ทัวร์ญี่ปุ่น APPLE SAPPORO SOUNKYO AUTUMN 

อะซาฮิคาว่า-โชอุนเคียว-มิเอะ-ฟุราโน่-โอตารุ-ซัปโปโร

วันแรก                  กรุงเทพฯ

20.00 น.          คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสาร และสัมภาระในการเดินทาง

23.45 น.        ออกเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่นโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 670

 

 วันที่สอง       สนามบินชิโตเซ่ – อะซาฮิคาว่า – หมู่บ้านราเมน – สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า – พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง (Ice Pavillion) – โซอุนเคียว – ออนเซ็น

08.35 น.          เดินทางถึง สนามบินชิโตเซ่ เมืองซัปโปโร หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอะซาฮิคาว่า เพื่อนำท่านเข้าสู่ หมู่บ้านราเมน ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 1996 โดยรวบรวม 8 ร้านราเมนชื่อดังของเมืองอาซาฮิคาว่า มาอยู่รวมกันในที่เดียว และยังมีห้องเล็กๆที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านแห่งนี้ให้สำหรับผู้ที่สนใจได้มาศึกษา

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย ณ หมู่บ้านราเมน (แจกคูปอง 1,000 เยน)

บ่าย              นำท่านเข้าชม สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า สวนสัตว์ชื่อดังติดอับดับต้นๆ ของญี่ปุ่น สวนสัตว์นี้ตั้งอยู่ที่เมือง อาซาฮิคาว่า เกาะฮอกไกโด จัดแสดงสัตว์ในมุมมองแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร สำหรับไฮไลท์ที่มีชื่อเสียงของสวนสัตว์นี้ คือ การแสดงพาเหรดนกเพนกวิน (การแสดงเฉพาะฤดูหนาว) ตู้ชมสระน้ำหมีขาวขั้วโลกเหนือ มีจุดให้ท่านเข้าไปชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด จากนั้นนำท่านไปยัง พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง (Ice Pavillion) สถานที่จัดแสดงงานศิลปะจากหิมะ ชื่นชมกับผลงานการปั้นตุ๊กตาหิมะและการแกะสลักหิมะโดยผลงานเหล่านี้เป็นผลงานของเหล่าบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียง ภายในถ้ำยังมีความสวยงามของหิมะที่เหมือนกับอยู่ในถ้ำหินงอกหินย้อย ให้ท่านได้สัมผัสความหนาวเย็นกับอุณหภูมิ -41 องศาเซลเซียส และพบกับความน่ารักของนางฟ้าทะเลคลีโอเน่ (Sea Angle)

นำท่านเข้าสู่ที่พัก TAISETSU SOUNKYO HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.hotel-taisetsu.com/

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

—- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น —

วันที่สาม       โซอุนเคียว – นั่งกระเช้าไฟฟ้าคุโรดาเกะ**ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ** – บิเอะ – บ่อน้ำสีฟ้า – สวนดอกไม้ชิคิไซโนะโอกะ (นั่งรถแทร็กเตอร์ชมสวน) – ฟุราโน่ – Ningle Terrace

เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านสู่ นั่งกระเช้าลอยฟ้าคุโรดาเกะ (Kurodake Ropeway) เพื่อขึ้นชมวิวทิวทัศน์แห่งอุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซังจากเขาคุโรดาเกะ ให้ท่านเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวในแต่ละฤดูกาลคือ ฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน, ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ซึ่งกระเช้าลอยฟ้าสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 101 ที่นั่ง พาขึ้นไปถึงชั้นที่ 5 ของหุบเขาคุโรดาเคะ โดยใช้เวลา 7 นาที และใช้เวลาไป-กลับ 20 นาที

หมายเหตุ : กระเช้าจะไม่สามารถให้บริการได้ภายใต้สภาวะอากาศที่ลมแรง ฝนตกหนัก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ จะคืนเงินค่าบริการแทน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบิเอะ นำท่านสู่ บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond) เป็นบ่อน้ำที่ถูกกักไว้จากการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันโคลนถล่มบริเวณภูเขาไฟในแถวนั้น การที่น้ำในบ่อมีสีฟ้าสดกว่าบ่อน้ำทั่วไปๆ ก็เป็นเพราะอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์จากการปะทุของภูเขาไฟที่อยู่ในน้ำได้สะท้อนกับแสงแดดที่ส่องลงมา ซึ่งคำว่า “Aoi-ike” ในภาษาญี่ปุ่นนั้นแปลเป็นไทยได้ว่า “บ่อน้ำสีฟ้า” นั่นเอง นักท่องเที่ยวสามารถมาชมความงามของบ่อน้ำได้ตลอดทั้งปี ซึ่งความสดใสของสีฟ้าจากผืนน้ำจะขึ้นอยู่แสงแดดที่ส่องลงมาและจุดที่มอง

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษเต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์เมล่อน

บ่าย              นำท่านชมความงดงามของทุ่งดอกไม้หลากสี ณ สวนดอกไม้ชิคิไซโนะโอกะ (นั่งรถแทรกเตอร์ชมสวน) ให้ท่านเที่ยวชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอย่างเต็มอิ่ม กับสวนที่ได้รับสมญานามว่าเป็น Flower Paradise เนิน 4 ฤดู ชิกิไซโนะโอกะตั้งอยู่ที่เมืองบิเอะ มีพื้นที่กว้างขวางถึง 7 เอเคอร์ ในช่วง Green Season คือตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมดอกไม้ที่นี่ เพราะเป็นช่วงที่มีดอกไม้ต่างๆ มากมายทยอยแข่งกันเบ่งบาน เช่น ดอกทิวลิปในช่วงเดือนพฤษภาคม ไอซ์แลนด์ป๊อปปี้ และ ดอกคอสมอสในเดือนมิถุนายน ลาเวนเดอร์เดือนกรกฎาคม ได้เวลาอันสวมควร

นำท่านเดินทางไปชม Furano Ningle Terrace สถานที่ที่รวมร้านขายสินค้าไว้มากมาย เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยกระท่อมไม้น่ารักๆ สร้างมาจากวัสดุธรรมชาติทั้งหมด ตั้งเรียงรายไปตามทางเดินมีร้านกาแฟไว้ให้นั่งพักหลังจากช็อปปิ้งกันจนเหนื่อย โดยภายในร้านมีบริการทั้งเครื่องดื่ม นม กาแฟ ขนมปัง เค้ก และไอศกรีม

 นำท่านเข้าสู่ที่พัก NEW FURANO PRINCE HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.princehotels.co.jp/newfurano/

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

—- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น —

 

วันที่สี่           ฟุราโน่ – นั่งกระเช้าลอยฟ้าฟุราโน่ –หมู่บ้านช็อกโกแลตอิชิยะ (ด้านใน) – โอตารุ – คลองโอตารุ – นาฬิกาไอน้ำโบราณ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – ซัปโปโร

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านขึ้นกระเช้าชมวิวบนยอดเขาในระดับความสูง 900 เมตร ซึ่งมองเห็นเมืองฟุระโนะได้แบบ 360 องศาโดยการใช้บริการ “กระเช้าลอยฟ้าฟุราโน่ (Furano Ropeway)”ในการนั่งกระเช้าลอยฟ้าจะใช้เวลาประมาณ 15 นาทีโดยวิ่งขึ้นไปเป็นระยะทาง 2,330 เมตร เพื่อขึ้นไป ณ จุดชมวิว สามารถขึ้นไปชมวิวได้ทั้งในฤดูร้อน ถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและขึ้นไปเล่นสกีได้ในฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจะครึกครืนมากระหว่างที่ขึ้นกระเช้านั้น ก็ยังได้สัมผัสถึงความสวยงามของภูมิทัศน์เมืองฟุระโนะเรียกได้ ว่าเป็นจุดท่องเที่ยวที่เปิดให้บริการตลอดทั้งปี (หากกระเช้าขึ้นไม่ได้เนื่องจากสภาพอากาศทางบริษัทฯขอสงานสิทธิ์คืนเงินค่ากระเช้าแทนหรือปรับโปรแกรมตามความเหมาะสม)

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองซัปโปโร เพื่อเข้าชม หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ (ด้านใน) แหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ที่นี่ดูคลาสสิคและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาจากไหนไม่ได้ โดยช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อ ที่สุดของที่นี่คือ Shiroi Koibito ซึ่งมีความหมายว่า ช็อกโกแลตขาวของคนรัก ท่านสามารถเลือกซื้อกลับไปให้คนที่ท่านรักทาน หรือว่าซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านก็ได้ นอกจากนี้ ท่านจะได้เลือกซื้อช็อกโกแลตแบบต่างๆมากมายที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกด้วย เดินทางสู่เมืองโอตารุ เพื่อนำท่านชม คลองโอตารุ ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณ ค.ศ. 1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟู คลองนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าว ให้ท่านถ่ายรูปกับวิวคลองซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปที่เป็นไฮไลท์ของเมือง และให้ท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย ชมอาคารเก่าแก่ริมคลองและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พาท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ นาฬิกาไอน้ำโบราณ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำ ประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที และนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี อาคารเก่าแก่สองชั้นที่ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดงแต่โครงสร้างภายในทำจากไม้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1910 ปัจจุบันนับเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นสมบัติของชาติ สำหรับท่านใดสนใจที่จะทำกล่องดนตรีที่มีอันเดียวในโลกด้วยฝีมือของท่านเอง ท่านสามารถเลือกกล่องเพลง และตุ๊กตาประดับต่างๆ หลากหลายแบบตามใจชอบ เพื่อที่ท่านจะได้เก็บความประทับใจใส่ลงในกล่องดนตรีและเป็นของที่ระลึกจากเมืองโอตารุ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ซัปโปโร

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร

                 นำท่านเข้าสู่ที่พัก KIEO PLAZA SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/

หมายเหตุ สำหรับลูกค้าที่ต้องการ ห้องพักเตียงใหญ่ นอน 2 คน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คืนละ 2,500 บาท และห้องมีจำนวนจำกัด

 

วันที่ห้า         ซัปโปโร – ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) – หอนาฬิกา (ผ่านชม) – ศาลเจ้าฮอกไกโดตลาดนิโจ – ย่านช้อปปิ้งทานุกิ

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร๊อคอเมริกาที่สร้างด้วยอิฐสีแดงทั้งหลัง โดยลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อน ตึกแดงหลังนี้ใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี ค.ศ.1886 และใช้ต่อเนื่องยาวมานานถึง 80 ปี ก่อนที่จะย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นอาคารสูง 10 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตึกแดงหลังนี้ นำท่านผ่านชม หอนาฬิกา ซึ่งมีความเก่าแก่มากจนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1878 อาคารแรกเริ่มเดิมทีใช้เป็นที่ฝึกงานของวิทยาลัยการเกษตรฮอกไกโด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยฮอกไกโดในปัจจุบัน แล้วสร้างหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1881 จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรง ด้วยความเก่าแก่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานาน จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาตินำท่านสู่ ศาลเจ้าฮอกไกโด ศาลเจ้าลัทธิชินโต ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะมะรุยะมะ เดิมชื่อศาลเจ้าซัปโปโร ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นศาลเจ้าฮอกไกโด เพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะเมืองฮอกไกโดที่มีศาลเจ้าชินโตนี้คอยปกปักษ์รักษาให้ชนชาวเกาะฮอกไกโดมีความสงบสุข ถึงแม้จะไม่ได้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเก่าแก่นับพันปี แต่ที่นี่ก็เป็นที่สำหรับให้คนท้องถิ่นได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตลาดนิโจ (Nijo Market) เป็นตลาดขายสินคา้ อุปโภคบริโภคที่ได้รับความนิยมของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ตลาดนิโจเป็นตลาดที่ขายสินค้าทั้งผักสด ผลไม้ และ อาหารทะเลสดๆ ไม่ว่าจะเป็น ปลา, ปู, ไข่ปลาแซลมอน,หอยเม่น และ อื่นๆอีกมากมาย   นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหาร และ ร้านขายสินค้าที่ระลึกในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นจุดนัดพบที่ชาวเมืองนิยมมา รับประทานอาหารและดื่มสังสรรค์กัน โดยอาหาร ที่มีชื่อเสียงคือซีฟู้ด และเมนูจานเด็ดของที่นี่คือ ข้าวราดหน้าไข่ปลาแซลมอน

                                                  

 เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

พิเศษ! ให้ท่านได้เต็มอิ่มกับ บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอาหารทะเลสดใหม่ของฮอกไกโด อาทิ ปูยักษ์ 3 ชนิดกุ้ง หอยเชลล์ ปลา ซูชิ เท็มปุระ เนื้อหมู ไก่ วัว และ เครื่องดื่มซอฟดริ้ง

บ่าย              นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองซัปโปโร เพื่อนำท่าน ช้อปปิ้งย่านทานุกิ ถนนทานุกิโคจิเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเมืองโดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7 บล็อก ภายในนอกจากจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ อย่างร้านขายกิโมโน เครื่องดนตรี วิดีโอ โรงภาพยนตร์แล้ว ยังมีร้านอาหารมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าวัยรุ่นด้วย เนื่องจากมีเกม เซ็นเตอร์ และตู้หนีบตุ๊กตามากมาย นอกจากนั้นที่นี่ยังมีการตกแต่งบนหลังคาด้วยตุ๊กตาทานุกิขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีศาลเจ้าทานุกิเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1973 ด้วย

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ อิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KIEO PLAZA SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่า

                  https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/english/

หมายเหตุ สำหรับลูกค้าที่ต้องการ ห้องพักเตียงใหญ่ นอน 2 คน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

คืนละ 2,500 บาท และห้องมีจำนวนจำกัด

 

วันที่หก         สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ สนามบินซิโตเซ่

10.30 น.        ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 671

15.30 น.        เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ