ทัวร์ญี่ปุ่น APPLE SAPPORO LAVENDER 6D4N

ยูบาริ-ฟุราโน่-มิเอะ-โชอุนเคียว-อาซาฮิคาว่า-ซัปโปโร

วันแรก                  กรุงเทพฯ – สนามบินชิโตเซ่

20.30 น.          คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสาร และสัมภาระในการเดินทาง

23.45 น.        ออกเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่นโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 670

 

วันที่สอง       สนามบินชิโตเซ่ ปลาแซลม่อนควาเรี่ยม – เนินแห่งพระพุทธเจ้า (ชมลาเวนเดอร์*ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ*) – สวนผลไม้ (เก็บเชอร์รี่) – ยูบาริ – บุฟเฟ่ต์เมล่อน –ออนเซ็น

08.30 น.           เดินทางถึง สนามบินชิโตเซ่ เมืองซัปโปโร หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำทุก

นำท่านเข้าชม ปลาแซลม่อนอควาเรี่ยม ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำชิโตเซ่ ภายในนอกจากจะกว้างใหญ่และมีชีวิตชีวาแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสารคดีผ่านจอมอนิเตอร์อธิบายชีวิตเชิงนิเวศน์อันน่าพิศวงของปลาแซลม่อน และพลาดไม่ได้กับการชมวิถีชีวิตของปลาแซลม่อนอย่างใกล้ชิดจากกำแพงกระจกใต้น้ำของแม่น้ำชิโตเซ่ที่หาชมได้ยาก นอกจากนั้น ท่านจะได้ชมวงจรชีวิตของปลาแซลม่อนตั้งแต่เป็นไข่จนถึงโตเต็มวัยอีกด้วย

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                  นำท่านเดินทางเข้าสู่ เนินแห่งพระพุทธเจ้า (Hill of the Buddha) เป็นผลงานการสร้างชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่งของทาดาโอะ อันโดะ มีลักษณะเป็นเนินเขาล้อมรอบรูปปั้นพระพุทธรูปมีความสูง 13.5 เมตรและมีน้ำหนัก 1500 ตัน พื้นที่ที่ล้อมรอบจะค่อยๆลาดลง รายล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่จะสามารถเห็นทุ่งลาเวนเดอร์จำนวนกว่า 150,000 ต้นล้อมรอบรูปปั้นพระพุทธรูป (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นกับความงดงามจากธรรมชาติ มองดูแล้วประหนึ่งเป็นผลงานศิลปะชั้นเอกที่หาดูได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น และนำท่านเข้าชม สวนผลไม้ (เก็บเชอร์รี่) ขึ้นชื่อของเมืองฮอกไกโด ซึ่งแต่ละสวนจะมีผลผลิตที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ฤดูกาลหมุนเวียนให้เก็บเกือบทั้งปี (มิ.ย. สตรอเบอร์รี่ , ก.ค. เชอร์รี่, ส.ค. พีช, เบอร์รี่ และ พลัม , ก.ย.-ต.ค. แอปเปิ้ล และ องุ่น) พิเศษสุด!! ให้ท่านเก็บเชอร์รี่หวานๆ จากต้นแบบไม่อั้น ได้เวลาอันสมควรนำท่านเข้าสู่เมือง ยูบาริ

  นำท่านเข้าสู่ที่พัก YUBARI RESORT MOUNT RACEY HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.yubari-resort.com/en/

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม – บุฟเฟ่ต์เมล่อน + ขาปูยักษ์

—- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น —

วันที่สาม       ยูบาริ – ฟุราโน่ – โทมิตะฟาร์ม (ชมทุ่งลาเวนเดอร์+ลิ้มรสซอฟครีมลาเวนเดอร์) – บิเอะ – สวนดอกไม้ชิคิไซโนะโอกะ (นั่งรถแทร็กเตอร์ชมสวนดอกไม้) – บ่อน้ำสีฟ้า – โซอุนเคียว – ออนเซ็น

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                  นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองฟุราโน่ เพื่อชม ทุ่งลาเวนเดอร์ ที่ โทมิตะฟาร์ม (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

ฟาร์มลาเวนเดอร์ชื่อดังแห่งฟุราโน่ฟาร์มแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น “จุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดของเมือง” ที่มีทั้งแปลงดอกลาเวนเดอร์ และดอกไม้ชนิดอื่นๆอีกมากมาย พร้้อมชื้อของฝากผลิตภัณฑ์แปรรูปจากดอกลาเวนเดอร์ อาทิ ขนม ไอศครีม น้ำหอม เป็นต้น พิเศษให้ทุกท่านได้ลิ่มรสซอฟครีมลาเวนเดอร์ 

 เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบิเอะ เพื่อเข้าชม สวนดอกไม้ชิคิไซโนะโอกะ (นั่งรถแทร็กเตอร์ชมสวนดอกไม้) เนิน 4 ฤดู ชิกิไซ โนะ โอกะ ตั้งอยู่ที่เมืองบิเอะ มีพื้นที่กว้างขวางถึง 7 เอเคอร์ ในช่วง Green Season คือตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยว นิยมมาชมดอกไม้ที่นี่ เพราะเป็นช่วงที่มีดอกไม้ต่างๆ มากมายแข่งกันเบ่งบานเช่นดอกทิวลิปในช่วงเดือนพฤษภาคม ไอซ์แลนด์ป็อปปี้ในเดือนมิถุนายนลาเวนเดอร์เดือนกรกฎาคม (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

และนำท่านสู่ บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond) เป็นบ่อน้ำที่ถูกกักไว้จากการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันโคลนถล่มบริเวณภูเขาไฟในแถวนั้น การที่น้ำในบ่อมีสีฟ้าสดกว่าบ่อน้ำทั่วไปๆ ก็เป็นเพราะอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์จากการปะทุของภูเขาไฟที่อยู่ในน้ำได้สะท้อนกับแสงแดดที่ส่องลงมา ซึ่งคำว่า “Aoi-ike” ในภาษาญี่ปุ่นนั้นแปลเป็นไทยได้ว่า “บ่อน้ำสีฟ้า” นั่นเอง นักท่องเที่ยวสามารถมาชมความงามของบ่อน้ำได้ตลอดทั้งปี ซึ่งความสดใสของสีฟ้าจากผืนน้ำจะขึ้นอยู่แสงแดดที่ส่องลงมาและจุดที่มอง ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ โซอุนเคีย

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม – บุฟเฟต์+ขาปูยักษ์

นำท่านเข้าสู่ที่พัก SOUNKAKU TAISETSU HOTEL หรือเทียบเท่า

                  https://www.hotel-taisetsu.com/

—- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น —

วันที่สี่           โซอุนเคียว – พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง (Ice Pavillion) – อาซาฮิคาว่า – สวนสัตว์อาซาฮิคาว่า – หมู่บ้านราเมน – มิตซุย เอ้าท์เล็ต

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง (Ice Pavillion) สถานที่จัดแสดงงานศิลปะจากหิมะ ชื่นชมกับผลงานการปั้นตุ๊กตาหิมะและการแกะสลักหิมะโดยผลงานเหล่านี้เป็นผลงานของเหล่าบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียง ภายในถ้ำยังมีความสวยงามของหิมะที่เหมือนกับอยู่ในถ้ำหินงอกหินย้อย ให้ท่านได้สัมผัสความหนาวเย็นกับอุณหภูมิ -41 องศาเซลเซียส และพบกับความน่ารักของนางฟ้าทะเลคลีโอเน่ (Sea Angle)

และนำท่านชม สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า สวนสัตว์ชื่อดังติดอับดับต้นๆ ของญี่ปุ่น สวนสัตว์นี้ตั้งอยู่ที่เมือง อาซาฮิคาว่า เกาะฮอกไกโด จัดแสดงสัตว์ในมุมมองแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร สำหรับไฮไลท์ที่มีชื่อเสียงของสวนสัตว์นี้ คือ การแสดงพาเหรดนกเพนกวิน ตู้ชมสระน้ำหมีขาวขั้วโลกเหนือ มีจุดให้ท่านเข้าไปชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด

หลังจากนั้นนำท่านเข้าสู่ หมู่บ้านราเมน ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 1996 โดยรวบรวม 8 ร้านราเมนชื่อดังของเมืองอาซาฮิคาว่า มาอยู่รวมกันในที่เดียว และยังมีห้องเล็กๆที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านแห่งนี้ให้สำหรับผู้ที่สนใจได้มาศึกษา

 เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย ณ หมู่บ้านราเมน (แจกคูปอง 1,000 เยน)

บ่าย              นำท่านเดินทางสู่ มิตซุย เอาท์เล็ต ศูนย์รวมแฟชั่นทันสมัยแหล่งรวมพลของสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกประกอบด้วยแบรนด์ดังถึง 128 แบรนด์ อาทิเช่น Coach Armani, Ralph Lauren, Seigo เพียบพร้อมด้วยสินค้าสำหรับทุกคนตั้งแต่สินค้าแฟชั่นหญิงชาย และเด็ก จนถึงอุปกรณ์กีฬา และสินค้าทั่วไป นอกจากนี้ภายในห้าง ยังมีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ ที่จุได้ 650 ที่นั่ง และมี Hokkaido Roko Farm Bridge ซี่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าท้องถิ่นและสินค้าจากฟาร์มสดมาขายอีกด้วย

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร

พิเศษ! ให้ท่านได้ลิ้มรสสุกี้ยากี้เกรดพรีเมี่ยม เต็มอิ่มกับเนื้อหมู เนื้อวัว ที่คัดสรรมาอย่างดี ลวกพร้อมผักสดใหม่และเต้าหู้แสนอร่อย ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด พิเศษ! ซอฟดริ้งแบบไม่อั้น

นำท่านเข้าสู่ที่พัก SAPPORO PRINCE HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.princehotels.co.jp/sapporo/

วันที่ห้า       ซัปโปโร – โอตารุ – คลองโอตารุ – นาฬิกาไอน้ำโบราณ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ – ทำเนียบรัฐบาลเก่า – หอนาฬิกา – ย่านทานุกิ

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ เพื่อนำท่านชม คลองโอตารุ ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณ ค.ศ. 1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟู คลองนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าว ให้ท่านถ่ายรูปกับวิวคลองซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปที่เป็นไฮไลท์ของเมือง และให้ท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย ชมอาคารเก่าแก่ริมคลองและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

พาท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ นาฬิกาไอน้ำโบราณ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำ ประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที

นำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี อาคารเก่าแก่สองชั้นที่ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดงแต่โครงสร้างภายในทำจากไม้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1910 ปัจจุบันนับเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นสมบัติของชาติ สำหรับท่านใดสนใจที่จะทำกล่องดนตรีที่มีอันเดียวในโลกด้วยฝีมือของท่านเอง ท่านสามารถเลือกกล่องเพลง และตุ๊กตาประดับต่างๆ หลากหลายแบบตามใจชอบ เพื่อที่ท่านจะได้เก็บความประทับใจใส่ลงในกล่องดนตรีและเป็นของที่ระลึกจากเมืองโอตารุ

หลังจากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ แหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ที่นี่ดูคลาสสิคและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาจากไหนไม่ได้ โดยช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อ ที่สุดของที่นี่คือ Shiroi Koibito ซึ่งมีความหมายว่า ช็อกโกแลตขาวของคนรัก ท่านสามารถเลือกซื้อกลับไปให้คนที่ท่านรักทาน หรือว่าซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านก็ได้ นอกจากนี้ ท่านจะได้เลือกซื้อช็อกโกแลตแบบต่างๆมากมายที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกด้วย

 เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

พิเศษ! ให้ท่านได้เต็มอิ่มกับ บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอาหารทะเลสดใหม่ของฮอกไกโด อาทิ ปูยักษ์ 3 ชนิดกุ้ง หอยเชลล์ ปลา ซูชิ เท็มปุระ เนื้อหมู ไก่ วัว และ เครื่องดื่มซอฟดริ้ง

บ่าย              นำท่านชม ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร๊อคอเมริกาที่สร้างด้วยอิฐสีแดงทั้งหลัง โดยลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อน ตึกแดงหลังนี้ใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี ค.ศ.1886 และใช้ต่อเนื่องยาวมานานถึง 80 ปี ก่อนที่จะย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นอาคารสูง 10 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตึกแดงหลังนี้

นำท่านผ่านชม หอนาฬิกา ซึ่งมีความเก่าแก่มากจนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1878 อาคารแรกเริ่มเดิมทีใช้เป็นที่ฝึกงานของวิทยาลัยการเกษตรฮอกไกโด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยฮอกไกโดในปัจจุบัน แล้วสร้างหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1881 จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรง ด้วยความเก่าแก่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานาน จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาติ นำท่านเดินทาง

นำท่านช้อปปิ้ง ย่านทานุกิ ถนนทานุกิโคจิเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเมืองโดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7 บล็อก ภายในนอกจากจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ อย่างร้านขายกิโมโน เครื่องดนตรี วิดีโอ โรงภาพยนตร์แล้ว ยังมีร้านอาหารมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าวัยรุ่นด้วย เนื่องจากมีเกม  เซ็นเตอร์ และตู้หนีบตุ๊กตามากมาย นอกจากนั้นที่นี่ยังมีการตกแต่งบนหลังคาด้วยตุ๊กตาทานุกิขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีศาลเจ้าทานุกิเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1973 ด้วย

ค่ำ                                 รับประทานอาหารค่ำ  อิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก SAPPORO PRINCE HOTEL หรือเทียบเท่า

https://www.princehotels.co.jp/sapporo/

 

วันที่หก          สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ สนามบินชิโตเซ่ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

10.30 น.        ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 671

15.30 น.        เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ