ทัวร์ยุโรป GRAPES GRAND SWITZERLAND 9D6N

เที่ยว 3 ยอดเขาชื่อดัง แมทเธอร์ฮอน,ทิตลิต,กราเซีย 3000

วันแรก      สนามบินสุวรรณภูมิ

20.00 น.     พร้อมคณะ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

 

วันที่สอง    กรุงเทพฯ – ซูริค (สวิสเซอร์แลนด์) โดย TG970 (00.35-06.55) – เมืองชาฟเฮาเซน – น้ำตกไรซ์ – เมืองชไตน์ อัม ไรน์ – เมืองลูเซิร์น – สะพานไม้ ชาเปล 

00.35 น.  นำท่านเดินทางสู่ ซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG970

06.55 น.  เดินทางถึง สนามบินสนามบินซูริค โคลเทน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมือง

นำท่านเดินทางสู่เมือง เมืองชาฟเฮาเซน (ระยะทาง 45 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) นำท่านชม น้ำตกไรซ์ (Rhine Fall) เป็นน้ำตกที่เกิดจากแม่น้ำไรน์  ถือเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ด้วยน้ำตกไรน์มีน้ำเป็นสีเขียวมรกตใสไหลอย่างเชี่ยวกราดทำให้เกิดฟองขาวแตกกระเซ็นยามกระทบกับแก่งหิน ละอองน้ำที่กระจายปกคลุมไปทั่ว เกิดภาพที่งดงามจับใจ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสต้นไม้ใหญ่เรียงรายทั่วบริเวณ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชไตน์ อัม ไรน์ (Stein am Rhein) (ระยะทาง 25 กม. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) เป็นเมืองโบราณเล็กๆมีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านกลางเมืองและมีถนนสายหลักเพียงสายเดียวอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างมาแต่โบราณ โดยบางบ้านจะมีมุขหน้าต่างยื่นออกมา ผนังนอกบ้านมีการวาดภาพสีน้ำปูนเปียก fresco บอกเล่าเรื่องราวต่างๆเอาไว้

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของสวิสเซอร์แลนด์ อดีตหัวเมืองโบราณของสวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้วก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขาสลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม

นำท่านชม สะพานไม้ ชาเปล (Chape Bridge) เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว อิสระเล่นชมเมืองลูเซิร์น  หรือเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Astoria Hotel, Luzern หรือเทียบเท่า

              https://www.astoria-luzern.ch/

 วันที่สาม    เมืองลูเซิร์น – แองเกิ้ลเบิร์ก – ยอดเขาทิตลิส (นั่งกระเช้า) – อินเทอร์ลาเกน – เมืองลูเซิร์น

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางเข้าสู่หมู่บ้าน แองเกิ้ลเบิร์ก (Engelberg) (ระยะทาง 40 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) ซึ่งตั้งอยู่เชิงขุนเขาที่สวยงามมีระดับอีกแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ ผ่านเส้นทางไฮไลท์ของสวิตเซอร์แลนด์ และวิวทิวทัศน์สวยงามของทุ่งหญ้าตัดกับหิมะอันขาวโพลนปกคลุมยอดเขา นำท่านขึ้นกระเช้าลอยฟ้า (Titlis Rotair) ระบบใหม่ล่าสุดหมุน 360 องศา รอบตัวเอง ชมทัศนียภาพอันตระการตาได้รอบทิศทางตามเส้นทางขึ้นสู่ ยอดเขาทิตลิส (Titlis) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Grotto) ที่ไม่เคยละลาย เชิญเพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะบนลานสกี เก็บภาพสุดแสนประทับใจกับทิวทัศน์ของยอดเขาต่างๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันขาวโพลนสร้างความงดงามให้กับขุนเขาเป็นอันมาก

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองเขาทิตลิส

นำท่านลงจากเขาเพื่อเดินทางเมือง อินเทอร์ลาเกน (Interlaken) (ระยะทาง 85 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 30 นาที) เป็นหนึ่งในเมืองยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ถูกขนาบข้างด้วยสองทะเลสาบเบรียนซ์และทูน ที่มาของชื่ออินเทอร์ลาเคนมีความหมายว่า ‘เมืองระหว่างสองทะเลสาบ’ มีภาพของยอดเขาจุงฟราวเป็นฉากหลัง อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งการพักผ่อน สัมผัสบรรยากาศอันบริสุทธิ์ เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และคึกคักตลอดปี มีความงดงามและบรรยากาศที่เงียบสงบและประกอบไปด้วยอาคารโบราณจากยุคศตวรรษที่ 19 ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้สไตล์สวิสชาเล่ต์ ในย่านถนนโฮอีเวก Hoheweg ศูนย์กลางการช้อปปิ้งในอินเทอร์ลาเก้น และยังเป็นที่ตั้งของเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นสู่ยอดเขาจุงฟราวที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาแอลป์ฉายา Top of Europe อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.)

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Astoria Hotel, Luzern หรือเทียบเท่า

              https://www.astoria-luzern.ch/

หมายเหตุ : ที่พักในวันถัดไปตั้งในเมืองเซอร์แมท คณะทัวร์จะต้องเดินทางโดยรถไฟ และถือกระเป๋าต่อเพื่อไปยังโรงแรม เพื่อความสะดวกจึงขอแนะนำให้ท่านแบ่งสัมภาระเป็นกระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก สำหรับ 1 คืน โดยกระเป๋าจะอยู่ในความดูแลของท่านเองตลอดการเดินทาง

 

วันที่สี่              ลูเซิร์น – อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก – อันเดอร์แมท – รถไฟสายกลาเซียร์เอ็กซ์เพรส – เมืองเซอร์แมท

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากสะพานไม้มากนัก อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน แกะสลักอยู่บนหน้าผา โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง

นำท่านเดินทางสู่ อันเดอร์แมท (ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. 20 นาที)เมืองเล็กๆ น่ารักอีกเมืองชุมทางรถไฟสายกลาเซียร์ เอ็กซเพรส นำท่านชมเมืองแสนสวยเล็กๆ น่ารักในหุบ

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย         ออกเดินทางขึ้นสู่ เมืองเซอร์แมท โดย รถไฟสายกลาเซียร์เอ็กซ์เพรส (Glacier Express) (หมายเหตุ : ช่วงกลางตุลาคม – กลางธันวาคมของทุกปีขนวนรถไฟสายกลาเซียร์เอ็กซ์เพรสจะถูกนำไปตรวจซ่อมประจำปี โดยทางการรถไฟจะจัดรถไฟขบวนปกติมาวิ่งแทนซึ่งความแตกต่างระหว่างตู้แบบปกติกับกลาเซียร์เอ็กเพรสคือตู้รถไฟกลาเซียรเอ็กซ์เพลสหลังคาจะเป็นกระจก) สัมผัสความงามตลอด 2 ข้างทาง ด้วยระยะเวลา 3 ชั่วโมง ที่ท่านจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติของภูเขาสูงของเทือกเขาแอลป์ ทุ่งหญ้า บ้านทรงชาเล่ต์ สายน้ำธรรมชาติที่งดงามจนถึงเมืองเซอร์แมท

เมืองเซอร์แมท ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองปลอดมลพิษโลก ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,620 เมตร ภายในเมืองไม่อนุญาตให้รถยนต์วิ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยว อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าสวิส อาทิ นาฬิกาทุกยี่ห้อ, ของที่ระลึก, มีดพับ ฯลฯ

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Sunstar Hotel , Zermatt หรือเทียบเท่า

              https://zermatt.sunstar.ch/

 

วันที่ห้า            เซอร์แมท – นั่งกระเช้ากลาเซียร์พาราไดซ์ขึ้นสู่ยอดเขาไคลน์มัทเทอร์ฮอร์น – เมืองท๊าซเมืองโลซานน์ – เมืองเวเว่ย์ – เมืองมองเทรอซ์

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน นั่งกระเช้ากลาเซียร์พาราไดซ์ ขึ้นสู่ ยอดเขาไคลน์มัทเทอร์ฮอร์น เดินทางขึ้นสู่ยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์นที่ความสูง 3,883 เมตร โดยกระเช้าไฟฟ้าใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ถึงจุดชมวิวกลาเซียร์พาราไดซ์ เพื่อชมความงดงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ที่มีความสูงถึง 4,478 เมตร ที่ได้ชื่อว่าเป็นภูเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดของเทือกเขาแอลป์ อิสระให้ท่านเพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะบนลานสกี เก็บภาพสุดแสนประทับใจกับทิวทัศน์ของยอดเขาต่างๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันขาวโพลนสร้างความงดงามให้กับขุนเขาเป็นอันมาก (หมายเหตุ : ท่านสามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา Gornergrat ได้ โดยรถไฟ แต่ความสูงเพียง 3,089 เมตร ซึ่งน้อยกว่ายอดเขา ไคล์นแมทเทอร์ฮอร์น ถึง 800 เมตร ทำให้ความสวยงามของทิวทัศน์ที่มองเห็นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดและถ้าท่านต้องการถ่ายภาพคู่กับยอดเขา แมเทอร์ฮอร์น Grape Europe แนะนำให้ท่านขึ้นสู่ยอดเขา ไคลน์ แมทเทอร์ฮอร์น จะได้ภาพถ่ายที่สวยงามและใกล้ชิดกว่า)

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนยอดเขาไคลน์มัทเทอร์ฮอร์น

บ่าย         นำท่านลงจากยอดเขาแล้วออกเดินทางสู่ เมืองท๊าซ (Tasch) โดยรถไฟ ประมาณ 12 นาที จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโลซานน์ (Lausanne) (ระยะทาง 165 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. 30 นาที)  ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เมืองโลซานน์มีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า

นำท่านชม ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ ปาร์ค ดู เดอนองตู สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญ 2 วาระคือวโรกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2552 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวเว่ย์ (Vevey) (ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐโว ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา ต่างก็ขนานนามให้เมืองเวเว่ย์ เป็น “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส” (Pearls of the Swiss Riviera) ที่แม้แต่ศิลปินตลกชื่อดังแห่งฮอลลีวู้ด “ชาลี แชปลิน” ยังหลงไหลและได้อาศัยอยู่ที่เมืองนี้ในบั้นปลายชีวิต

นำท่านชมเมืองและถ่ายรูปคู่กับ รูปปั้นชาลี แชปลิน (Charlie Chaplin’s statue) โดยที่ส้อมยักษ์ตั้งอยู่ในทะเลสาบใกล้กับสวนสาธารณะของเมืองเวเว่ย์ สร้างเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทเนสเล่ย์ เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของบริษัทเนสเล่ย์ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทเนสเล่ย์ ปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่ที่ทำการใหม่ใกล้ท่าเรือ อาคารแห่งเดิมจึงกลายเป็นพิพิทธภัณฑ์เนสเล่ย์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส (ระยะทาง 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Eurotel Hotel, Montreux หรือเทียบเท่า

              https://www.eurotel-montreux.ch/

 

วันที่หก            เมืองมองเทรอซ์ – เข้าชมปราสาทชิลยอง – กูดสตาร์ด –ยอดเขากลาเซียร์ 3000 (นั่งกระเช้า) – เมืองเบิร์น

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม ปราสาทชิลยอง (Chillon castle) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY สัญลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในอดีตเคยเป็นจุดควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและเก็บค่าผ่านทางของขบวนเรือสินค้า ที่สัญจรผ่านไปมารวมถึงเคยใช้เป็นคุกลับที่มืดมิดและโหดร้ายอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เดินทางเข้า กูดสตาร์ด (Gstaad) (ระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.)  สู่ สถานีโกล ดู ปิยอง (Col Du Pillion) เพื่อนั่งกระเช้าขึ้นสู่ กลาเซียร์ 3000  (Glacier 3000) เป็นยอดเขาในสวิสเซอร์แลนด์ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3000 เมตร เดินทางโดยกระเช้า 360 องศา ขึ้นสู่ยอดเขากลาเซียร์  พาท่านชมวิวบน Peak Walk ท้าความกล้ากับทางเดินอันแสนหวาดเสียว Peak Walk สะพานแขวนที่มีความยาว 107 เมตรข้ามผ่านช่องว่างระหว่างภูเขา จากจุดชมวิวท่านจะสามารถเห็นเทือกเขาแอลป์ รวมถึงยอดเขามองบลังค์จุงเฟรา ไอเกอร์ และเมินช์ อิสสระให้ท่านสนุกสนานกับกิจกรรมบนลานหิมะ เช่น Snow sled, Snow Bus, alpine coaster (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) หรือเก็บภาพความประทับใจกับวิวภูเขาที่มีหิมะปกคลุม

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองบนยอดเขากลาเซียร์ 3000  

บ่าย         อิสสระให้ท่านสนุกสนานกับกิจกรรมบนลานหิมะ เช่น Snow sled, Snow Bus, alpine coaster (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) หรือเก็บภาพความประทับใจกับวิวภูเขาที่มีหิมะปกคลุม

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองเบิร์น (Bern) (ระยะทาง 110 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.)  เมืองหลวงของสวิสสเซอร์แลนด์ ที่มีหมีเป็นสัญลักษณ์ เป็นเมืองเก่าจากยุคกลางที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศ และแม่น้ำ ที่ยังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิมตั้งแต่เมื่อ 800 ปีที่แล้ว ความงดงามทางสถาปัตยกรรม ความคลาสสิกของอาคารบ้านเรือนธรรมชาติที่แวดล้อม รวมไปถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารอาหารจีน

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Allegro Bern Hotel, Bern หรือเทียบเท่า

              https://kursaal-hotel.ch/

 

วันที่เจ็ด     เมืองเบิร์น – ชมเมืองเบิร์น – เมืองซูริค – ชมเมืองซูริค – ช้อปปิ้งถนนบาห์นฮอล์ฟ

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม      

นำท่านชม ย่านเมืองเก่า (Old city of Berne) ซึ่งได้รับการบรรจุไว้ในรายชื่อมรดกโลกในปี ค.ศ. 1983  และก่อตั้งขึ้นในสมัยคริสศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บนภูเขาล้อมรอบด้วยแม่น้ำอาเร (Aare River) ชมมาร์คกาสเซ (Marktgasse) ย่านเมืองเก่าที่ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้ และร้านเสื้อผ้าบูติคเป็นย่านที่ปลอดรถยนต์จึงเหมาะกับการเดินเที่ยว ชมอาคารเก่าอายุ 200 – 300 ปี ชมถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดๆ ของเมืองนี้ ถนนครัมกาสเซ เต็มไปด้วยร้านภาพวาด และร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ

ชม นาฬิกาไซ้ท์กล็อคเค่ หอนาฬิกายุคกลางที่มีชื่อเสียงที่สุดของย่านเมืองเก่าเบิร์น ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 อายุ 800 ปีที่มีโชว์ให้ดูทุกๆชั่วโมงที่นาฬิกาตีบอกเวลา ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของกรุงเบิร์น

ชม อพาร์ทเมนต์ไอน์สไตน์ (ด้านนอก) บ้าน 1 ใน 5 หลัง ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ตั้งอยู่ที่บ้าน หมายเลข 49 ถนน กรัมกาสเซ (Kramgasse) ซึ่งเขาพักอยู่ที่ชั้นสองของบ้านหลังนี้ระหว่างปีค.ศ. 1903 – 1905 ปัจจุบันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ และคาเฟ่ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค (Zurich) (ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสวิส และมีแม่น้ำลิมมัตเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุด เมืองซูริคไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศ แต่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจ ธนาคาร และวัฒนธรรมของประเทศอีกด้วยเดินทางถึงเมืองซูริค

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย         นำท่าน ชมย่าน เมืองเก่าลินเดนฮอล์ฟ (Linderhof) ประกอบไปด้วยโบสถ์ในสมัยกลาง ชมมหาวิหารคู่บ้านคู่เมือง มหาวิหารกรอส มุนเตอร์ (Grossmunste Church) ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองซูริค ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำลิมมัต (Limmat River) ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของซูริค

จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ถนนบาห์นฮอล์ฟ (Bahnhofstrasse) ย่านช้อปปิ้งที่หรูหราที่สุดในเมืองซูริค และใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ถนนสายนี่ทอดยาวจากสถานีรถไฟ ผ่านเมืองเก่าไปจนถึงสุดริมน้ำเดิมเคยเป็นทางรถม้า ปัจจุบันเป็นถนนคนเดิน แหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของซูริคสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้าทั้งแบรนด์เนม และร้านอาหาร ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนคนเดินที่สวยและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Zurich Airport Messe, Zurich หรือเทียบเท่า

              https://www.accorhotels.com/gb/hotel-0884-novotel-zurich-airport-messe/index.shtml

วันที่แปด    ซูริค – กรุงเทพฯ โดย TG 971 (13.15-06.10+1)

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

            นำท่านเดินทางสู่ สนามบินสนามบินซูริค โคลเทน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี

13.15 น.         ออกเดินทางสู่กรุงเทพ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 971

วันที่เก้า     เดินทางถึงกรุงเทพฯ

06.10 น.  เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ