แวะเปลี่ยนรถไฟที่ สถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine Scheidegg) เดินทางสู่เมืองเลาเท่นบรุนเนน ผ่านเมืองเวนเก้น เมืองแสนสวย จนถึง เมืองเลาเทอร์บรุนเนน (Lauterbrunnen) หมู่บ้านเล็กๆในรัฐ Bern ตั้งอยู่กลางหุบเขาสูงชัน โดยมีฉากหลังของหมู่บ้านเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดชื่อว่า ชเตาบ์บาค (Staubbach) ที่ไหลดิ่งลงมาจากหน้าผาหินสูงชัน นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาเซล (Basel) (ระยะทาง 160 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เมืองชายแดนสามประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมัน ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารอาหารไทย

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel City Hotel, Basel หรือเทียบเท่า

              https://www.accorhotels.com/gb/hotel-8215-novotel-basel-city/index.shtml

 

วันที่เจ็ด     บาเซล – นั่งรถไฟด่วน (TGV บาเซล – ปารีส) – ปารีส (ฝรั่งเศส) – ชมประตูชัย – จตุรัสคองคอร์ด – พิพิธภัณฑ์ลุฟร์ (ด้านนอก) – ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ – ล่องเรือแม่น้ำแซนพร้อมรับประทานอาหารค่ำบนเรือ

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน นั่งรถไฟด่วน (TGV) รอบเช้าจากบาเซล สู่ ปารีส (ประมาณ 3 ชม.) กระเป๋าใหญ่รถบัสนำไปส่งที่โรงแรมในปารีส นำท่านชมนครปารีสนครหลวงที่สุดแสนโรแมนติก ชมประตูชัย (ARC DE TRIOMPHE) ของพระเจ้านโปเลียนอาร์ค เดอทริออม ถนนชองเชลิเช (CHAMPS ELYSEES) ถนนที่มีต้นไม้เรียงรายทั้งสองข้างทางอย่างน่าเดินเล่นต้นแบบถนนราชดำเนินผ่านชม จตุรัสคองคอร์ด ซึ่งออกแบบโดยเลอโนตร (Le Notre) สถาปนิกผู้ริเริ่มสร้างเมืองแวร์ซายส์ให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ชวนให้ระลึกถึงการปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส ใกล้กันเป็นสวนตุยเลอลีส์ สวนแบบฝรั่งเศสที่ออกแบบไว้อย่างงดงาม นำท่านถ่ายภาพกับ พิพิธภัณฑ์ลุฟร์ (LOUVRE MUSEUM) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงเก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ คาเปเทียง ตัวอาคารเดิมทีเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อาทิ ภาพโมนาลิซ่าตัวจริง วีนัสตัวจริง มัมมี่จากอียิปต์และงานศิลปะอีกกว่าสามแสนชิ้น ไม่มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ไหนใหญ่กว่านี้อีกแล้ว

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย         อิสระช้อปปิ้ง ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette)  ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในฝรั่งเศส แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอางค์างชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมกว่า 50 ยี่ห้อ อาทิ Burberry, Lowe, Dolce & Gabbana, Gucci, Louis Vuitton, Longchamp ฯลฯ

นำท่าน ล่องเรือชมแม่น้ำแซน ชมความสวยงามของสองฝากฝั่งแม่น้ำแซน ซึ่งระหว่างทางจะผ่านสถานที่สำคัญๆเช่นพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หอไอเฟล โบราณสถานและอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์อีกหลายแห่ง

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง พิเศษ! ดินเนอร์บนเรือชมบรรยากาศสุดโรแมนติกของสองฝากฝั่งแม่น้ำแซนที่ทุกท่านต้องหลงใหลและประทับใจไม่ลืม

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Radisson Blu Hotel, Paris Boulogne หรือเทียบเท่า

              www.radissonblu.com/en/

วันที่แปด   ปารีส – เข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ – หอไอเฟล (ถ่ายภาพ) – มหาวิหารซาเครเกอร์

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (ที่ได้ชื่อว่างดงามวิจิตรบรรจงที่สุดในยุโรป ซึ่งสร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ชมพลับพลาที่ท้องพระโรงห้องพระบรรทมพระราชินี และห้องต่างๆ ที่วิจิตรงดงามด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังศิลปวัตถุล้ำค่ารวมถึงเฟอร์นิเจอร์มากมายที่เป็นต้นแบบเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ที่โด่งดังไปทั่วโลก ชมห้องประวัติศาสตร์ ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ ที่เยอรมนียอมลงนามในสนธิสัญญาสงบศึกเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1

 เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

บ่าย         นําถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับกับ หอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีส ด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต ซึ่งสร้างขึ้นใน ปีค.ศ.1889 ที่บริเวณ จัตุรัสทรอคคาเดโร่ (Trocadéro)

นำท่านเดินทางสู่ ย่านมงต์มาตร์ (Montmartre) เป็นย่านสำคัญอีกแห่งของเมืองปารีส อยู่สุดเขตทางเหนือของปารีส มีลักษณะเป็นเนินเขาสูง 130 เมตร เป็นที่พำนักของชุมชนชาวปารีเซียมายาวนาน รวมถึงยังเป็นจุดกำเนิดผลงานด้านศิลปะของศิลปินมากมายแห่งของเมืองปารีสในอดีต นำท่านชม มหาวิหารซาเครเกอร์(Sacré-Cœur) หรือมหาวิหารแห่งพระหฤทัย ความสูง 83 เมตร ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ตั้งอยู่บนเนิน Montmartre หรือเรียกอีกชื่อว่า ภูเขาแห่งผู้พลีชีพในศาสนา ภายในโบสถ์ยังมีภาพโมเสกที่ใหญ่ที่สุดโลก รวมถึงไปร์ออแกนขนาดใหญ่ของโบสถ์ที่ถูกสร้างโดย อริสทิด คาวาเย –คอลต์ ประติมากรรมของมหาวิหารซาเครเกอร์จะเป็นการก่อสร้างสไตล์บาเซนไท ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ มีทัศนียภาพที่สวยงาม

ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง ลิ้มรสเมนูหอยเอสคาร์โก้และเป็ดฝรั่งเศส

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Radisson Blu Hotel, Paris Boulogne หรือเทียบเท่า

              www.radissonblu.com/en/

 

วันที่เก้า     ปารีส – กรุงเทพฯ โดย TG 931 (12.30-06.00+1)

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

            นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติชาร์ลเดอโกล ประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี

12.30 น.           ออกเดินทางสู่กรุงเทพ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 931

 

วันที่สิบ            เดินทางถึงกรุงเทพฯ

06.00 น.  เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ