ทัวร์ยุโรป GRAPES CHARMING TURKEY

คัปปาโดเกีย คอนย่า ปามุคคาเล่ ซานัคเล่ อิสตันบลู(พักโรงแรม 5 ดาว และโรงแรมถ้ำ2คืน)

09 8

วันแรก      กรุงเทพฯ – อิสตันบูล โดย TK 65 (22.50-05.45)

19.00 น.   พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น4 ประตูหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ U สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (TK)  พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระ

22.50 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 65(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง)

 

วันที่สอง    เมืองอิสตันบูล (บินภายใน) – เมืองเคย์เซอรี่ – เมืองคัปปาโดเกีย – เมืองเกอเรเม– พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม – หมู่บ้านโบราณอุชิซาร์

05.45 น.       เดินทางถึงท่าอากาศยานอิสตันบูล (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว แล้วนำท่านต่อเครื่องภายในประเทศเพื่อเดินทางต่อ สู่กรุงเคย์เซอรี่

07.40 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงเคย์เซอรี่ โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 2010

09.15 น.  เดินทางถึงสนามบินเมืองเคย์เซอรี่ นำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน และหิมะได้เป็นกัดเซาะแผ่นดิน มาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพ เป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงาม แปลกตาและน่าอัศจรรย์ ดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า “ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า” และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย                นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม (Goreme) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นศาสนาที่ได้รับการประกาศว่าเป็นศาสนาของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนสถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์

จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านโบราณอุชิซาร์(Uchisar Town) เป็นเมืองเล็ก ๆ แต่มีภูเขาหินขนาดมหึมาอยู่บนเขากลางเมือง ถูกขุดสกัดเป็นปราสาทขนาดใหญ่ มีช่องหน้าต่างมากมายจนดูคล้ายรวงผึ้ง วิวจากด้านบนสามารถมองลงไปเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้รอบทิศ ที่นี่สามารถสัมผัสถึงวิถีชีวิตของผู้คนจริงที่อยู่อาศัยในบ้านที่ขุดเข้าไปในภูเขาที่ดูเหมือนจอมปลวก จนเรียกได้ว่าเป็นบ้านจอมปลวก ในสภาพแวดล้อมเดิมมายาวนานหลายร้อยปี

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารของโรงแรม (บุฟเฟ่ต์)

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Best western cave hotel ,Cappadocia หรือเทียบเท่า

              http://bwpremiercappadocia.com/?dil=en

หมายเหตุ   ในกรณีโรงแรมถ้ำเต็ม ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว แทน

 

วันที่สาม   เมืองคัปปาโดเกีย – ขึ้นบอลลูน (ทัวร์เสริมมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) – นครใต้ดิน – โรงงานพรม – เดอร์เบนท์ – หุบเขานกพิราบ – หมู่บ้านอวานอส – โรงงานเครื่องปั้นดินเผา

**สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม 04.30 น. ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง โดยต้องมีอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคา USD 230 ต่อ 1 ท่าน)** หากท่านสนใจ กรุณาแจ้งความประสงค์ล่วงหน้าต่อหัวหน้าทัวร์ ***

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม นครใต้ดิน (Underground City) เป็นสิ่งน่าอัศจรรย์อย่างหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไปหลายๆชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรูในช่วงสงคราม นครใต้ดินมีพร้อมทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ บ่อน้ำ คอกสัตว์

จากนั้นนำท่านเข้าชม โรงงานพรม (Carpet Factory) ตุรกีถือว่ามีชื่อเสียงเรื่องพรม พรมส่วนใหญ่ที่ผลิตในตุรกีนั่นมีชื่อเสียงเลื่องลือระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นพรมที่ทอจากขนสัตว์ หรือพรมที่ทอจากฝ้าย และพรมที่ทอจากไหม 

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย                        นำท่านเดินทางสู่ เดอร์เบนท์ (Derbent) เป็นหุบเขาหินสีชมพู ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ปรุงแต่งหินที่นี่เป็นรูปร่างต่างๆแปลกๆมาก เช่น โลมา เพนกวิน พระแม่มารีและพระสาวก ที่สำคัญโดดเด่นคือหินรูปอูฐหมอบ (Camel Stone) อยู่มีขนาดใหญ่ชมพูเหมือนอูฐของจริงเป็นอย่างมาก จึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต้องมาถ่ายภาพ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley) จุดชมวิวหน้าผาที่ชาวเมืองโบราณได้ขุดเจาะเป็นรู เพื่อให้นกพิราบเข้าไปทำรังอาศัยอยู่อย่างมากมาย ณ จุดนี้ ท่านจะสามารถมองเห็นปราสาทอุชิซาร์ได้ในระยะไกล

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านอวานอส (Avanos Village) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีคนอาศัยอยู่ราว 12,000 คน มีชื่อเสียงในเรื่องของเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก เนื่องจากมีแม่น้ำที่มีดินตะกอนแดงไหลผ่าน ชาวบ้านเลยนำดินมาลองปั้นใช้เป็นอุปกรณ์ เครื่องใช้ในครัวเรือน ในปัจจุบันได้ปั้นขายจนพัฒนามาเป็นอาชีพ นำท่านเยี่ยมชม โรงงานเครื่องปั้นดินเผา สินค้าขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของประเทศตุรกี ด้วยประวัติอันยาวนานและกรรมวิธีการผลิตที่ประณีตสวยงาม ทำให้เครื่องปั้นดินเผาของเมืองคัปปาโดเกียกลายเป็นของฝากที่นิยมซื้อให้กันอันดับต้นๆ ของประเทศตุรกีเลยก็ว่าได้

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารของโรงแรม (บุฟเฟ่ต์)

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Best western cave hotel ,Cappadocia หรือเทียบเท่า

              http://bwpremiercappadocia.com/?dil=en

หมายเหตุ   ในกรณีโรงแรมถ้ำเต็ม ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว แทน

 

วันที่สี่              เมืองคัปปาโดเกีย – ขึ้นบอลลูน (ทัวร์เสริมมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) – เมืองคอนย่า – คาราวานสไลน์ –พิพิธภัณฑ์เมฟลานา – เมืองปามุคคาเล่  

**สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม 04.30 น. ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง โดยต้องมีอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคา USD 230 ต่อ 1 ท่าน)** หากท่านสนใจ กรุณาแจ้งความประสงค์ล่วงหน้าต่อหัวหน้าทัวร์ ***

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านออกนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี นำท่านชม คาราวานสไลน์ ที่พักกองคาราวานในอดีตของสุลต่านฮานี (Sultan Hani Caravanserai) ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสุลต่านฮานี สร้างโดยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท ราวศตวรรษที่ 13 ประตูทำด้วยหินอ่อนสกัดลวดลายโบราณ ตรงกลางเป็นสุเหร่า ส่วนบริเวณอื่นจัดเป็นครัว ห้องน้ำ และห้องนอน

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย         นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่า ชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่  (Pamukkale) (ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง)  เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารของโรงแรม (บุฟเฟ่ต์)

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Colossae Thermal Hotel, Pamukkale หรือเทียบเท่า

              http://www.colossaehotel.com/

             

วันที่ห้า             เมืองปามุคคาเล่ – นครโบราณเฮียราโปลิส – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองเอฟฟิซุส –  เมืองโบราณเอเฟซุส – บ้านพระแม่มารี – เมืองคูซาดาซี

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม เมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis) ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1 แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีกศูนย์กลางของเฮียราโพลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในโรงแรมปามุคคาเล สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล โรงอาบน้ำโรมัน โบสถ์สมัยไบแซนไทน์

นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) หน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่างๆอย่างมหัศจรรย์

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) ซึ่งเป็นเมืองอาณาจักรโรมัน (ต่อมาหลังจากยุคกรีก) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียในสมัยนั้น ในอดีตเอฟฟิซุสเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโรมันในคาบสมุทรอนาโตเลีย เป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคม ตั้งอยู่ริมทะเล จนได้รับการกำหนดให้เป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร(บุฟเฟ่ต์)

บ่าย         นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองโบราณเอเฟซุส (City of Ephesus) ที่ยิ่งใหญ่และงดงามจนกระทั่งจารึกว่า “มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย” เมืองโบราณที่สมบูรณ์และมั่งคั่งที่สุด ถนนทุกสายปูด้วยหินอ่อน ชม ห้องสมุดเซลซุส (The Library of Celsus) ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรียและตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา

แวะชม โรงละครเอเฟซุส ซึ่งจุคนได้ประมาณ 30,000 คน เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางแวดล้อมด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไป ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการแสดงแสงสีเสียงบ้างเป็นครั้งคราว ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ชมโบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น (Basilic of St. John) สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน

เดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House of Virgin Mary) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหารย์ โดยแม่ชีตาบอด ชาวเยอรมันชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช (Anna Catherine Emmerich, ค.ศ. 1774-1824) ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง  จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซี (Kusadasi) (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง) เมืองริมทะเลที่พักต่างอากาศที่ขึ้นชื่อของประเทศตุรกีที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศ ในช่วงฤดูร้อนชาวตุรกีมักจะมาล่องเรือชมทะเลสีฟ้าสวย และนอนอาบแดดริมชายหาดที่นี่

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารของโรงแรม (บุฟเฟ่ต์)

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Grand Belish hotel, Kusadasi หรือเทียบเท่า

              http://grandbelish.com/

 

วันที่หก            เมืองคูซาดาซี เมืองชานัคคาเล่ – เมืองโบราณทรอย – ม้าไม้แห่งกรุงทรอย

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางไปยัง เมืองชานัคคาเล่ (Canakkale) (ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง 30 นาที) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าตลอดจนชุมทางการเดินรถ และขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป นับตั้งแต่สุลต่านอาห์เม็ดที่ 2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452 เมืองชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยังช่องแคบคาร์ดาแนลส์ เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย         นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณทรอย (Troy Ancient city) มีการจัดแสดงแบบจำลองกรุงทรอย และเรื่องราวการค้นพบโดยนักโบราณคดี พร้อมทั้งภาพแผนผังเมืองทรอยที่ถูกสร้างซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น มีซากเมืองเก่า กำแพง ประตู และม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณโดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก ชมม้าไม้จำลองแห่งทรอย (Trojan Horse)

จากนั้นนำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ ม้าไม้แห่งกรุงทรอย (Wooden Horse of Troy) ที่ทางผู้สร้างหนัง ทรอย” ที่นำแสดงโดยแบรตพิต ยกให้เมืองชานัคคาเล่ เป็นที่ระลึก สูงและสวยงามมาก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารของโรงแรม (บุฟเฟ่ต์)

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Kolin Hotel, Canakkale หรือเทียบเท่า

              http://www.kolinhotel.com/

 

วันที่เจ็ด     เมืองชานัคคาเล่ – เมืองอิสตันบูล ล่องเรือชมความงดงามของช่องแคบบอสฟอรัส ช้อปปิ้งตลาดแกรนด์พลาซ่า

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านนั่งเฟอร์รี่ข้ามฟาก(ชานัคคาเล่-อิสตันบูล) ใช้เวลาประมาณ 40 นาที นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เมืองสำคัญอันดับ 1 ของประเทศ เมืองมนต์เสน่ห์แห่งอายรธรรมอันเก่าแก่ซึ่งเหมือนนี้เปรียบเสมือน พรมแดนของทวีปยุโรปอันสวยงาม และอดีตยังเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตะวันออกที่เคยรุ่งเรืองกว่า 1,000 ปี ซึ่งเรารู้จักในนาม “กรุงคอนสแตนติโนเปิล” เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกีตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) ซึ่งในอดีต อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้อิสตันบูลมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

บ่าย         นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อนำท่าน ล่องเรือชมความงดงามของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise Tour) ที่เชื่อมทะเลดำและทะเลมาร์มาราเข้าด้วยกัน และที่สำคัญช่องแคบแห่งนี้ เป็นช่องแคบพรมแดนกั้นระหว่าง ทวีปเอเชีย และ ทวีปยุโรป ซึ่งทั้ง 2 ฝั่งท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันงดงาม สองฝั่งทวีป คือ ยุโรป และ เอเชีย มีพระราชวังสำคัญๆ อยู่ริมแม่น้ำมากมาย รวมถึงสถาปัตยกรรมในยุคโรมัน ที่รายล้อมริมสองฝั่งแคบ ซึ่งทุกท่านถือเป็นประวัติศาสตร์ของชีวิตที่ได้มีโอกาสมาล่องเรือในช่องแคบที่แบ่งเส้นพรมแดนทวีปในครั้งนี้

              นำท่าน ช้อปตลาดแกรนด์พลาซ่า (Grand Bazaar) เป็นแหล่งช้อปปิ้งในบรรยากาศและไสตล์เตอร์กิชอันยอดนิยมที่โด่งดังที่สุดในตุรกี เป็นตลาดเก่าแก่กว่า 1,500 ปี สร้างตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1453 บาซาร์ขนาดใหญ่ที่มีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน และมีสินค้าหลากชนิด หลายคุณภาพ โดยเฉพาะเครื่องแต่งกาย ทั้งเสื้อหนังแกะแบบทันสมัยราคาไม่โหดมาก เสื้อแบบตุรกีที่เป็นของเก่าแก่ สวยมากแต่ก็แพงมาก กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ผ้าคลุมไหล่แพชมีนา พรม เครื่องเซรามิก ของที่ระลึก

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

              นำท่านเข้าสู่ที่พัก Golden Tulip Bayrampasa, Istanbul หรือเทียบเท่า

              https://istanbul-bayrampasa.goldentulip.com/

 

วันที่แปด    เมืองอิสตันบูล – ฮิปโปโดม – มัสยิดสีน้ำเงิน – วิหารเซนต์โซเฟีย – พระราชวังทอปกาปี – สไปซ์ มาร์เก็ต – ร้านเตอร์กิส ดีไลท์ – สนามบินอิสตันบูล – กรุงเทพฯ โดย TK 64 (20.50-10.05+1)

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

              นำท่านเดินทางเที่ยวชม ฮิปโปโดม (Hippodome) สร้างในสมัยจักรพรรดิเซ็ปติมุส เซเวรุส เป็นสนามอาเรน่าที่ใช้สำหรับการแข่งม้าศึกในยุคโรมันที่วางรูปแบบไว้อย่างสวยงาม และกิจกรรมต่างๆสามารถจุผู้คนได้กว่า 100,000 คน ในฮิปโปโดรมมีอนุสาวรีย์เด่นๆสามแห่งคือ 1.เสาโอบีลิสก์ฟาโรห์ธุตโมส (Obelisk of Pharaoh Thutmose) ซึ่งคอนคอนสแตนตินมหาราชนำมาจากเมืองคาร์นัคประเทศอียิปในสมัยที่มีการขนย้ายอนุสาวรีย์ต่างๆมาจากอาณาจักรยุคโบราณ 2.เสางู (Serpentine column) สลักเป็นรูปสามเหลี่ยมตัวกระหวัดรัดพันกันเดิทตั้งอยู่ที่วิหารเทพอพอลโล่แห่งเมืองเดลฟี  3.เสาคอลัมน์คอนสแตนตินที่ 7 (Column of Constantine VII) ตั้งขึ้นในปี ค.ศ.940 แต่ไม่ทราบประวัติที่แน่ชัด

นำท่านเที่ยวชม มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque) เพื่อความยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรออตโตมัน หรือ มัสยิดสุลต่านอาห์เมต (Sultan Ahmet Mosque) อันเก่าแก่และยิ่งใหญ่ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งสร้างตั้งแต่สมัยกาหลิบ Ahmed I ยุค จักรวรรดิ์อ๊อตโตมาน ระหว่างปี 1609-1616 เป็นมัสยิดที่โอ่อ่า สง่างาม เกินคำบรรยาย ด้วยการสร้างหออะซานจำนวน 6 หอ จนเป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์สำคัญของตุรกีซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนไม่พลาดที่จะต้องไปเยือน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia)ชมศิลปะประยุกต์ไบเซนต์ไทน์ ที่เคยเป็นโบสถ์ศาสนาคริสต์มาก่อน และ กลายมาเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลาม ซึ่งถือเป็นศิลปะที่เก่าแก่และสวยงามยิ่ง และ ยังเป็นมรดกโลกอีกด้วย

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังทอปกาปี (Topkapi Palace) ที่มีชื่อเสียงก้องโลก ซึ่งถือว่าเป็น พระราชวังสำคัญในสมัย ออตโตมัน เป็นที่ประทับของสุลต่านองค์สำคัญๆ ซึ่งบรรยากาศของพระราชวังกว้างใหญ่ไพศาลอยู่ในดงต้นมะกอก และตั้งอยู่ริมช่องแคบ บอสฟอรัส ท่านจะได้ชมห้องต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการให้เห็นภาพย้อนยุคในสมัยออตโตมัน และ พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บรวบรวมสมบัติโบราณของประเทศตุรกี รวมทั้งเครื่องกระเบื้องเคลือบอันสวยหรู มงกุฏเพชรประจำราชวงศ์ และ อัญมณีทรงค่ารวมทั้งเพชร 88 กะรัต ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สไปซ์ มาร์เก็ต ตลาดเครื่องเทศ เป็นตลาดพื้นเมืองของชาวเมืองอิสตันบูล ที่มีเครื่องเทศอันลือชื่อและ นอกจากนั้น ยังมีอาหารขึ้นชื่อ และ ของฝากมากมาย เช่น ถั่วสารพัดชนิด, น้ำผึ้ง,ไข่ปลาเวียร์ , ขนม อร่อยๆ แบบ เตอร์กิชดีไลท์ เป็นต้น นอกจากช็อปปิ้งสนุก ขนมอร่อยแล้ว การได้มาถ่ายรูปที่ตลาดแห่งนี้ถือว่าได้บรรยากาศที่สนุกสนานมาก เพื่อหาเลือกซื้อสินค้าคุณภาพราคาถูกมากมายโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปต่างๆ มากมายทีนักท่องเที่ยวนิยมไปเยือน มีเวลาให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิ เตอร์กิส ดีไลท์ เป็นต้น

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานท่าอิสตันบูล

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัยภายในสนามบิน

20.55 น. ออกเดินทาง สู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ TK 64

 

วันที่เก้า     เดินทางถึงกรุงเทพฯ

10.05 น.  เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ