ทัวร์ยุโรป GRAPES GRAND SWITZERLAND

เที่ยว 2 เขาแมทเทอร์ฮอร์นและจุงฟราว นั่งกลาเซียร์ เอ็กซ์เพรส

E04 1 Grapes Grand Switzerland Cover Page1E04 1 Grapes Grand Switzerland Cover Page2

 

วันแรก      สนามบินสุวรรณภูมิ

20.00 น.     พร้อมคณะ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสารและสัมภาระในการเดินทาง

 

วันที่สอง    กรุงเทพฯ – ซูริค (สวิสเซอร์แลนด์) โดย TG970 (01.05-07.50) – เมืองชาฟเฮาเซน – น้ำตกไรซ์ – เมืองชไตน์ อัม ไรน์ – เมืองลูเซิร์น – อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ ชาเปล – เมืองอินเทอร์ลาเกน

01.05 น.  นำท่านเดินทางสู่ ซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG970

07.50 น.  เดินทางถึง สนามบินสนามบินซูริค โคลเทน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมือง

นำท่านเดินทางสู่เมือง เมืองชาฟเฮาเซน (ระยะทาง 45 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) นำท่านชม น้ำตกไรซ์ (Rhine Fall) เป็นน้ำตกที่เกิดจากแม่น้ำไรน์  ถือเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ด้วยน้ำตกไรน์มีน้ำเป็นสีเขียวมรกตใสไหลอย่างเชี่ยวกราดทำให้เกิดฟองขาวแตกกระเซ็นยามกระทบกับแก่งหิน ละอองน้ำที่กระจายปกคลุมไปทั่ว เกิดภาพที่งดงามจับใจ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสต้นไม้ใหญ่เรียงรายทั่วบริเวณ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชไตน์ อัม ไรน์ (Stein am Rhein) (ระยะทาง 25 กม. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) เป็นเมืองโบราณเล็กๆมีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านกลางเมืองและมีถนนสายหลักเพียงสายเดียวอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างมาแต่โบราณ โดยบางบ้านจะมีมุขหน้าต่างยื่นออกมา ผนังนอกบ้านมีการวาดภาพสีน้ำปูนเปียก fresco บอกเล่าเรื่องราวต่างๆเอาไว้

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย            นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของสวิสเซอร์แลนด์ อดีตหัวเมืองโบราณของสวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้วก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขาสลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม นำท่านชม อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากสะพานไม้มากนัก อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน แกะสลักอยู่บนหน้าผา โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง

นำท่านชม สะพานไม้ ชาเปล (Chape Bridge) เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว อิสระเล่นชมเมืองลูเซิร์น  หรือเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

นำท่านลงจากเขาเพื่อเดินทางเมือง อินเทอร์ลาเกน (Interlaken) (ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม) เป็นหนึ่งในเมืองยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ถูกขนาบข้างด้วยสองทะเลสาบเบรียนซ์และทูน ที่มาของชื่ออินเทอร์ลาเคนมีความหมายว่า ‘เมืองระหว่างสองทะเลสาบ’ มีภาพของยอดเขาจุงฟราวเป็นฉากหลัง อีกทั้งยังเป็นเมืองแห่งการพักผ่อน สัมผัสบรรยากาศอันบริสุทธิ์ เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และคึกคักตลอดปี มีความงดงามและบรรยากาศที่เงียบสงบและประกอบไปด้วยอาคารโบราณจากยุคศตวรรษที่ 19 ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้สไตล์สวิสชาเล่ต์ ในย่านถนนโฮอีเวก Hoheweg ศูนย์กลางการช้อปปิ้งในอินเทอร์ลาเกน และยังเป็นที่ตั้งของเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นสู่ยอดเขาจุงฟราวที่เป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาแอลป์ฉายา Top of Europe

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Metropole Hotel, Interlaken หรือเทียบเท่า

              https://www.metropole-interlaken.ch/en

 

วันที่สาม    เมืองอินเทอร์ลาเกน – เมืองกรินเดอร์วาลกรุน – ยอดเขาจุงฟราวยอร์คเมืองเลาเทอร์บรุนเนน – เมืองอินเทอร์ลาเกน

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดอร์วาลกรุน (Grindelwald Grund) (ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเขาจุงฟราว โดยเมื่อปี 2001 ยูเนสโก้ประกาศให้เขาจุงฟราวเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป

นำท่านนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของสวิส แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็ค(Kleine Scheidegg) ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงฟราวที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,454 เมตร ซึ่งได้รับกำรยกย่องว่าเป็น TOP OF EUROPE จนถึงสถานีจุงฟราว(Jungfraujoch) ชมวิวสวยและสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนสถานีตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ Sphinx

แล้วนำชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่ได้รับการขุดเจาะและตกแต่งไว้อย่างงดงาม หรือเล่นหิมะบนลานสกี ก่อนให้เวลาเดินเล่นสบายๆ หรือซื้อไปรษณียบัตรส่งกลับบ้านจาก TOP OF EUROPE

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองบนยอดเขา

บ่าย         จากนั้นอิสระให้ท่านเก็บภาพที่ระลึกบนลานกว้างที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน จนถึงเวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับโดยใช้เส้นทางที่สุดแสนโรแมนติกอีกเส้นหนึ่ง นำท่านเดินทางกลับลงจากยอดเขา แวะเปลี่ยนรถไฟที่ สถานีไคลน์ไชเด็ค (Kleine Scheidegg) เดินทางสู่เมืองเลาเทนบรุนเนน ผ่านเมืองเวนเก้น เมืองแสนสวย จนถึง เมืองเลาเทอร์บรุนเนน (Lauterbrunnen) หมู่บ้านเล็กๆในรัฐ Bern ตั้งอยู่กลางหุบเขาสูงชัน โดยมีฉากหลังของหมู่บ้านเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดชื่อว่า ชเตาบ์บาค (Staubbach) ที่ไหลดิ่งลงมาจากหน้าผาหินสูงชัน

 ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Metropole Hotel, Interlaken หรือเทียบเท่า

              https://www.metropole-interlaken.ch/en

หมายเหตุ : ที่พักในวันถัดไปตั้งในเมืองเซอร์แมท คณะทัวร์จะต้องเดินทางโดยรถไฟ และถือกระเป๋าต่อเพื่อไปยังโรงแรม เพื่อความสะดวกจึงขอแนะนำให้ท่านแบ่งสัมภาระเป็นกระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก สำหรับ 1 คืน โดยกระเป๋าจะอยู่ในความดูแลของท่านเองตลอดการเดินทาง

วันที่สี่              เมืองอินเทอร์ลาเกน – เมืองอันเดอร์แมท – รถไฟสายกลาเซียร์เอ็กซ์เพรส – เมืองเซอร์แมท 

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ อันเดอร์แมท (ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองเล็กๆ น่ารักที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ และเป็นเมืองชุมทางรถไฟสายกลาเซียร์ เอ็กซเพรสภายในเมืองมีร้านค้าที่พักต่างๆมากมายสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย         ออกเดินทางขึ้นสู่ เมืองเซอร์แมท โดย รถไฟสายกลาเซียร์เอ็กซ์เพรส (Glacier Express) สัมผัสความงามตลอด 2 ข้างทาง ด้วยระยะเวลา 3 ชั่วโมง ที่ท่านจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติของภูเขาสูงของเทือกเขาแอลป์ ทุ่งหญ้า บ้านทรงชาเล่ต์ สายน้ำธรรมชาติที่งดงามจนถึงเมืองเซอร์แมท

นำท่านชม เมืองเซอร์แมท ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองปลอดมลพิษโลก ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,620 เมตร ภายในเมืองไม่อนุญาตให้รถยนต์วิ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยว อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าสวิส อาทิ นาฬิกาทุกยี่ห้อ, ของที่ระลึก, มีดพับ ฯลฯ

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Simi Hotel , Zermatt หรือเทียบเท่า

              https://www.hotelsimi.ch/

 

วันที่ห้า            เซอร์แมท – นั่งกระเช้ากลาเซียร์พาราไดซ์ขึ้นสู่ยอดเขาไคลน์มัทเทอร์ฮอร์น – เมืองท๊าซ – เมืองโลซานน์ – เมืองเวเว่ย์ – เมืองมองเทรอซ์

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน นั่งกระเช้ากลาเซียร์พาราไดซ์ ขึ้นสู่ ยอดเขาไคลน์มัทเทอร์ฮอร์น เดินทางขึ้นสู่ยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์นที่ความสูง 3,883 เมตร โดยกระเช้าไฟฟ้าใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ถึงจุดชมวิวกลาเซียร์พาราไดซ์ เพื่อชมความงดงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ที่มีความสูงถึง 4,478 เมตร ที่ได้ชื่อว่าเป็นภูเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดของเทือกเขาแอลป์ อิสระให้ท่านเพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะบนลานสกี เก็บภาพสุดแสนประทับใจกับทิวทัศน์ของยอดเขาต่างๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันขาวโพลนสร้างความงดงามให้กับขุนเขาเป็นอันมาก (หมายเหตุ : ท่านสามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา Gornergrat ได้ โดยรถไฟ แต่ความสูงเพียง 3,089 เมตร ซึ่งน้อยกว่ายอดเขา ไคล์นแมทเทอร์ฮอร์น ถึง 800 เมตร ทำให้ความสวยงามของทิวทัศน์ที่มองเห็นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดและถ้าท่านต้องการถ่ายภาพคู่กับยอดเขา แมเทอร์ฮอร์น Grape Europe แนะนำให้ท่านขึ้นสู่ยอดเขา ไคลน์ แมทเทอร์ฮอร์น จะได้ภาพถ่ายที่สวยงามและใกล้ชิดกว่า) ได้เวลาสมควรน้ำท่านเดินทางลงจากยอดเขา

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย         นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองท๊าซ (Tasch) โดยรถไฟ ประมาณ 12 นาที จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง

             โลซานน์ (Lausanne) (ระยะทาง 165 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. 30 นาที) ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เมืองโลซานน์มีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า

นำท่านชม ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ ปาร์ค ดู เดอนองตู สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญ 2 วาระคือวโรกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2552 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวเว่ย์ (Vevey) (ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐโว ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา ต่างก็ขนานนามให้เมืองเวเว่ย์ เป็น “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส” (Pearls of the Swiss Riviera) ที่แม้แต่ศิลปินตลกชื่อดังแห่งฮอลลีวู้ด “ชาลี แชปลิน” ยังหลงไหลและได้อาศัยอยู่ที่เมืองนี้ในบั้นปลายชีวิต

นำท่านชมเมืองและถ่ายรูปคู่กับ รูปปั้นชาลี แชปลิน (Charlie Chaplin’s statue) โดยที่ส้อมยักษ์ตั้งอยู่ในทะเลสาบใกล้กับสวนสาธารณะของเมืองเวเว่ย์ สร้างเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทเนสเล่ย์ เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของบริษัทเนสเล่ย์ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทเนสเล่ย์ ปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่ที่ทำการใหม่ใกล้ท่าเรือ อาคารแห่งเดิมจึงกลายเป็นพิพิทธภัณฑ์เนสเล่ย์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส (ระยะทาง 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)  

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Eden Palace au Lac Hotel, Montreux หรือเทียบเท่า

              https://www.edenpalace.ch/en/

 

วันที่หก    เมืองมองเทรอซ์ – ปราสาทชิลยอง (ด้านนอก) – เมืองเบิร์น – นาฬิกาไซ้ท์กล็อคเค่ –อพาร์ทเมนต์ไอน์สไตน์ – ซูริค – มหาวิหารกรอส มุนเต – ช้อปปิ้งถนนบาห์นฮอล์ฟ

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ ปราสาทชิลยอง (Chillon castle) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY สัญลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในอดีตเคยเป็นจุดควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและเก็บค่าผ่านทางของขบวนเรือสินค้า ที่สัญจรผ่านไปมารวมถึงเคยใช้เป็นคุกลับที่มืดมิดและโหดร้ายอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเบิร์น (Bern) (ระยะทาง 110 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.)  เมืองหลวงของสวิสสเซอร์แลนด์ ที่มีหมีเป็นสัญลักษณ์ เป็นเมืองเก่าจากยุคกลางที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศ และแม่น้ำ ที่ยังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิมตั้งแต่เมื่อ 800 ปีที่แล้ว ความงดงามทางสถาปัตยกรรม ความคลาสสิกของอาคารบ้านเรือนธรรมชาติที่แวดล้อม รวมไปถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นำท่านชม ย่านเมืองเก่า (Old city of Berne) ซึ่งได้รับการบรรจุไว้ในรายชื่อมรดกโลกในปี ค.ศ. 1983  และก่อตั้งขึ้นในสมัยคริสศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บนภูเขาล้อมรอบด้วยแม่น้ำอาเร (Aare River) ชมมาร์คกาสเซ (Marktgasse) ย่านเมืองเก่าที่ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้ และร้านเสื้อผ้าบูติคเป็นย่านที่ปลอดรถยนต์จึงเหมาะกับการเดินเที่ยว ชมอาคารเก่าอายุ 200 – 300 ปี ชมถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุด ของเมืองนี้ ถนนครัมกาสเซ เต็มไปด้วยร้านภาพวาด และร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ

ชม นาฬิกาไซ้ท์กล็อคเค่ หอนาฬิกายุคกลางที่มีชื่อเสียงที่สุดของย่านเมืองเก่าเบิร์น ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 อายุ 800 ปีที่มีโชว์ให้ดูทุกๆชั่วโมงที่นาฬิกาตีบอกเวลา ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของกรุงเบิร์น

ชม อพาร์ทเมนต์ไอน์สไตน์ (ด้านนอก) บ้าน 1 ใน 5 หลัง ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ตั้งอยู่ที่บ้าน หมายเลข 49 ถนน กรัมกาสเซ (Kramgasse) ซึ่งเขาพักอยู่ที่ชั้นสองของบ้านหลังนี้ระหว่างปีค.ศ. 1903 – 1905 ปัจจุบันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ และคาเฟ่

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน  

บ่าย         นำท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค (Zurich) (ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสวิส และมีแม่น้ำลิมมัตเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุด เมืองซูริคไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศ แต่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจ ธนาคาร และวัฒนธรรมของประเทศอีกด้วยเดินทางถึงเมืองซูริค ชมมหาวิหารคู่บ้านคู่เมือง มหาวิหารกรอส มุนเตอร์ (Grossmunste Church) ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองซูริค ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำลิมมัต (Limmat River) ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของซูริค

จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ถนนบาห์นฮอล์ฟ (Bahnhofstrasse) ย่านช้อปปิ้งที่หรูหราที่สุดในเมืองซูริค และใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ถนนสายนี่ทอดยาวจากสถานีรถไฟ ผ่านเมืองเก่าไปจนถึงสุดริมน้ำเดิมเคยเป็นทางรถม้า ปัจจุบันเป็นถนนคนเดิน แหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของซูริคสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้าทั้งแบรนด์เนม และร้านอาหาร ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนคนเดินที่สวยและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Novotel Zurich Airport Messe, Zurich หรือเทียบเท่า

              https://www.accorhotels.com/gb/hotel-0884-novotel-zurich-airport-messe/index.shtml

 

วันที่เจ็ด     ซูริค – กรุงเทพฯ โดย TG 971 (13.15-06.10+1)

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

            นำท่านเดินทางสู่ สนามบินสนามบินซูริค โคลเทน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี

13.30 น.           ออกเดินทางสู่กรุงเทพ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 971

 วันที่แปด    เดินทางถึงกรุงเทพฯ

05.30 น.  เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ