ทัวร์ญี่ปุ่น APPLE SAPPORO HAKODATE AUTUMN

โนโบริเบทสึ-ฮาโกดาเตะ-โจซังเค-โอตารุ-ซัปโปโร

 

วันแรก                  กรุงเทพฯ

20.00 น.          คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ C สายการบินไทย เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับดูแลด้านเอกสาร และสัมภาระในการเดินทาง

23.45 น.        ออกเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่นโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 670

 

วันที่สอง       สนามบินชิโตเซ่ – โนโบริเบทสึ – กระเช้าไฟฟ้าโนโบริเบ็ทสึ – ฟาร์มหมีสีน้ำตาล – มารีน พาร์ค นิกเซ่ – หุบเขานรกจิโกกุดานิ – ออนเซ็น

08.30 น.          เดินทางถึง สนามบินชิโตเซ่ เมืองซัปโปโร หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ ฟาร์มหมีสีน้ำตาล โนโบริเบ็ทสึ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์หมีสีน้ำตาล สามารถเยี่ยมชมลูกหมีสีน้ำตาลได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใส และมีหมีโตเต็มวัยที่ไม่ดุร้ายโชว์ลีลาอ้อนขออาหารจากนักท่องเที่ยว หากใครต้องการใกล้ชิดกว่านี้ก็สามารถเข้าไปยังห้องสังเกตการณ์พิเศษ กรงมนุษย์ นอกจากนี้ยังยังขายขนมปัง และแอปเปิ้ล ให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนอาหารหมีอีกด้วยนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโนโบริเบทสึ มารีน พาร์ค นิกเซ่ โนโบริเบทสึ มารีน พาร์ค นิกเซ่คือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองโนโบริเบทสึ ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟโนโบริเบทสึ ทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดทางภาคเหนือของประเทศ ภายในนอกจากจะมีปราสาทนิกเซ่ที่ถอดแบบมาจากปราสาทเดนมาร์กแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะมีโอกาสได้เจอสัตว์น้ำประเภทต่างๆ อย่างใกล้ชิด อย่างฉลามมอเรย์ ปลาหมึกยักษ์ ปูเกือกม้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโชว์พิเศษที่เป็นไฮไลท์สำคัญอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือขบวนพาเหรดเพนกวินจักพรรดิขวัญใจของเด็กๆ นั่นเอง

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                  นำท่านชม หุบเขาจิโกกุดานิ พื้นที่ที่เกิดการทรุดตัวลงหลังจากเกิดภูเขาไฟระเบิดทำให้ผิวหน้าดินบางจนไอร้อนสามารถออกมาจากใต้ดินได้ จึงเกิดเป็นแหล่ง น้ำพุร้อนธรรมชาติขึ้น ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองโนโบริเบทสึ

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NOBORIBETSU MAHOROBA HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.h-mahoroba.jp

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม – เต็มอิ่มไม่อั้นบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

—- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น —

 

วันที่สอง       โนโบริเบทสึ – ฮาโกดาเตะ – หอคอยโกะเรียวคะคุ – โมโตมาชิ – โกดังอิฐแดง – จุดชมวิวยอดเขาฮาโกดาเตะ (รถบัส) – ออนเซ็น

เช้า              ประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมือง ฮาโกดาเตะ เพื่อชม หอคอย โกะเรียวคะคุ (ชมป้อมโกะเรียวคะคุ) โกะเรียวคะคุเป็นป้อมปราการแบบ ตะวันตกที่สร้างเสร็จเมื่อ 150 ปีมาแล้ว วิวมุมกว้างอันงดงามของป้อมปราการรูปดาวและคูป้อมโดยรอบจะปรากฏแก่สายตาของผู้ชมจากลานสังเกตการณ์ของหอคอยโกเรียวคะคุที่มีความสูง 107 เมตร ซึ่งอยู่ติดกับตัวป้อม คูป้อมรายล้อมไปด้วยต้นซากุระกว่า 1,600 ต้น ทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิหอคอยโกะเรียวคะคุกลายเป็นจุดชมซากุระลำดับต้นๆ ของฮอกไกโด ในฤดูร้อนคูป้อมรายล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่ม ซึ่งเปลี่ยนเป็นสีสันเจิดจ้าจากใบไม้สีแดงสดในฤดูใบไม้ร่วง ก่อนจะถูกปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว เกิดเป็นทิวทัศน์ที่งดงามเกินบรรยายในทุกๆ ฤดูกาล

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านเดินทางสู่เมืองฮาโกดาเดะ เพื่อนำท่านสู่ โมโตะมาชิ ที่แห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามไม่เหมือนใคร ด้วยลักษณะถนนที่เป็นเนินทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของท่าเรือและสถาปัตยกรรมตะวันตก เช่น โบสถ์ต่างชาติและอาคารกงสุลเก่าแก่ได้อย่างชัดเจน นำท่านชม โกดังอิฐแดง (Red Brick Warehouse) สร้างตามแบบตะวันตกด้วยอิฐแดง แต่เดิมที่แห่งนี้เป็นโกดังของพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่สร้างเอาไว้เก็บสินค้าจากท่าเรือฮาโกดาเตะ แต่ปัจจุบันโกดังจำนวน 5 หลัง ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นร้านค้าของที่ระลึก ร้านอาหาร โรงเบียร์ และอื่นๆ จากนั้นนำท่านไปยัง จุดชมวิวยอดเขาฮาโกดาเตะ (รถบัส) *** หมายเหตุ กระเช้าไฟฟ้าปิดซ่อมแซมประจำปี ตั้งแต่วันที่ 16-27 ตุลาคม 2562 *** ภูเขาที่สูง 334 เมตร วิวจากยอดเขาฮาโกดาเตะที่มองกลับลงมายังท่าเรือและตัวเมืองที่โอบล้อมด้วยทะเลทั้งสองข้างในยามค่ำคืนนั้น นับว่าสวยงามแปลกตาและว่ากันว่าเป็นวิวกลางคืนที่สวยงามที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

นำท่านเข้าสู่ที่พัก HEISEIKAN KAIYOTEI HOTEL หรือเทียบเท่า

http://www.kaiyo-tei.com/

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เต็มอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

—- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น –

 

วันที่สาม       ฮาโกดาเตะ – ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ – ทะเลสาบโทยะ – โอตารุ – คลองโอตารุ – นาฬิกาไอน้ำโบราณ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – โจซังเค – ออนเซ็น

เช้า              ประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านไปยัง ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ เป็นตลาดเช้าที่เปิดตั้งแต่ตีห้าถึงเที่ยง ในตลาดจะจำหน่ายอาหารทะเลสด เช่น ปู ไข่ปลาแซลม่อน และหอยเม่น พร้อมทั้งผลไม้

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                  เดินทางสู่เมืองโอตารุ นำท่านชม คลองโอตารุ ที่มีความยาว 1,140 เมตร และเชื่อมต่อกับอ่าวโอตารุ ซึ่งในสมัยก่อนประมาณ ค.ศ. 1920 ที่ยุคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือเฟื่องฟู คลองนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าในตัวเมืองออกไปยังท่าเรือบริเวณปากอ่าว ให้ท่านถ่ายรูปกับวิวคลองซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปที่เป็นไฮไลท์ของเมือง และให้ท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย ชมอาคารเก่าแก่ริมคลองและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พาท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ นาฬิกาไอน้ำโบราณ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำ ประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที นำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี อาคารเก่าแก่สองชั้นที่ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดงแต่โครงสร้างภายในทำจากไม้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1910 ปัจจุบันนับเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นสมบัติของชาติ สำหรับท่านใดสนใจที่จะทำกล่องดนตรีที่มีอันเดียวในโลกด้วยฝีมือของท่านเอง ท่านสามารถเลือกกล่องเพลง และตุ๊กตาประดับต่างๆ หลากหลายแบบตามใจชอบ เพื่อที่ท่านจะได้เก็บความประทับใจใส่ลงในกล่องดนตรีและเป็นของที่ระลึกจากเมืองโอตารุ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโจซังเค

นำท่านเข้าสู่ที่พัก JOZANKEI GRAND HOTEL ZUIEN หรือเทียบเท่า

https://www.granj.co.jp/

คํ่า               รับประทานอาหารคํ่า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

—- พักผ่อนกับสปารีสอร์ทแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ให้ท่านได้อาบน้ำแร่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ออนเซ็น (Onsen) เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลและยังช่วยในระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น –

วันที่ห้า         โจซังเค – สะพานแขวนฟุตามิ – สะพานโจซังเค – ฟาร์มโจซังเค (เก็บแอ๊ปเปิล) – หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ (ด้านใน) – ศาลเจ้าฮอกไกโด

เช้า              ประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเที่ยวชม สะพานแขวนฟุตามิ สะพานไม้สีแดงที่ทอดข้ามแม่น้ำโทโยฮิระ อีกหนึ่งจุดชมใบไม้ เปลี่ยนสีที่สวยและห้ามพลาดของเกาะฮอกไกโดเป็นสะพานแขวนสีแดงสดทอดข้ามแม่น้ำโทโยฮิระ เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของฮอกไกโด ต่อด้วย สะพานโจซังเค นำท่านถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองโจซังเคประทับใจกับความงามของฤดูกาลสะพานแดง Koyama บนแม่น้ำ Toyohira ที่มีบ้านเรือนรายล้อมท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฟาร์มโจซังเค (เก็บแอ๊ปเปิล)แห่งนี้ตั้งอยู่ภายใน “โจซังเค” แหล่งออนเซ็นอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติภายในเมืองซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด โดยมีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 1 – 2 ของญี่ปุ่นถึง 21 เฮกเตอร์เลยทีเดียว ที่นี่เป็นแหล่งเก็บเกี่ยวผลไม้มากมายหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเชอร์รี สตรอว์เบอร์รี องุ่น แอปเปิล ลูกพรุน และลูกพลัม

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              นำท่านชม หมู่บ้านช็อกโกแลต อิชิยะ (ชมด้านใน) แหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ที่นี่ดูคลาสสิคและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาจากไหนไม่ได้ โดยช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่คือ Shiroi Koibito ซึ่งมีความหมายว่า ช็อกโกแลตขาวของคนรัก ท่านสามารถเลือกซื้อกลับไปให้คนที่ท่านรักทาน หรือว่าซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านก็ได้ นอกจากนี้ ท่านจะได้เลือกซื้อช็อกโกแลตแบบต่างๆมากมายที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกด้วย จากนั้นนำท่านสู่ ศาลเจ้าฮอกไกโด ศาลเจ้าลัทธิชินโต ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะมะรุยะมะ เดิมชื่อศาลเจ้าซัปโปโร ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นศาลเจ้าฮอกไกโด เพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะเมือง ฮอกไกโดที่มีศาลเจ้าชินโตนี้คอยปกปักษ์รักษาให้ชนชาวเกาะฮอกไกโดมีความสงบสุข ถึงแม้จะไม่ได้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเก่าแก่นับพันปี แต่ที่นี่ก็เป็นที่สำหรับให้คนท้องถิ่นได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พิเศษ! ให้ท่านได้เต็มอิ่มกับ บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอาหารทะเลสดใหม่ของฮอกไกโด อาทิ ปูยักษ์ 3 ชนิดกุ้ง หอยเชลล์ ปลา ซูชิ เท็มปุระ เนื้อหมู ไก่ วัว และ เครื่องดื่มซอฟดริ้ง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KEIO PLAZA HOTEL SAPPORO หรือเทียบเท่า

https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/english/

หมายเหตุ สำหรับลูกค้าที่ต้องการ ห้องพักเตียงใหญ่ นอน 2 คน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คืนละ 2,500 บาท และห้องมีจำนวนจำกัด 

 

วันที่หก         ซัปโปโร – ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) – หอนาฬิกา (ผ่านชม) –ถนนสายแปะก๊วย (Hokkaido University) – พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (ฟรีเบียร์ท่านละ 1 แก้ว) – ช้อปปิ้งทานุกิ

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ทำเนียบรัฐบาลเก่า (ด้านนอก) เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร๊อคอเมริกาที่สร้างด้วยอิฐสีแดงทั้งหลัง โดยลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ใช้อิฐมากกว่า 2.5 ล้านก้อน ตึกแดงหลังนี้ใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี ค.ศ.1886 และใช้ต่อเนื่องยาวมานานถึง 80 ปี ก่อนที่จะย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นอาคารสูง 10 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตึกแดงหลังนี้ ในปัจจุบันอาคารเก่าที่ยังงดงามอยู่นั้น ได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี ค.ศ.1911 นำท่านผ่านชม หอนาฬิกา ซึ่งมีความเก่าแก่มากจนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1878 อาคารแรกเริ่มเดิมทีใช้เป็นที่ฝึกงานของวิทยาลัยการเกษตรฮอกไกโด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยฮอกไกโดในปัจจุบัน แล้วสร้างหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1881 จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรง ด้วยความเก่าแก่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานาน จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาติ นำท่านสู่ ถนนสายแปะก๊วย (Hokkaido University) นอกจากจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ด้านการศึกษาแล้ว ที่นี่ยังเปิดให้ชาวเมือง Hokkaido รวมถึง นักท่องเที่ยว ได้เข้าไปเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ตลอดทางเดินประมาณ 6 กิโลเมตร จะสวยงาม โรแมนติก อย่าบอกใคร ทั้งอาคารเรียนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเมจิ สนามหญ้า แนวต้นไม้ตอลดทางเดินในมหาวิทยาลัย ทำให้การเดินในมหาวิทยาลัยไม่น่าเบื่อ

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย                  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร เบียร์ซัปโปโรเป็นเบียร์ที่ เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นและยังคงเป็นเบียร์ที่ได้รับความนิยมมากอีกด้วย ตึกของโรงงานสร้างด้วยอิฐสีแดง พิพิธภัณฑ์เบียร์แห่งนี้ได้เปิดให้ชมประวัติความเป็นมาและขั้นตอนการผลิตเบียร์เพื่อจะออกมา เป็นสินค้าเพื่อจัดจำหน่าย

                  พิเศษ! ให้ท่านได้ลิ้มรสเบียรผืฮอกไกโดแบบต้นตำรับท่านละ 1 แก้ว นำท่าน ช้อปปิ้งย่านทานุกิ ถนนทานุกิโคจิเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเมืองโดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7 บล็อก ภายในนอกจากจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ อย่างร้านขายกิโมโน เครื่องดนตรี วิดีโอ โรงภาพยนตร์แล้ว ยังมีร้านอาหารมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าวัยรุ่นด้วย เนื่องจากมีเกม เซ็นเตอร์ และตู้หนีบตุ๊กตามากมาย นอกจากนั้นที่นี่ยังมีการตกแต่งบนหลังคาด้วยตุ๊กตาทานุกิขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีศาลเจ้าทานุกิเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1973 ด้วย

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ อิสระตามอัธยาศัย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KEIO PLAZA HOTEL SAPPORO หรือเทียบเท่า

https://www.keioplaza-sapporo.co.jp/english/

หมายเหตุ สำหรับลูกค้าที่ต้องการ ห้องพักเตียงใหญ่ นอน 2 คน จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม คืนละ 2,500 บาท และห้องมีจำนวนจำกัด

 

วันที่เจ็ด        ซัปโปโร – สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า                   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ สนามบินชิโตเซ่ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

10.30 น.        ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯโดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 671

15.30 น.        เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ